1. สยามโซน
  2. ภาพยนตร์
  3. ข่าววงการภาพยนตร์

ติดตามความสยองขวัญปนเศร้าในภาพยนตร์ ผ้าพันคอแดง

ติดตามความสยองขวัญปนเศร้าในภาพยนตร์ ผ้าพันคอแดง

"ผ้าพันคอแดง" ภาพยนตร์สยองขวัญปนเศร้าที่ปักหลักถ่ายทำกันที่ประเทศลาว ผลงานการกำกับภาพยนตร์ของ "โป๋ย - ศักดิ์ชาย ดีนาน" ต้นตำรับ "สะบายดี หลวงพะบาง" นำแสดงโดย 2 นักแสดงชาวลาว ได้แก่ "คำลี่ พิลาวง" และ "อนุสอน วงคำมนตรี" ซึ่งเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2555 ณ โรงภาพยนตร์เมเจอร์รัชโยธิน ได้มีงานเปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง ผ้าพันคอแดง โดยมีผู้กำกับ โป๋ย และนักแสดงหญิง คำลี่ ร่วมพูดคุยถึงเรื่องราวความสยองขวัญนี้

โป๋ย กล่าวถึงเหตุผลที่ผันตัวมาทำภาพยนตร์ผีว่า "คือหลังจากทำหนังรักไป 4 เรื่อง (ภาพยนตร์เรื่อง สะบายดี หลวงพระบาง, สะบายดี 2 ไม่มีคำตอบจากปากเซ, สะบายดี วันวิวาห์ และ คิดถึงทุกคืน) หนุ่มไทยรักสาวลาว แล้วก็รู้สึกว่าชีวิตจริงไม่เหมือนในหนังเท่าไร เนื่องจากพยายามทำแล้วไม่สำเร็จแบบนั้น ก็เลยหยิบเรื่องที่เป็นเรื่องชีวิต เรื่องชะตาของคน เอาเรื่องศาสนาเรื่องความตายที่ทำให้ชีวิตคนมีห่วง อยากเล่าเรื่องชีวิตจริงบ้าง พอเริ่มแก่แล้วไม่เพ้อฝัน (หัวเราะ)"

ผู้กำกับบอกที่มาของชื่อเรื่องว่า "คือในเรื่องนี้ คำลี่ ที่เล่นเป็นเมียของหมอยาที่จะเดินทางเข้าไปแขวงในตอนหน้าหนาว เขาก็ทอผ้าพันคอแดงให้แฟนเขา แล้วพอแฟนเขากลับมาคอมันมีแผลแล้วมันเหมือนจะหลุด ต้องเอาผ้าพันคอแดงนั้นพันไว้ตลอด เพราะว่าสีแดงกับสีเลือดจะทำให้คนดูไม่รู้ว่าคอเขาจะขาด ก็เลยเป็นชื่อ ผ้าพันคอแดง"

ผู้กำกับเผยถึงสาเหตุที่เลือก คำลี่ มาร่วมงานอีกครั้งว่า "คือในเรื่องนี้บทจะเป็นเรื่องชีวิตที่ค่อนข้างจะหนัก แล้วก็เป็นอารมณ์ของคนที่โตขึ้นมาที่จะเข้าใจเรื่องการสูญเสีย ซึ่งคำลี่ส่วนนึงเขาก็มีประสบการณ์จากการเล่นมาแล้ว คือเขาเป็นคนที่มีความตั้งใจในการแสดง แล้วก็ศึกษาบุคลิกตัวละคร ก็เลยรู้สึกว่าถ้าเป็นนักแสดงใหม่ก็คงไม่สามารถถ่ายทอดเรื่องตรงนี้ออกมาได้ดีเท่าไร ก็เลยเลือกคำลี่อีกครั้ง"

นักแสดงสาว คำลี่ พูดว่าเรื่องนี้มีฉากอารมณ์เยอะกว่าภาพยนตร์รักที่ผ่านมา "ที่เปลี่ยนไปคือจะดราม่าเยอะขึ้นค่ะ แต่ว่าคล้ายๆ กับ สบายดี 3 (สะบายดี วันวิวาห์) เน้นที่ความตกใจ การจินตนาการในการเห็นสิ่งแปลกประหลาดเยอะขึ้น จะยากตรงนี้ค่ะ คิดว่ายากกว่าเรื่องที่ผ่านมาเยอะเลยค่ะ เพราะต้องใช้เทคนิคและจังหวะในการถ่ายด้วยค่ะ"

คำลี่ เอ่ยถึงความรู้สึกในการร่วมงานกับ โป๋ย อีกครั้งว่า "จากเรื่องแรก (สะบายดี หลวงพระบาง) ถึงเรื่องนี้พี่โป๋ยก็ยังเป็นคนเก่า เป็นผู้กำกับคนเดิมค่ะ คือให้ความสำคัญในการให้นักแสดงอ่านบท เข้าใจในบท แล้วแสดงออกมาก่อน ถ้ามีอันนี้ที่ยังไม่ใช่ พี่โป๋ยก็จะบอกอีกทีนึง ทำให้เข้าใจกันมากขึ้นค่ะ เพราะว่าได้ร่วมงานกันมา 4 เรื่องแล้วค่ะ"

โป๋ย เล่าให้ฟังว่า ผ้าพันคอแดง เป็นภาพยนตร์ผีเรื่องแรกในรอบ 70 ปีของประเทศลาว "ครับ คือที่ลาวเขาจะมีหนังน้อยด้วยความที่โรงเขาก็มีน้อย ก็เลยทำมาตั้งแต่หนังสงครามโลกมาจนถึงหนังนี่น่าจะไม่ถึง 20 เรื่อง หรืออย่างมากก็ 20 กว่าเรื่อง ซึ่งแนวที่เขาทำส่วนใหญ่เมื่อก่อนจะเป็นแนวรักชาติ พวกแนวสมจริงแล้วก็หนังตลก แต่เรื่องนี้เป็นหนังผีเรื่องแรกที่ทำที่ลาว แล้วก็ฉายที่ลาวเป็นภาษาลาวออกมา"

เมื่อถามว่าถือเป็นการเปิดตลาดภาพยนตร์ในลาวหรือเปล่า ผู้กำกับตอบว่า "จริงๆ ผมถือว่าเป็นการเปิดสำหรับบ้านเรามากกว่า เพราะว่าไม่เคยมีหนังที่นักแสดงลาวทั้งหมดเล่น หรือพูดภาษาลาวทั้งหมดแล้วเข้ามาฉายที่ไทย อันนี้ถือว่าเป็นเรื่องแรกที่เข้ามาเพราะว่าตอนทำ สะบายดีฯ ผมก็เป็นนักแสดงไทยอยู่ เป็นหนังไทย-ลาวมากกว่า แต่เรื่องนี้มีความเป็นหนังลาวมากที่สุดแล้ว" ฝ่าย คำลี่ บอกว่าชาวลาวตื่นเต้นกับภาพยนตร์เรื่องนี้มาก "รู้สึกว่าทุกคนตื่นเต้นมากที่จะได้ดูหนังผีในรอบหลายปีมาก เพราะก่อนหน้านี้ไม่เคยมีหนังผีมาก่อนเลยค่ะ ก็มีคนติดตามอยู่ค่ะ การตอบรับถือว่าดีเหมือนกันนะคะ เพราะทุกคนให้ความสนใจค่ะ"

ผู้กำกับพูดถึงความแตกต่างของภาพยนตร์หลอนเรื่องนี้กับเรื่องอื่นๆ ว่า "คือไปๆ มาๆ แล้วกลายเป็นว่าผมไม่ค่อยดูหนังผี แต่ว่าตอนเด็กผมดูยุค แม่นาคพระโขนง ที่ สมบัติ (สมบัติ เมทะนี) ปรียา (ปรียา รุ่งเรือง) แสดงอ่ะนะ กลายเป็นว่าผมจำได้เหมือนอารมณ์ตัวเองตอนเป็นเด็กแล้วก็ทำแบบนั้น เพราะว่าผมชอบแบบนั้นมากกว่าแบบหนังยุคสมัยใหม่ รู้สึกว่ามีเสียงหมาหอนผมชอบมากเลย เวลาผมทำหนังผมก็เลยอยากจะเอาอารมณ์แบบที่ตัวเองเจอในสมัยเด็กมาใช้แล้วก็มาทำ ก็เลยกลายเป็นหนังผีที่เหมือนหนังผียุคเก่า"

ด้านความน่ากลัวที่คนดูจะได้สัมผัสในเรื่องนี้ โป๋ย กล่าวว่า "คือกลัวตรงที่บรรยากาศ เราจะเห็นบรรยากาศบ้านเก่าๆ ชนบทเก่าๆ ซึ่งมันจะชวนรู้สึกเหมือนเราเจอในสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ คือผีที่มาเหมือนกับว่าเขาหวงบ้านหรือหวงคนที่อยู่บ้าน ไม่อยากให้คนรับรู้ ตรงนี้จะเป็นบรรยากาศที่เรารู้สึกว่าแปลกตาสำหรับคนไทย" สาว คำลี่ เอ่ยว่าไม่เคยเจอสิ่งแปลกๆ ระหว่างการถ่ายทำเลย "จริงๆ ไม่เคยเจอนะคะ แต่เจอความลำบากคือว่าบางสถานที่คือป่าช้า คนลาวจะถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ค่ะ ไม่กล้าไปตอนกลางคืน แต่กองถ่ายไปถ่ายทำกันตอนกลางคืนค่ะ"

โป๋ย เปิดใจถึงสิ่งที่ยากที่สุดในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า "ทำหนังผีเราคาดคะเนอะไรไม่ได้ อย่างหนังรักเราจะรู้ตอนเราถ่าย แต่หนังผีมันต้องไปพึ่งหลายอย่าง ทั้งเทคนิคทั้งดนตรี แล้วนักแสดงเล่นกล้องถ่ายอย่างนี้เขาก็บอก นี่นะ จะมีผีอยู่ที่นั่น หันไปแล้วก็ตกใจนะ หันไปทีมงานก็นั่งเล่นยิ้มอยู่ ซึ่งหนังผีเป็นหนังที่ต้องจินตนาการเอง เราต้องเอาไปตัดต่ออีกทีนึงหรือตอนทำดนตรีถึงจะรู้อารมณ์มัน ซึ่งผมถ่ายไปจนจบเรื่องผมยังไม่รู้เลยครับ ถ่ายไปงงไป (หัวเราะ)"

ส่วนเรื่องที่ โป๋ย จะทำภาพยนตร์เกี่ยวกับประเทศลาวเรื่องนี้เป็นเรื่องสุดท้าย เจ้าตัวแจงว่า "คือรู้สึกว่ามุมมันยังไม่มีมุมใหม่ ก็เลยอยากจะเปลี่ยนที่ไปที่อื่นบ้าง จนวันนึงถ้าเรามีมุมอื่นที่อยากจะเล่าที่แตกต่างจากที่เราไปทำก็อาจจะกลับไปทำ แต่ว่าช่วงนี้คงไม่ได้ทำ คงทำเรื่องนี้เป็นเรื่องสุดท้ายที่ลาวครับ" คำลี่ พูดฝากภาพยนตร์ว่า "ก็หวังว่าทุกคนจะได้มีโอกาสเข้ามาชมหนังเรื่องนี้นะคะ คงจะได้แง่คิดกลับมาไปนะคะ แล้วก็มีความสนุกในการชมหนังเรื่องนี้ค่ะ"

ผู้กำกับ โป๋ย กล่าวทิ้งท้ายว่า "คือผมอยากจะเล่าเรื่องของชีวิตคนที่เราเห็น คือเราเห็นชะตากรรมของคนที่ตายไปอาจจะเป็นคนรู้จักหรือเพื่อนเรา แต่จริงๆ เราช่วยเขาไม่ได้ เราไม่สามารถไปช่วยชีวิตใครได้หรอก คือเราเห็นแล้วมาเตือนตัวเองว่าเวลาในชีวิตมีค่า ถ้าอยากทำอะไรหรือต้องการที่จะทำอย่าไปรอวันข้างหน้า เราไม่รู้ว่าชีวิตจะเกิดอะไรขึ้น คือเหมือนคำสอนศาสนาพุทธ เกิดมา ตั้งอยู่ แล้วดับไป คืออยากจะเล่าเรื่องตรงนี้ให้คนดู ถ้าเขารู้สึกว่ารับตรงนี้ไปแล้วเขาออกจากโรงมาแล้วเขาไปทำชีวิตเขา จะเป็นเรื่องที่ผมดีใจมาก"

ติดตามความสยองขวัญของภาพยนตร์เรื่อง ผ้าพันคอแดง ได้ในโรงภาพยนตร์เฉพาะในเครือ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ และ เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ ตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม 2555 เป็นต้นไป

สงวนลิขสิทธิ์ © ห้ามคัดลอก ตัดต่อ
ดัดแปลงหรือเผยแพร่ในสื่อใดๆ ก่อนได้รับอนุญาต
กดเพื่อดูรูปใหญ่ ปัดซ้าย-ขวาเพื่อดูรูปถัดไป
  • รูปภาพ 1
  • รูปภาพ 2
  • รูปภาพ 3
  • รูปภาพ 4
  • รูปภาพ 5
  • รูปภาพ 6
  • รูปภาพ 7
  • รูปภาพ 8
  • รูปภาพ 9
  • รูปภาพ 10
  • รูปภาพ 11
  • รูปภาพ 12
  • รูปภาพ 13
  • รูปภาพ 14
  • รูปภาพ 15
  • รูปภาพ 16
  • รูปภาพ 17
  • รูปภาพ 18
  • รูปภาพ 19
  • รูปภาพ 20

ภาพยนตร์ที่เกี่ยวข้อง

วันนี้ในอดีต

เกร็ดภาพยนตร์

  • Hunter's Prayer - ดัดแปลงจากหนังสือนวนิยาย For the Dogs อ่านต่อ»
  • The Clock - In the year of 1940, the song Gloomy Sunday was known as the suicide song as many suicides recorded were related to it. Listening to this song has led to a French lady committing suicide as well after the death of her boyfriend, a clock engineer at that time. Her soul was not at peace and it returned with the purpose of fulfilling the desires of other victims of depression. Cheata, a girl living with her father and stepmother after her biological mother, Chanda, left the family, is suffering from depression. Every day she suffers mental and physical abuses from her stepmother. Together with her longing for her true mother, this had led Cheata to slip deeper and deeper into depression. Holding on to her mother's photo and listening to her mother's lullaby every night does little to heal her heartache and depression. It is through this weakness that Cheata succumbed and falls under the control of the spirit of the French Lady who possesses the Clock. After learning about the events that. อ่านต่อ»
เกร็ดจากภาพยนตร์สามารถดูได้ในหน้าข้อมูลภาพยนตร์แต่ละเรื่อง

เปิดกรุภาพยนตร์

ทุกห้องมีหลอน ทั้งตึกมีผี เมื่อเหล่านักเรียนต้องพยายามเอาตัวรอดจากคำสาปสยองและดวงวิญญาณโหดที่ไล่ล่าเอาชีวิตพวกเขา รวมถึ...อ่านต่อ»