ความพยายามไม่เคยทรยศใคร ฟลุ้ค แชร์เรื่องราวที่เป็นจุดดิ่งสุดในชีวิต และวิธีการที่เขาผ่านมาได้จนมีทุกวันนี้!

7 เม.ย. 64 18:52 น. / ดู 2,785 ครั้ง / 1 ความเห็น / 0 ชอบจัง / แชร์
ในพาร์ทของการแสดงก็ขึ้นชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งคนที่ไม่หยุดพัฒนาตัวเอง แต่ในด้านของการเรียน
เขาเองก็ไม่ทิ้งในส่วนนี้เช่นกัน สำหรับ ฟลุ้ค ณธัช อย่างล่าสุดก็เพิ่งได้ไปพูดคุยแชร์ประสบการณ์
ในหัวข้อ การเติบโตทางความคิดด้วยวิธีคิดเชิงบวกในเพจ สังคมวิทยาเพื่อการพัฒนา มศว
มาไลฟ์แบบแบ็คกราวน์ด้านหลังหนังสือแน่นเอี๊ยดเต็มชั้นวางเลย




น้องผู้ดำเนินรายการถามว่ามีหนังสือที่แบบให้พลังงานบวกแนะนำไหม
เจ้าตัวบอก ส่วนใหญ่จะอ่านแนวนิยายมากกว่า แต่ว่าแนวนี้ก็เคยอ่านผ่านบ้างๆ แบบเวลาเครียดต้องการ
พลังบวกก็จะหาหนังสือพวกนี้มาอ่าน ยกตัวอย่างเล่มนี้มีชื่อว่า วันนี้จะเป็นวันที่ดี เวลารู้สึกลบๆ ก็จะหามาอ่านก็จะได้ข้อคิด
เยอะมากๆ อย่างหนังสือพวกคำคมเป็นภาษาไทยภาษาอังกฤษก็มี ก็จะได้ข้อคิดจากนักเขียนเยอะ







เห็นพี่ฟลุ้คอ่านหนังสืออิ้ง น้องพธก.เลยถามว่ามีวิธีฝึกภาษาอังกฤษยังไง
ฟลุ้คบอก ตอนเรียนอยู่มัธยมไม่ชอบวิชานี้เลย รู้สึกแบบเราจะเรียนไปทำไมอยู่ในประเทศไทยไม่เห็นจะต้องใช้เลย
แต่พอได้มาเป็นนักแสดงและได้ไปต่างประเทศค่อนข้างบ่อย ภาษาอังกฤษก็ใช้เป็นภาษาในการสื่อสารกับชาวต่างชาติ
พอไปแล้วพอเราพูดไม่ได้ ต้องใช้ล่ามตลอดเวลา เลยรู้สึกว่าภาษามันสำคัญ ก็เริ่มฝึกจากการดูซีรีส์ ฟังเพลงภาษาอังกฤษ
อ่านหนังสือ และค่อยๆ แอดวานซ์ไปเรื่อยๆ





และวิธีคิดเชิงบวกในความหมายของฟลุ้คคือ การคิดทุกอย่างไปในแง่บวก ไม่ว่าจะเจอปัญหาอุปสรรค
เราจะมองบวกไว้ก่อน และฟลุ้คก็เห็นด้วยและสนับสนุนให้ทุกคนดำเนินชีวิตด้วยการคิดบวก เพราะมันจะทำให้
ทุกอย่างดูซอฟต์และมองหาทางออกได้หลายๆ ทาง และไม่รู้สึกกดดันจนเก็บมาเครียด





พร้อมแชร์พาร์ทที่เป็นสิ่งท้าทายและปัจจุบันก็สามารถผ่านมาได้แล้วสิ่งนั้นคือ ตอน ม.5 ที่ย้ายจากลำพูนมาอยู่กรุงเทพ
พร้อมกับครอบครัวที่ลาออกจากงานมาอยู่ด้วย และฟลุ้คก็ตั้งใจจะมาหาที่เรียนใหม่และตั้งใจทำงานเก็บเงินหาซื้อบ้านที่กรุงเทพตอนแรกก็คิดว่าชิลล์ แต่ปีสองปีแรกมีหลายปัญหามากๆ อย่างเรื่องการเรียนเหมือนต้องเริ่มเรียน ม.4 ใหม่ ทั้งที่
จริงอยู่ ม.5 เทอม 2 แล้ว บวกกับช่วงนั้นต้องทำงาน แถมค่าครองชีพในเมืองก็สูงมากๆ รายได้ก็ไม่บาลานซ์กับค่าใช้จ่าย
แถมต้องดูแลครอบครัวที่ลาออกจากงานมาอยู่ด้วย ตอนนั้นก็เป็นช่วงที่เครียดและดิ่งสุด คือต้องพยายามใช้ชีวิตดิ้นรนในแต่ละวัน ซึ่งกว่าฟลุ้คจะผ่านช่วงนั้นก็ใช้เวลา 4-5 ปี แต่ก็ไม่ได้ทำให้ท้อตอนนั้นกลับคิดว่า ในเมื่อมันยังไม่ดี พรุ่งนี้มันอาจจะดีขึ้นก็ได้ และสุดท้ายมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ สุดท้ายก็แฮปปี้มากๆ ที่ไม่ได้ทิ้งความฝันของตัวเอง

respect เลยความพยายามไ่ม่เคยทรยศใครจริงๆ 




จากการที่ต้องรับผิดชอบตัวเองทั้งในด้านการเรียนการทำงานและเป็นเสาหลักของบ้าน
ถึงจะทำให้ฟลุ้คสูญเสียช่วงเวลาชีวิตในการเป็นวัยรุ่นไป แต่ก็ถูกแทนที่ด้วยทัศนคติความเป็นผู้ใหญ่
และความฝันที่เป็นจริงที่ได้ทำงานในวงการบันเทิง





และใครที่กำลังเรียนในสายที่คิดว่าตัวเองน่าจะเลือกผิดและไม่กล้าซิ่วหรือดร็อป
ฟลุ้คก็ได้แชร์ประสบการณ์ที่เขาดร็อปเรียนป.โท ว่าเขาเคยเรียนไปได้สักพักแล้วรู้สึกว่าไม่สามารถนำไป
ต่อยอดได้บวกกับยังมีความสุขกับการเป็นนักแสดงอยู่ และในอนาคตก็มีคิดว่าจะไปทำเบื้องหลังดีไหม ก็เลยกลับ
มาคิดและตัดสินใจดร็อป และคิดว่าการดร็อปก็ไม่ใช่ ความล้มเหลวในชีวิตกลับรู้สึกว่าดีใจที่ค้นหาตัวเองเจอ ตรงนี้
ตอนนี้ไม่ได้ไม่เป็นไรเดี๋ยวลองทำงานไปอีกสักพักคงค้นหาตัวเองเจอว่าอยากทำอยากเรียนต่ออะไรและไปต่อยอด
ในอนาคตยังไง





เมื่อถามถึงว่าบุคคลต้นแบบในการดำเนินชีวิตไหม ฟลุ้คบอกว่า เขามีทุกคนรอบตัวเป็นต้นแบบ
ทุกคนต่างมีทั้งมุมที่ดีและไม่ดี เราก็เรียนรู้และนำมาเป็นบทเรียนปรับใช้ พร้อมย้ำว่า Critical Thinking ก็เป็นอะไรที่
สำคัญสำหรับการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน เวลารับข้อมูลข่าวสารอะไรต้องคิดวิเคราะห์แยกแยะก่อนปักใจเชื่อ





ในพาร์ทของการแสดงการสวมบทบาทในคาแร็กเตอร์ต่างๆ ก็ทำให้ฟลุ้คได้เรียนรู้ตัวละครนั้นๆ
และทำให้สามารถนำมาปรับใช้เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตได้ด้วย





และอีกหนึ่งเป้าหมายในชีวิตที่ฟลุ้คทำสำเร็จแล้วคือ การซื้อบ้านได้ตอนอายุ 25 เพราะตอนแรกคิดว่าจะทำได้
ตอนอายุ 30 ด้วยซ้ำ อาจเป็นเพราะตัวเองมีเป้าหมายที่ชัดเจน เลยทำให้มีไฟทำทุกตามอย่างเป้าที่วางไว้ได้สำเร็จ





พร้อมให้คำแนะนำถึงน้องเรื่องการเลือกสายเรียนว่า ควรเลือกเรียนจากสิ่งที่ตัวเองชอบ ไม่ใช่จากที่พ่อแม่ชอบ
หรือตลาดต้องการ เพราะวันนึงเรียนจบมา ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้นำไปต่อยอดหรือใช้ประโยชน์ เพราะจะได้ไม่มา
เสียดายหรือเสียใจทีหลัง พร้อมบอกให้ทุกคนอย่ากดดันตัวเอง เพราะมันจะไปบั่นทอนศักยภาพของเรา อย่าไปคิดว่า
เราเรียนรู้ได้แค่นี้ ทุกคนเรียนรู้ได้อีกเรื่อยๆ ไม่จำเป็นต้องแข่งกับใคร แข่งกับตัวเองก็พอ พรแสวงสำคัญกว่าพรสวรรค์





ถึงฟลุ้คจะเป็นคนชอบคิดบวก แต่ก็รู้ดีว่าข้อเสียของคนคิดบวกมักจะถูกเอาเปรียบเสมอ เพราะฉะนั้นต้องมีอะไร
ที่มัน protect ตัวเอง อาจจะต้องรู้จักปฏิเสธหรือหาทางออกให้กับตัวเองด้วย ก็พยายามจะเป็นคนที่ไม่คิดบวกหรือลบเกิน
อยู่ตรงกลางบนพื้นฐานความเป็นจริง

เป็นไลฟ์ที่ได้เลคเชอร์แนวความคิดดีดีในการดำเนินชีวิตจากวิทยากรพี่ฟลุ้คและนำมาประยุกต์ใช้ได้เยอะเลย 



#ฟลุ้คณธัช

ขอบคุณภาพและคลิปจาก
FB: สังคมวิทยาเพื่อการพัฒนา มศว
@FlukeTouch
แก้ไขล่าสุด 7 เม.ย. 64 21:16 | เลขไอพี : ไม่แสดง | ตั้งกระทู้โดย Windows 10

อ่านต่อ คุณอาจจะสนใจเนื้อหาเหล่านี้ (ความคิดเห็นกระทู้ อยู่ด้านล่าง)

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

จะต้องเป็นสมาชิกจึงจะแสดงความคิดเห็นได้
เป็นสมาชิกอยู่แล้ว ลงชื่อเข้าใช้ระบบ
ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สมัครสมาชิกใหม่
หรือจะลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google หรือ Facebook ก็ได้
ลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Facebook
ลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google