รู้จักกับหลุมสิว ปัญหาบนใบหน้าที่เเก้ได้ไม่ยาก หากรู้วิธีที่ถูกต้อง

29 ธ.ค. 65 23:39 น. / ดู 601 ครั้ง / 6 ความเห็น / 1 ชอบจัง / แชร์

ปัญหาหลุมสิว เป็นปัญหาที่พบได้บนผิวหน้า และจะเกิดขึ้นหลังจากสิวอักเสบ หลุมสิว ทำให้ใบหน้าเป็นริ้วรอย ไม่เรียบเนียนอย่างที่ควรเป็น มันส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของคนๆนั้น เพราะใครๆก็อยากมีใบหน้าเรียบเนียน ไร้ริ้วรอย ดังนั้นเราควรทำความรู้จักกับหลุมสิว หลุมสิวมีกี่เเบบ หลุมสิวเกิดจากอะไร รักษา หลุมสิวอย่างไร ซึ่งถ้าเราสามารถเข้าใจมันได้เเล้ว การทำให้รอยหลุมสิวหายจากใบหน้าก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
หลุมสิว คืออะไร มีลักษณะอย่างไร

หลุมสิว (Atrophic Scars) เป็นรอยเเผลประเภทหนึ่งที่เกิดจากการอักเสบของสิว ยกตัวอย่างเช่น สิวหัวช้า สิวหนอง ซึ่งเป็นสิวขนาดใหญ่ที่อักเสบไปจนถึงผิวชั้นใน และหากรักษาไม่ถูกวิธี ทำให้เเผลไม่สามารถสมานได้เต็มที่ ก็จะเกิดเป็นหลุมสิวในที่สุด โดยลักษณะของมันคือ มีหลุมลึกอยู่บนใบหน้า ซึ่งผู้ที่มีหลุมสิวอยู่ใบหน้า ร้อยละ 90 เกิดจากการรักษาสิวไม่ถูกวิธี

ประเภทของหลุมสิว


หลุมสิวมีอยู่กี่เเบบ ประเภทของหลุมสิวสามารถเเบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ซึ่งวิธีการเเบ่ง เเบ่งได้จากระดับความรุนเเรงของอาการ โดยหลุมสิวทั้ง 3 ประเภท มีอยู่ด้วยกัน ดังนี้

1. หลุมสิว Rolling Scar : หลุมสิวประเภทนี้ เป็นหลุมสิวที่เห็นได้ทั่วๆไป มีลักษณะที่เป็นหลุมตื้น รอยเเผลกว้าง เเละหลุมสิวลึกลงไป มีลักษณะโค้งคล้ายกระทะ เเต่ไม่ลึกมาก เป็นหลุมสิวที่รุนเเรงน้อยที่สุด และรักษาได้ง่ายที่สุด

2. หลุมสิว Box Scar : หลุมสิวประเภทนี้ มีลักษณะเป็นบ่อ มีความกว้าง 3 - 4 มิลลิเมตร และก้นหลุมสิวมีความลึกขนาดพอๆกับความกว้าง เป็นหลุมสิวที่มีความรุนเเรงระดับปานกลาง

3. หลุมสิว Ice Pick Star : หลุมสิวประเภทนี้ มีลักษณะเป็นหลุมลึก ปากแผลเเคบ เหมือนเป็นกรวย ที่ลึกไปจนถึงชั้นหนังภายใน เเต่ขนาดของปากเเผลจะมีขนาดไม่เกิน 2 มิลลิเมตร เป็นหลุมสิวที่รุนเเรงที่สุด ต้องใช้เวลานานในการฟื้นฟูรักษา

สาเหตุของการเกิดหลุมสิว

ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น หลุมสิว นั้นเกิดจากสิวอักเสบ สิวอุดตัน ที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ทำให้สิวมีขนาดใหญ่ และฝังลึกลงไปจนถึงชั้นผิวข้างใน ซึ่งสิวที่ไปถึงชั้นผิวภายในเเล้ว จะส่งผลให้คอลลาเจนที่อยู่ในผิวถูกทำลาย ทำให้กระบวนการสร้างผิวหนัง เพื่ออุดหลุมสิว ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ทิ้งเป็นรอยหลุมสิวไว้ เพราะกระบวนการสร้างผิวหนังทดเเทนทำงานได้ไม่ดี เพราะคอลลาเจนในผิวถูกทำลาย

รักษาหลุมสิวอย่างไรดี


การมีหลุมสิวอยู่บนใบหน้าสร้างความไม่มั่นใจให้กับเราได้ ดังนั้นต้องหาวิธีรักษาให้เร็วที่สุด การรักษาหลุมสิวด้วยตัวเองที่ดีที่สุด คือ การรักษาความสะอาดบนใบหน้า ไม่ให้เกิดสิวตั้งเเต่เเรก เพราะถ้าไม่เกิดสิว ไม่มีสิวอักเสบ ก็จะไม่เกิดหลุมสิว แต่ถ้าหากเกิดสิวเเล้ว เราควรทำการรักษาสิวให้ถูกวิธี

ไม่ว่าจะเป็นการทานยา การใช้ครีม ควรทำการปรึกษาเเพทย์ หรือเภสัชกรเสมอ เพราะสิวของเเต่ละคนเกิดจากปัจจัยที่เเตกต่างกัน ก่อนที่จะเลือกว่าใช้วิธีอะไรรักษาทางที่ดีควรพบเเพทย์ เพื่อใ้ทำการประเมินก่อน เพื่อให้สามารถรักษาให้สิวให้หายได้เร็วที่สุด ก่อนจะเกิดหลุมสิว

รักษาหลุมสิวด้วยวิธีไหนได้บ้าง

เเต่เมื่อเกิดหลุดสิวเเล้ว ไม่ว่าจะเป็นหลุมสิวประเภทไหนก็ตาม ก็ควรทำการรักษาหลุมสิวให้เร็วที่สุด
เพราะเนื่องจากหลุมสิวรักษาได้ยาก ดังนั้นการพบเเพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นการรักษาที่ดีที่สุด โดยเเพทย์จะทำการประเมินรอยหลุมสิวของเรา ว่ามีความรุนเเรงระดับไหน เเละควรใช้วิธีอะไรในการรักษา โดยวิธีการรักษาหลุมสิวก็จะมีอยู่ด้วยกันหลายวิธี ดังนี้

เมื่อเกิดสิวก็ต้องทำการรักษา และเมื่อรักษาหายแล้ว แต่สังเกตเห็นหลุมสิวเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเข้าข่ายประเภท
ไหนก็ตาม ก็สมควรเข้าไปพบแพทย์เพื่อรับคำปรึกษา ประเมินความรุนแรง และวางแผนในการรักษาอย่าง
ถูกต้องต่อไป ไม่ควรปล่อยไว้จนอายุมากขึ้นจนหลุมสิวชัดขึ้น และทำให้วิธีรักษาหลุมสิวซับซ้อนขึ้น

1. รักษาหลุมสิว ด้วยการทาครีมหรือการทายา

การรักษาหลุมสิวด้วยการทาครีม หรือทายานั้น เป็นวิธีที่สามารถทำได้ง่าย โดยยาท่ใช้ในการรักษาหลุมสิว จะเป็นยากลุ่มวิตามินเอ เช่น Retin A, Retinoid และ Retinol โดยตัวยากลุ่มนี้ จะมีคุณสมบัติกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนซึ่งจะช่วยผลัดเซลล์ผิวให้หลุมสิวตื้นขึ้น ช่วยสร้างเซลล์ผิวใหม่ และยากลุ่มนี้สามารถใช้ทา เพื่อลดการอักเสบของสิวได้

เเต่สำหรับการทายากรักษาหลุมสิว มีข้อจำกัดคือใช้รักษาหลุมสิวประเภท Rolling Scar ซึ่งเป็นประเภทที่ไม่รุนเเรงได้ นอกจากนี้ต้องระวังในเรื่องผลข้างเคียงของตัวยา เช่น อาจมีอาการผิวเห้ง ผิวเเสบ ผิวลอก หรืออาจทำให้เกิดการระคายผิวได้

2. รักษาหลุมสิวด้วยการทานยา

นอกจาการทายา แล้วเรายังสามารถรักษาหลุมสิว ด้วยการทานยาด้วย ซึ่งจะเป็นยาสกัดจากอนุพันธ์วิตามิน เอ การทานยารักษา อาจจะเห็นผลได้ช้ากว่า เเต่มีผลข้างเคียงน้อยกว่า เช่น อาการปากเเห้ง เเต่โดยทั่วไปเเล้ว การทานยา จะใช้ควบคู่รักษากับการทายาภายนอกไปด้วย เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพมากที่สุด

3. รักษาหลุมสิวด้วยเลเซอร์เลเซอร์หลุมสิว

การเลเซอร์รักษาหลุมสิว เป็นวิธีรักษาที่ได้รับความนิยม เพราะเห็นผลลัพธ์เร็วกว่าการทายากรักษา โดยการเลเซอร์รักษาหลุมสิวมีสรรพคุณที่ไปช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ผลัดเซลล์ผิวเก่า สร้างเซลล์ผิวใหม่ ช่วยให้หลุมสิวตื้นขึ้น และลดปัญหารูขุมขนกว้างไปด้วย เเต่การเลเซอร์รักษาหลุมสิวให้เห็นผล ต้องทำ 4-6 ครั้ง โดยต้องมีการรักษาระยะห่างในการยิงเลเซอร์ เพื่อให้เวลาร่างกายได้ทำการสร้างคอลลาเจน

ซึ่งเลเซอร์ที่นิยมนำมาใช้ในการรักษาหลุมสิว จะมีอยู่ด้วยกัน 2 เเบบ คือ

1. Erbium Yag Laser หรือเลเซอร์ที่ใช้ความยาวคลื่น 2,490 nm 
2. CO2 Laser หรือเลเซอร์คาร์บอนไดออกไซด์ ที่ใช้ความยาวคลื่น 10,600 nm

สำหรับข้อควรระวังของการรักษาหลุมสิวด้วยการเลเซอร์ คือ ผลข้างเคียงหลังจากเข้ารับการรักษา ซึ่งจะมี ผิวเเดง ผิวตกสะเก็ด ผิวเเห้ง บริเวณที่ทำการยิงเลเซอร์ โดยงดเว้นการโดนเเดด เเต่ถ้าจำเป็นใช้ครีมกันเเดดทาทุกครั้ง

4. รักษาด้วยการฉีดฟิลเลอร์หลุมสิว

การฉีดฟิลเลอร์เองก็สามารถใช้ในการรักษาหลุมสิวได้ ไม่ใช่เพียงเเค่ฉีดให้ใบหน้ากระชับ โดยหลักการของมัน คือ การฉีดสารประเภท Hyaluronic Acid เข้าไปที่บริเวณหลุมสิว เพื่อช่วยให้หลุมสิวดูตื้นขึ้น และช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นอีกด้วยค่อนข้างเห็นผลได้เร็ว เเละไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นมาก

นวัตกรรมรักษาหลุมสิวยอดนิยม

วิธีการรักษาหลุมสิวที่กล่าวไว้ข้างต้น เป็นวิธีการรักษาเเบบดั้งเดิม เเต่มีการพัฒนาเทคโนโลยีการรักษาหลุมสิวให้ล้ำสมัยมากยิ่งขึ้น โดยนวัตกรรมการรักษาหลุมสิวเเบบใหม่ จะมีอยู่ด้วยกัน ดังนี้


1. Fractional RF

Fractional RF หรือชื่อเต็มว่า (Fractional Radio Frequency) คือการประยุกต์นำคลื่นวิทยุมาใช้ในการรักษาผิวพรรณ เช่น หลุมสิว โดยคลื่นวิทยุที่ถูกปล่อยออกมา จะปล่อยพลังงานความร้อนเข้าสู่ชั้นผิวหนัง ไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่ผิวชั้นใน ช่วยให้หลุมสิวตื้นขึ้น โดยไม่ทำร้ายผิวชั้นบน และไม่ทิ้งจุดด่างดำหลังกาารักษา

2. Fractional Er:YA and CO² laser

Fractional Er:YA and CO² laser เป็นนวัตกรรมเลเซอร์รักษาสิวที่ถูกพัฒนาเพิ่มขึ้น โดยเป็นการปล่อยเลเซอร์จุดเล็กๆลงไปใต้ชั้นผิวหนัง บริเวณที่เป็นหลุมสิว มันจะช่วยซ่อมเเซมสร้างผิวหนังขึ้นใหม่ ช่วยแก้ปัญหาผิวหน้าไม่เรียบ ใช้รักษารอยแผลเป็นจากสิว ผิวขรุขระ รูขุมขนกว้าง ซึ่งมีหลักการทำงานที่คล้ายกับการเลเซอร์รักษาผิว แต่มีความรุนแรงมากกว่า และเห็นผลลัพธ์การรักษาได้เร็วกว่า

3. Fractional Er:glass laser

Fractional Erbium Glass 1540nm เป็นการรักษาหลุมสิวด้วยเลเซอร์อีกประเภทหนึ่ง เป็นเลเซอร์ที่ไปกระตุ้นให้เกิดการซ่อมแซมผิวหนัง โดยจะฉายเเสงไปที่หลุมสิว ช่วยให้หลุมสิวตื้นขึ้น โดยไม่สร้างความเสียหายให้กับผิวชั้นบน ความพิเศษคือการเพิ่มระบบทำความเย็นที่จะช่วยให้รู้สึกสบาย ไม่เจ็บจากการรักษาเหมือนเลเซอร์ทั่วไป และยังช่วยลดการอักเสบให้สิว

4. Picosecond laser

Picosecond laser เป็นอีกเทคโนโลยีเลเซอร์รักษาหลุมสิว และช่วยรักษาได้ทั้งจุดด่างดำ กระ ริ้วรอย ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเช่นกัน โดยเทคโนโลยี Picosecond laser มักถูกนำไปใช้ในการลบรอยสักด้วย เป็นการยิงเลเซอร์พลังงานสูงในระยะเวลาอันสั้น จึงสามารถทำให้เม็ดสีแตกตัวได้อย่างละเอียด ไม่ทำลายเนื้อเยื่อ หรือทำให้ผิวหนังบาลง และทำให้ระยะเวลาในการรักษาน้อยกว่าเลเซอร์ตัวอื่นๆ

รักษาหลุมสิวที่ไหนดี


เราจะเห็นได้ว่าการรักษาหลุมสิว มีอยู่ด้วยกันหลายเเบบให้เราเลือก เเต่อีกสิ่งสำคัญที่จะมองข้ามไม่ได้ คือการเลือกว่าจะรักษาหลุมสิวที่ไหนดี เนื่องจากหลุมสิว รักษายากกว่าสิวทั่วไป ดังนั้นเราควรเลือกคลีนิกรักษา สิวที่มีผลงานการรักษามากมาย มีเเพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สถานพยาบาลได้รับการรับรองอย่างถูกต้อง มีอุปกรณ์ทางการเเพทย์ครบครัน ทันสมัย แต่เพื่อความมั่นใจ ควรอ่านรีวิวจากผู้ใช้บริการก่อนหน้ามาประกอบการตัดสินใจ

ข้อสรุปเกี่ยวกับหลุมสิว

หลุมสิวบนใบหน้าเป็นสิ่งที่สามารถเห็นได้ชัด ดังนั้นควรรักษาให้หายเร็วที่สุด หากพบว่าตัวเองมีหลุมสิวเเล้ว สิ่งที่ควรทำ ควรรีบพบเเพทย์ เพื่อทำการประเมินความรุนเเรงของอาการก่อน เพื่อจะได้หาวิธีการรักษาที่ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด

โดยเราขอเเนะนำ Mvita Clinic ที่นี่มีเเพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งความรู้ และประสบการณ์ พร้อมให้คำเเนะนำ ไปจนถึงการรักษาหลุมสิวบนใบหน้าของคุณให้หายไวที่สุด ผู้สนใจสามารถดูข้อมูลได้จาก Facebook หรือเว็บไซต์ของทางคลีนิกได้เลย
แก้ไขล่าสุด 30 ธ.ค. 65 00:47 | เลขไอพี : ไม่แสดง | ตั้งกระทู้โดย Windows 10

อ่านต่อ คุณอาจจะสนใจเนื้อหาเหล่านี้ (ความคิดเห็นกระทู้ อยู่ด้านล่าง)

ความคิดเห็น

#1 | sz463257 | 29 ธ.ค. 65 23:42 น.

 

ไอพี: ไม่แสดง | โดย Windows 10

#2 | sz464763 | 30 ธ.ค. 65 00:11 น.

 

ไอพี: ไม่แสดง | โดย Windows 10

#3 | asider | 30 ธ.ค. 65 12:20 น.

*-*

ไอพี: ไม่แสดง | โดย Windows 10

#4 | Slowlife | 3 ม.ค. 66 17:01 น.

ไอพี: ไม่แสดง | โดย Windows 10

#5 | sz464582 | 5 ม.ค. 66 22:13 น.

8o         

ไอพี: ไม่แสดง | โดย MacOS

#6 | sz463257 | 13 ม.ค. 66 23:58 น.

 

     

ไอพี: ไม่แสดง | โดย Windows 10

แสดงความคิดเห็น

จะต้องเป็นสมาชิกจึงจะแสดงความคิดเห็นได้
เป็นสมาชิกอยู่แล้ว ลงชื่อเข้าใช้ระบบ
ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สมัครสมาชิกใหม่
หรือจะลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google หรือ Facebook ก็ได้
ลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Facebook
ลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google