อยากเรียนต่อปริญญาตรีที่อังกฤษ เริ่มต้นอย่างไรดี ?

20 ม.ค. 66 23:46 น. / ดู 336 ครั้ง / 0 ความเห็น / 0 ชอบจัง / แชร์

สำหรับคนที่สนใจเรียนต่อในต่างประเทศ ประเทศอังกฤษก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่กำลังอยากเรียนปริญญาตรี ประโยชน์ที่เราจะได้จากการเรียนต่อปริญญาที่อังกฤษ เราจะได้พัฒนาทักษะด้านภาษาในประเทศบ้านเกิดของภาษาอังกฤษ ได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ ในสถานที่ใหม่ ๆ และยังได้เพื่อนต่างชาติ ด้วย โดยเราจะมาดูกันว่า สำหรับคนที่อยากเรียนต่อปริญญาตรีที่อังกฤษต้องเริ่มต้นอย่างไรบ้าง ไปดูกัน
คะแนนภาษาที่ใช้ในการเรียนต่อปริญญาตรีที่อังกฤษ

ซึ่งการเรียนต่อปริญญาตรีที่อังกฤษ ในมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะรับคะแนน IELTS 6.0 ขึ้นไป โดยคะแนนในแต่ละพาร์ทต้องไม่ต่ำกว่า 5.5 บางสาขาวิชาอาจสูงถึง 7.5 และแต่ละพาร์ทไม่ต่ำกว่า 6.0 น้องๆ ต้องเตรียมตัวให้พร้อมเสมอ และมีหลายวิธี

สำหรับน้องนักเรียนที่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

-  จบ ม.6 ด้วยเกรด 2.3 - 3.0 หรือกำลังเรียนปี 1
-  มี AS หรือ A-Level ผ่านเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด
-  ต้องผ่านเกณฑ์คะแนน IELTS 4.5-6.0 ขึ้นไปแล้วแต่มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งกำหนด
                                                                                     
เรียนต่อปริญญาตรีที่อังกฤษ ใช้เอกสารอะไรบ้าง ?

เอกสารที่จำเป็นต้องเตรียมสำหรับการสมัครเรียนต่อปริญญาตรีที่อังกฤษ หรือ UK

-  หลักฐานการศึกษาฉบับภาษาอังกฤษ เช่น Transcript, Certificate, School Report,  ใบแสดงผลการเรียน Foundation คะแนน SAT, IB และอื่นๆ ถ้ามี
-  SOP (Personal Statement) จดหมายแนะนำตัว
-  Recommendation Letter  จดหมายรับรองหรือหนังสือรับรองจากอาจารย์
-  ผลคะแนนการสอบ IELTS ใบแสดงผลคะแนนทดสอบภาษาอังกฤษ การทดสอบ พีทีอีอื่นๆ
-  ประวัติส่วนตัว (หากเหมาะสม)

เรียนต่อปริญญาตรีที่อังกฤษ เริ่มเรียนช่วงไหน ?


การเปิดเทอมของมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษจะมี 2 รอบด้วยกัน คือ เดือนกันยายน และเดือนมกราคม จะเริ่มเปิดรับใบสมัคร 1 ปีก่อนหน้า เช่น หากต้องการเรียนในปี 2023 สามารถเริ่มสมัครได้ตั้งแต่เดือนกันยายน 2022 โดยมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะเริ่มเปิดรับนักศึกษาใหม่ในช่วงเดือนกันยายน

แนะนำมหาวิทยาลัยชั้นนำในการเรียนต่อปริญญาตรีที่อังกฤษ


หากจะพูดถึงคุณภาพการศึกษา แน่นอนว่า "ประเทศอังกฤษ" ไม่เป็นสองรองประเทศใดๆ ในโลกแน่นอนด้วยดีกรีเป็นถึงประเทศเจ้าของภาษา ด้วยวัฒนธรรมที่สง่างาม ที่หยั่งลึกจากอดีตถึงปัจจุบัน สิ่งเหล่านี้ถูกถ่ายทอดไปทั่วโลก จึงทำให้มหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษเป็นที่นิยม กลายมาเป็นเมืองในฝันที่เหล่านักเรียน นักศึกษาต่างชาติ อยากมาเรียนต่อ

ซึ่งมหาวิทยาลัยในอังกฤษ ก็มีหลายแห่งที่เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก ได้แก่ "Oxford University" หรือ "The University of Oxford" และอีกที่นึงจะขาดไปไม่ได้เลย คือ "University of Cambridge" เป็นสองสถาบันชื่อ มักจะถูกจัดสรรเป็นสุดยอดมหาวิทยาลัยของโลกในทุกปี

มหาวิทยาลัย University OF Oxford
                                                                         
ก่อตั้งในปี 1096 ตั้งอยู่ที่เมืองออกซ์ฟอร์ด ถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในกลุ่ม ประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่

ความโดดเด่นมีชื่อเสียง คือ แพทยศาสตร์, นิติศาสตร์, วรรณกรรม, ปรัชญาการเมือง, และเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เปิดสอนนักศึกษาระดับปริญญาตรี โท และเอก สิ่งอำนวยความสะดวก มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดมีห้องสมุดให้นักศึกษาเข้าใช้งานมากกว่า 100 ห้องสมุด

ภายในมหาวิทยาลัยยังมีพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติและวิทยาศาสตร์ ซึ่งจัดแสดงกระดานดำที่ใช้โดย อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ในปัจจุบัน มีผู้นำโลกมากว่า 30 คน นายกรัฐมนตรีอังกฤษมากกว่า 27 คน และผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบลอีก 50 คน ล้วนจบการศึกษาที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด

มหาวิทยาลัย CAMBRIDGE University

ก่อตั้งในปี 1209  เมืองเคมบริดจ์ ความโดดเด่นมีชื่อเสียง คือ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ดาราศาสตร์, วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ, นิติศาสตร์, มนุษยวิทยา, ประวัติศาสตร์

มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ได้รับการจัดอันดับสถาบันอุดมศึกษา จากหลายหน่วยงานเช่น Complete, Guardian, Times/Sunday Times ให้เป็นมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดอันดับหนึ่งของสหราชอังกฤษติดต่อกันหลายปีกระทั่งถึงปัจจุบัน

มหาวิทยาลัย KING'S College London

ก่อตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ค.ศ.1829 โดยสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 4 และดยุคแห่งเวลลิงตัน กล่าวได้ว่า เป็นมหาวิทยาลัยที่มีความเก่าแก่มากที่สุดเป็นลำดับที่ 4 ของประเทศอังกฤษ
ความที่โดดเด่นมีชื่อเสียง คือ แพทยศาสตร์, พยาบาลศาสตร์, วิทยาศาสตร์

มหาวิทยาลัยคิงส์คอลเลจ จัดเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำของสหราชอาณาจักรและมีชื่อเสียงระดับโลกในปัจจุบัน มหาวิทยาลัยคิงส์คอลเลจมีบุคลากรประมาณ 7,000 คน และมีนักศึกษามากกว่า 26,500 คนใน
จำนวนนี้เป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรีประมา 10,400 คน โดยมาจาก 150 ประเทศทั่วโลก

ศิษย์เก่าจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้รับการยอมรับในหลากหลายสาขาวิชาชีพ เช่น ด้านการเมืองการปกครอง การทหาร กฎหมายการระหว่างประเทศ การเงิน การแพทย์และอื่นๆ อีกมาก บุคลากรและศิษย์เก่าจากคิงส์คอลเลจได้รับรางวัลโนเบลแล้ว จำนวน 12 คน

มหาวิทยาลัย Imperial College London

ก่อตั้งอิมพีเรียลคอลเลจลอนดอนอย่างเป็นทางการ ขึ้นในวันที่ 8 กรกฎาคม ค.ศ. 1907 โดยก่อตั้งวิทยาเขตหลักในพื้นที่ของสถาบันอิมพีเรียลในเซาท์เคนซิงตัน ลอนดอน สหราชอาณาจักรอังกฤษ

ความโดดเด่นมีชื่อเสียง คือ วิทยาศาสตร์, เทคโนโลยี, วิศวกรรมศาสตร์, แพทยศาสตร์, บริหารธุรกิจ
อิมพีเรียลคอลเลจลอนดอน เป็นมหาวิทยาลัยใจกลางกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร มุ่งเน้นการเรียนการสอนทางด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ การแพทย์ และธุรกิจ 

มหาวิทยาลัย University College OF London

ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1826 วิทยาเขตหลังของ UCL ตั้งอยู่ที่ Bloomsbury  ในพื้นที่ลอนดอนส่วนกลาง Central London เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ

ความโดดเด่นมีชื่อเสียง คือ ชื่อเสียงในด้านแพทยศาสตร์วรรณกรรม นิติศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และดาราศาสตร์ ฟิสิกส์ โดยเฉพาะ งานวิจัยที่มีคุณภาพ

มหาวิทยาลัยลอนดอน UCL ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก โดยการจัดอันดับมาตรฐานมหาวิทยาลัยโลกของคอกโครัลลีไซมอนส์ ในปี ค.ศ. 2020 ได้รับการจัดอันให้อยู่ที่ 8 ของโลกและอันดับที่ 3 ในของทวีปยุโรป

สรุป
จากรายละเอียดการเรียนต่อปริญญาที่อังกฤษ จากที่เราได้สรุปมาทั้งหมดนี้หากน้อง ๆ คนไหนสนใจอยาก้ทราบข้อมูลการวางแผนเรียนต่อปริญญาที่อังกฤษเพิ่มเติม รวมถึงการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนศึกษา เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วน
แก้ไขล่าสุด 21 ม.ค. 66 00:12 | เลขไอพี : ไม่แสดง | ตั้งกระทู้โดย Windows 10

อ่านต่อ คุณอาจจะสนใจเนื้อหาเหล่านี้ (ความคิดเห็นกระทู้ อยู่ด้านล่าง)

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

จะต้องเป็นสมาชิกจึงจะแสดงความคิดเห็นได้
เป็นสมาชิกอยู่แล้ว ลงชื่อเข้าใช้ระบบ
ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สมัครสมาชิกใหม่
หรือจะลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google หรือ Facebook ก็ได้
ลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Facebook
ลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google