1. สยามโซน
  2. ภาพยนตร์
  3. ข่าววงการภาพยนตร์

เตรียมพบ The X-Files บนจอใหญ่ ปลายเดือนกรกฎาคมนี้

เตรียมพบ The X-Files บนจอใหญ่ ปลายเดือนกรกฎาคมนี้

"The X-Files" ละครวิทยาศาสตร์ที่โด่งดังมาหลายปี กำลังจะเป็นภาพยนตร์จอใหญ่อีกครั้งในชื่อว่า "The X-Files: I Want to Believe" โดยภาคนี้เป็นภาค 2 ต่อจากภาคแรกที่ใช้ชื่ออย่างเป็นทางการเพียงสั้นๆ ว่า "The X-Files" ซึ่งฉายไปในปี 1998 สำหรับภาค 2 นี้ กำกับโดย "คริส คาร์เตอร์" (Chris Carter) ผู้ให้กำเนิด The X-Files แบบฉบับดั้งเดิมซึ่งเป็นละครโทรทัศน์ โดย คริส เขียนบทเอง ร่วมกับมือเขียนบทคู่ใจ "แฟรงก์ สปอตนิตซ์" (Frank Spotnitz)

มีข่าวว่าจะสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้มาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปี 2001 แล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่ The X-Files ในโทรทัศน์ใกล้ฉายจบฤดูกาลที่ 9 พอดี แต่แล้วเรื่องนี้ก็ใช้เวลาเตรียมงานนานถึง 6 ปี ก่อนจะได้เริ่มต้นงานสร้างใน แวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2007 และถ่ายทำเสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2008 โดยมีกำหนดฉายวันที่ 25 กรกฎาคม 2008 ที่อเมริกา

ผู้กำกับ คริส เล่าว่า เขากับผู้ร่วมเขียนบท แฟรงก์ ตั้งชื่อภาค I Want to Believe ได้ตั้งแต่ช่วงที่เริ่มเขียนบทถ่ายทำใหม่ๆ แล้ว แต่ยังเปิดเผยในตอนนั้นไม่ได้ เพราะต้องรอให้ค่าย ทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ฟ็อกซ์ อนุมัติเสียก่อน "เป็นชื่อที่เป็นธรรมชาตินะ" คริส กล่าว "เพราะมันเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความยากลำบากในการรวมความเชื่อกับวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกัน การพูดว่าฉันอยากจะเชื่อ เลยเป็นการบอกเป็นนัยๆ ว่า มัลเดอร์ ต้องต่อสู้กับความเชื่อของตัวเอง"

ชื่อภาคนี้อาจฟังดูแปร่งๆ สำหรับผู้ที่ไม่ได้ติดตามละครชุดเรื่องนี้ แต่สำหรับแฟนประจำก็จะคุ้นหูตาทันที เพราะ I Want to Believe เป็นวลีที่อยู่บนโปสเตอร์รูปจานบิน ซึ่งติดอยู่ที่ผนังห้องทำงานของสองตัวละครเอกของเรื่อง นักสืบพิเศษเอฟบีไอ ฟ็อกซ์ มัลเดอร์ ซึ่งรับบทโดย "เดวิด ดูคอฟนีย์" (David Duchovny) และ ดาน่า สกัลลี่ ซึ่งรับบทโดย "จิลเลี่ยน แอนเดอร์สัน" (Gillian Anderson) นั่นเอง

แน่นอนว่า เดวิด และ จิลเลี่ยน ที่แสดงในภาคโทรทัศน์นั้น ตามมาแสดงในภาคภาพยนตร์นี้ด้วย จะกล่าวว่าหน้าตาของพวกเขาจัดเป็นเครื่องหมายการค้าของ The X-Files ก็ว่าได้ นอกจากนี้ ยังมี "อแมนด้า พีต" (Amanda Peet) "เอ็กซิบิต" (Xzibit) และ "บิลลี่ คอนนอลลี่" (Billy Connolly) ร่วมแสดงด้วย สำหรับรายละเอียดอื่นๆ นั้น ทีมงานยังคงอุบเงียบ โดยเฉพาะบทภาพยนตร์ที่ถือเป็นความลับสุดยอด เพื่อป้องกันไม่ให้โครงเรื่องรั่วไหลไปทางอินเตอร์เน็ต มีทีมงานเพียงบางส่วนเท่านั้นที่ได้อ่านบท และต้องอ่านในห้องที่มีกล้องวิดีโอติดอยู่ด้วย

นอกจากนี้ ระหว่างถ่ายทำ ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังใช้ชื่อหลอกมากมาย เช่น หลอกว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ชื่อ "Done One" ผู้กำกับชื่อ ริช เทรเซอร์ส ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นการนำเอาชื่อ คริส คาร์เตอร์ มาสลับตำแหน่งตัวอักษรใหม่นั่นเอง บริษัทลงทุนสร้างใช้ชื่อหลอกว่า เดอะ ครายอิ้ง บอกซ์ โพรดักชันส์ ทั้งที่จริงๆ แล้วต้องเป็น เทน เธอร์ทีน โพรดักชันส์

เนื่องจาก คริส ต้องการคงจิตวิญญาณของเรื่องราวดั้งเดิมไว้ และอ้างอิงถึงทุกอย่างที่ตัวละคร มัลเดอร์ และ สกัลลี่ ประสบพบเจอมา แต่ไม่ต้องการย้อนกลับไปเริ่มเล่าเรื่องแต่แรก เพื่อไม่ให้แฟนๆ รุ่นเก๋ารู้สึกว่าน่าเบื่อ และเพื่อให้ผู้ชมภาพยนตร์ทั่วไปที่ไม่คุ้นเคยกับละครเรื่องนี้มาก่อน สามารถชมอย่างเข้าใจได้ด้วย

"เหตุผลที่ทำภาพยนตร์ ก็เพื่อมอบให้แก่แฟนๆ ที่คลั่งไคล้ ดังนั้นเราจึงไม่อยากจะดูถูกพวกเขาด้วยการย้อนกลับไปปูพื้นแนวคิดเก่าๆ เดิมๆ ซ้ำอีก" คริส กล่าว "ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผมได้พูดคุยกับคนวัยเรียนหลายคนที่ไม่รู้จักละครเรื่องนี้ หรือรู้จักแต่ไม่เคยได้ชมเลย ถ้าคุณอายุ 20 ปีตอนนี้ ละครเรื่องนี้ก็เริ่มฉายตั้งแต่คุณอายุแค่ 4 ขวบ ดังนั้นอาจมีผู้ชมกลุ่มใหม่ๆ บ้างที่จะชอบละครเรื่องนี้ นี่คือสาเหตุที่ผมสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้แบบนี้ เพื่อให้เหมาะสมกับทุกๆ คน"

ความคิดเห็น

ภาพยนตร์ที่เกี่ยวข้อง

วันนี้ในอดีต

  • The Classic
    เข้าฉายปี 2003
    แสดง Son Ye-Jin, Jo Seung-Woo, Jo In-Sung
  • บิวตี้ฟูล บ๊อกเซอร์
    เข้าฉายปี 2003
    แสดง อัสนี สุวรรณ, สรพงษ์ ชาตรี, อรอนงค์ ปัญญาวงศ์
  • Taxi 3
    เข้าฉายปี 2003
    แสดง Samy Naceri, Frederic Diefenthal, Ling Bai

เกร็ดภาพยนตร์

  • Tinker Tailor Soldier Spy - เดิมที ไมเคิล ฟาสส์เบนเดอร์ ถูกเลือกให้รับบท ริกกี ทาร์ แต่มีเหตุให้ต้องถอนตัวเพราะยุ่งอยู่กับการถ่ายทำ X-Men: First Class บทนี้จึงถูกแทนที่ด้วย ทอม ฮาร์ดี อ่านต่อ»
  • มึงกูเพื่อนกันจนวันตาย - กลุ่มสเปิร์มในเรื่องนี้เป็นกลุ่มที่มีตัวตนจริงๆ และโด่งดังมากในช่วงพ.ศ. 2526 ที่จังหวัดเชียงใหม่ อ่านต่อ»
เกร็ดจากภาพยนตร์สามารถดูได้ในหน้าข้อมูลภาพยนตร์แต่ละเรื่อง

เปิดกรุภาพยนตร์

ความสัมพันธ์อันงดงามของ เดวิด (อารอน พอล) และ แคลร์ (แอนนาเบลล์ วอลลิส) เป็นอันต้องสิ้นสุดลงอย่างไม่ทันตั้งตัวด้วยเหตุผ...อ่านต่อ»