1. สยามโซน
  2. ภาพยนตร์
  3. ข่าววงการภาพยนตร์

อาจู ถ่ายทำฉากคอนเสิร์ตส่งท้ายภาพยนตร์ Sorry ซารังเฮโย

อาจู ถ่ายทำฉากคอนเสิร์ตส่งท้ายภาพยนตร์ Sorry ซารังเฮโย

อีกไม่นานเกินรอสำหรับผู้ที่รอชมภาพยนตร์รักอารมณ์เกาหลี "เการักที่เกาหลี Sorry ซารังเฮโย" จากผู้กำกับ "พจน์ อานนท์" ที่ได้นักร้องเกาหลีอย่าง "โนอาจู" (No A Joo) หรือ "อาจู" มาแสดงนำในเรื่องนี้ โดยประกบกับนักแสดงไทย อาทิ "ฮารุ - ฮารุ ยามากูชิ" "พอร์ช - ศรัณย์ ศิริลักษณ์" และ "กาย - รัชชานนท์ สุประกอบ"

ภาพยนตร์เรื่องนี้ ผู้กำกับเผยว่าถ่ายทำไปได้ถึง 95 เปอร์เซ็นต์แล้ว และจะปิดกล้องในวันที่ 29 เมษายนนี้ โดยล่าสุดก็ได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้เข้าเยี่ยมชมเบื้องหลังการถ่ายทำที่ สตูดิโอมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต วิทยาเขตร่มเกล้า เมื่อวันที่ 28 เมษายน ที่ผ่านมา สำหรับการถ่ายทำในวันนี้เป็นฉากคอนเสิร์ตของหนุ่ม อาจู ซึ่งเล่นเพียงแค่ 2 เทก ก็ผ่านฉลุย

อาจู บอกถึงบรรยากาศในการถ่ายทำในเมืองไทยครั้งนี้ว่า "ก็เป็นสิ่งที่ผมต้องการมาตั้งนานแล้วครับ ได้ร่วมงานกับนักแสดงแต่ละคนก็แฮปปี้มาก ซึ่งคราวที่แล้วถ่ายที่เกาหลีหิมะตกและหนาวมากๆ ก็ทำให้ถ่ายลำบากมาก แต่ทุกคนก็มีความอดทนสูงมาก เพื่อให้ได้ภาพที่ออกมาสวย เพราะฉะนั้นผมก็เลยอยากจะทำให้ดีที่สุดครับ"

กับการเดินทางมาเมืองไทยในช่วงที่ร้อนที่สุดนี้ อาจู กล่าวว่ารู้สึกร้อนมากๆ แต่เมื่อเทียบกับที่ทุกคนที่ไปเจอกับอากาศหนาวมากๆ ที่เกาหลี ตนก็ต้องอดทนให้ได้เช่นเดียวกัน "ก็มีความรู้สึกว่าร้อนมากๆ ครับ แต่คราวที่แล้วที่ทุกคนไปถ่ายที่เกาหลีแล้วหนาวมากๆ เพราะฉะนั้นเมื่อผมมาถ่ายที่กรุงเทพฯ ซึ่งร้อนมากๆ ก็ต้องอดทนให้เหมือนกับนักแสดงคนอื่นๆ ครับ" สำหรับที่ว่าชอบอากาศแบบไหนมากกว่ากันนั้น อาจู หัวเราะพร้อมกับตอบว่า ไม่ว่าจะร้อนหรือหนาวมากไปก็ไม่ค่อยชอบเท่าไร

เมื่อถามถึงการดูแลเอาใจใส่ของ ผู้กำกับ ว่าเป็นอย่างไรบ้างนั้น อาจู ก็บอกว่าได้รับการดูแลเป็นอย่างดี "ผมเพิ่งจะแสดงภาพยนตร์ในครั้งนี้เป็นครั้งแรก และพี่พจน์ก็ดูแลดีมากครับ ซึ่งถ้ามีเวลาก็จะสอนภาษาไทยให้ด้วย" ซึ่งภาษาไทยที่ พจน์ สอนให้กับนักร้องเกาหลีคนนี้ ก็มีทั้ง "พี่สาว" "สวัสดีครับ" "ขอบคุณครับ" "ห้องน้ำที่ไหน" เป็นต้น ส่วนเรื่องที่ว่า พจน์ ดุหรือเปล่าเวลาทำงาน อาจู ตอบว่า ก่อนจะเริ่มถ่ายเรื่องนี้ก็เคยได้ยินมาว่าดุ ก็เกรงอยู่เหมือนกันว่าจะโดน เพราะแสดงเป็นเรื่องแรก แต่พอทำงานจริงแล้ว เห็นแต่คนอื่นโดนดุ แต่สำหรับตนเองไม่ค่อยมีเท่าไร

ด้านการได้ร่วมงานกับนักแสดงไทยในครั้งนี้ อาจู ได้เผยถึงความรู้สึกว่า "เจอกับทุกคนเป็นครั้งแรก แต่ได้ใช้เวลาร่วมกันที่ไทยเป็นเวลานาน ก็เลยสนิทกันมากขึ้นจนรู้สึกว่าเป็นเพื่อนกันมานานแล้ว ทุกคนก็จะแนะนำหลายๆ อย่างที่ประเทศไทยด้วย" สำหรับคนที่สนิทเป็นพิเศษนั้น คือ พอร์ช โดย อาจู ได้ให้เหตุผลว่า เพราะว่าเข้าฉากด้วยกันบ่อย อีกทั้งหนุ่ม พอร์ช นั้นมีอุปนิสัยเป็นคนขี้เล่น "คนที่มีถ่ายและมีซีนด้วยกันเยอะที่สุดก็คือพอร์ช แล้วพอร์ชก็ค่อนข้างเป็นคนขี้เล่นด้วย ก็เลยเล่นด้วยกันไป เลยสนิทมากที่สุด"

ท้ายสุด อาจู ฝากเกี่ยวกับภาพยนตร์ว่า "การแสดงในครั้งนี้ก็เป็นโอกาสที่จะได้พบกับแฟนๆ คนไทยด้วย ก็รู้สึกยินดีและดีใจมากๆ ก็อยากจะตอบแทนให้กับแฟนคลับทุกท่านที่เมืองไทย จะพยายามทำให้ดีที่สุด ถ้ามีโอกาสก็อยากมาเจอกับแฟนชาวไทยด้วย ก็จะทำให้ดีที่สุดครับ" พร้อมกับบอกด้วยว่าชอบเมืองไทยและอนาคตถ้ามีโอกาสก็อยากจะเปิดคอนเสิร์ตที่เมืองไทย ก่อนกล่าวส่งท้ายเป็นภาษาไทยว่า "ผมรักคุณ"

ส่วนนักแสดงนำคนอื่นๆ ที่มาในกองถ่ายวันนี้ด้วย ได้แก่ ฮารุ และ พอร์ช ซึ่งทั้งสองคนก็ได้ให้สัมภาษณ์ถึงภาพยนตร์เรื่องนี้เช่นเดียวกัน โดย ฮารุ พูดถึงการร่วมงานกับ อาจู ว่า สนุกดี อีกทั้งยังเป็นคนอัธยาศัยดีด้วย พร้อมกับกล่าวอุปสรรคของการถ่ายทำที่ประเทศเกาหลี คือ สภาพอากาศที่หนาวเย็นและเรื่องของเวลาที่จำกัด "เรื่องของอากาศด้วยค่ะ แล้วก็อีกอย่างหนึ่งคือเรื่องของเวลาด้วย เพราะว่าต้องทำเวลาในการทำงาน เพราะว่าทุกๆ วินาทีที่ผ่านไปมันคือค่าใช้จ่าย ก็เลยยิ่งไม่ว่าจะหนาวแค่ไหน แต่พอแอ็กชันปุ๊บ เราก็ต้องทำตัวเหมือนแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้นค่ะ" ฮารุ ก็ฝากติดตามภาพยนตร์เรื่องแรกของตัวเองที่ได้เล่นแบบเต็มตัวในครั้งนี้ด้วย

ฝั่ง พอร์ช พูดถึงบทบาทที่ได้รับว่าจะเป็นคนขี้เล่น มีความพยายามสูง และชอบนางเอกของเรื่อง "พยายามจีบเต็มที่ครับ แต่เหมือนนางเอกเขาไม่สนใจ นางเอกเขาชอบเกาหลีครับ เราก็พยายามแต่งตัวเกาหลีให้เขาสนใจ แต่เขาไม่สนใจ" สำหรับอุปสรรคในการถ่ายทำที่เกาหลีของหนุ่ม พอร์ช ก็คืออากาศหนาวเช่นเดียวกัน ที่เจ้าตัวบอกว่าทำให้ลิ้นแข็งจนพูดไม่ชัด และการถ่ายทำในครั้งนั้นก็เหนื่อยมาก เพราะเวลาน้อย แต่ก็สนุกและมีความสุขกันทุกคน พร้อมกับฝากภาพยนตร์เรื่องแรกของตนเองด้วยว่า เรื่องนี้ภาพสวย วิวสวย และ พอร์ช ก็พยายามอย่างเต็มที่ อยากให้ติดตามกัน

สำหรับภาพยนตร์รัก เการักที่เกาหลี Sorry ซารังเฮโย ที่ทุ่มทุนไปถ่ายทำถึงประเทศเกาหลี อีกทั้งยังมีนักแสดงนำเป็นชาวเกาหลีอย่าง อาจู ด้วยนั้น มีกำหนดฉายในโรงภาพยนตร์ 10 มิถุนายน นี้

สงวนลิขสิทธิ์ © ห้ามคัดลอก ตัดต่อ
ดัดแปลงหรือเผยแพร่ในสื่อใดๆ ก่อนได้รับอนุญาต
กดเพื่อดูรูปใหญ่ ปัดซ้าย-ขวาเพื่อดูรูปถัดไป
  • รูปภาพ 1
  • รูปภาพ 2
  • รูปภาพ 3
  • รูปภาพ 4
  • รูปภาพ 5
  • รูปภาพ 6
  • รูปภาพ 7
  • รูปภาพ 8
  • รูปภาพ 9
  • รูปภาพ 10
  • รูปภาพ 11
  • รูปภาพ 12
  • รูปภาพ 13
  • รูปภาพ 14
  • รูปภาพ 15
  • รูปภาพ 16
  • รูปภาพ 17
  • รูปภาพ 18
  • รูปภาพ 19
  • รูปภาพ 20
  • รูปภาพ 21
  • รูปภาพ 22
  • รูปภาพ 23
  • รูปภาพ 24
  • รูปภาพ 25
  • รูปภาพ 26
  • รูปภาพ 27
  • รูปภาพ 28
  • รูปภาพ 29
  • รูปภาพ 30

วันนี้ในอดีต

  • ช้างเพื่อนแก้ว
    เข้าฉายปี 2003
    แสดง ปราบ ยุทธพิชัย , พัชรี รักษาวงศ์ , ส่องแสง ส่องสว่าง
  • Olympus Has Fallen
    เข้าฉายปี 2013
    แสดง Gerard Butler, Aaron Eckhart, Morgan Freeman
  • Maid in Manhattan
    เข้าฉายปี 2003
    แสดง Jennifer Lopez , Ralph Fiennes , Thomas Michael Sullivan

เกร็ดภาพยนตร์

  • Hunter's Prayer - ดัดแปลงจากหนังสือนวนิยาย For the Dogs อ่านต่อ»
  • The Clock - In the year of 1940, the song Gloomy Sunday was known as the suicide song as many suicides recorded were related to it. Listening to this song has led to a French lady committing suicide as well after the death of her boyfriend, a clock engineer at that time. Her soul was not at peace and it returned with the purpose of fulfilling the desires of other victims of depression. Cheata, a girl living with her father and stepmother after her biological mother, Chanda, left the family, is suffering from depression. Every day she suffers mental and physical abuses from her stepmother. Together with her longing for her true mother, this had led Cheata to slip deeper and deeper into depression. Holding on to her mother's photo and listening to her mother's lullaby every night does little to heal her heartache and depression. It is through this weakness that Cheata succumbed and falls under the control of the spirit of the French Lady who possesses the Clock. After learning about the events that. อ่านต่อ»
เกร็ดจากภาพยนตร์สามารถดูได้ในหน้าข้อมูลภาพยนตร์แต่ละเรื่อง

เปิดกรุภาพยนตร์

เรื่องราวของ นิกุโกะจัง (ชิโนบุ โอทาเกะ) คุณแม่ซึ่งเป็นคนเห็นอกเห็นใจคนอื่น จึงทำให้ตลอดชีวิตผ่านมาเจอแต่ผู้ชายแย่ๆ และ...อ่านต่อ»