1. สยามโซน
  2. ภาพยนตร์
  3. ข่าววงการภาพยนตร์

คิมคิบอม คิดถึงแฟนไทย กลับมาใกล้ชิดครั้งแรกในรอบ 4 ปี

คิมคิบอม คิดถึงแฟนไทย กลับมาใกล้ชิดครั้งแรกในรอบ 4 ปี

ห่างหายจากแฟนๆ ชาวไทยกันไปนาน สำหรับ "คิมคิบอม" (Kim Ki Bum) หนุ่มน่ารักมากความสามารถ ไม่จะเป็นในส่วนที่หลายคนรู้จักกันดีอยู่แล้วในฐานะนักร้อง หนึ่งในสมาชิกวง "ซูเปอร์จูเนียร์" (Super Junior) หรือในบทบาทของการทำงานด้านการแสดงละคร เช่น ละครเรื่อง "Rainbow Romance" "I Love Italy" "Demi-Gods and Semi-Devils" หรือชื่อในภาษาไทยว่า "แปดเทพอสูรมังกรฟ้า" และภาพยนตร์เรื่อง "Joomoonjin" เป็นต้น

แม้ในช่วงหลังๆ คิบอม ได้พลิกบทบาทไปเป็นนักแสดงเต็มตัว ทำให้เขาต้องหายหน้าหายตาไปจากแฟนๆ เพลงชาวไทยเป็นเวลานานกว่า 4 ปี แต่ตอนนี้เขาก็ได้กลับมาแล้ว พร้อมกับการทำกิจกรรมร่วมกับเหล่าแฟนคลับที่รักและชื่นชอบเขาอย่างใกล้ชิดในงาน "2013 Kim Ki Bum Memory of Love Fan Meeting in Bangkok" โดยเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 29 มีนาคม ที่ผ่านมา คิบอม ได้จัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ณ ห้องประชุมใหญ่ โรงแรมโซฟิเทล สุขุมวิท ถึงการมาประเทศไทยในครั้งนี้

ทักทายทุกคน

"สวัสดีครับ ผมชื่อคิมคิบอมครับ (ภาษาไทย)"

ประทับใจอะไรเกี่ยวกับประเทศไทย

"ประทับใจอย่างแรกเลยก็คือว่าพอมาถึงเมืองไทยปุ๊บ มีแฟนคลับชาวไทยมารอกันที่สนามบินเยอะมาก ผมรู้สึกดีใจและประทับใจมาก เพราะว่าความรักของแฟนคลับชาวไทยตั้งแต่ที่สนามบิน อบอุ่นมากเลย เมื่อวานจำได้ว่ามากันเยอะมาก แต่นับไม่ได้ว่ามากันกี่คน ผมยังเคยอวดเล่นๆ กับเพื่อนๆ ที่เกาหลีเลยว่ารู้หรือเปล่าว่าเวลาผมอยู่เมืองไทย ผมก็เป็นซุปเปอร์สตาร์เหมือนกันนะ เพราะมีแต่คนรัก และผมก็ยังจำได้ว่าทุกครั้งเวลาผมจะไปไหนมาไหน ก็จะมีแฟนคลับไปรออยู่ตลอดเลยครับ"

ความรู้สึกที่ได้กลับมาประเทศไทยอีกครั้ง

"รู้สึกดีมากนะครับที่ได้กลับมาที่ประเทศไทยอีกครั้ง ต้องขอบอกเลยว่าแฟนคลับชาวไทยของผมสวยขึ้นมากเลย ไม่รู้ว่าช่วงนี้ไปทำอะไรกันมา สวยขึ้นทุกคนเลย ในอนาคต เรื่องแต่งงานคงไม่ต้องห่วงเลยครับ"

ล่าสุดกับการแสดงละครเรื่อง แปดเทพอสูร มังกรฟ้า ที่ประเทศจีน

"อุปสรรคในการแสดงไม่มีเลย เพราะบทที่ได้มาเป็นบทที่แปลเอาไว้อยู่แล้ว ผมก็เลยรู้ว่านักแสดงที่แสดงด้วย เขาพูดอะไรกันอยู่ ผมก็เข้าใจนะครับ แต่เวลาที่ผมจะคุยหรือว่าสื่อสารกับผู้กำกับก็ยากนิดนึง เแต่ไม่เป็นไรผมก็จะใช้ภาษาท่าทางแทนเพื่อสื่อสารกับผู้กำกับ ซึ่งก็เป็นท่าทางที่คนทั่วไปเขาใช้กันอยู่แล้ว ละครเรื่องนี้ที่ไปถ่ายทำที่ประเทศจีน ทำให้ผมเรียนรู้ได้ว่าไม่ใช่แค่ภาษาที่เราสามารถใช้สื่อสารกันได้ เราสามารถสื่อสารกันด้วยใจ และสามารถสื่อสารผ่านการแสดงของเราได้ ในอนาคตถ้ามีโอกาสได้ไปร่วมแสดงในประเทศอื่นๆ ผมก็มั่นใจว่าผมสามารถทำได้ครับ"

มีบทบาทไหนไหม ที่อยากเล่นในอนาคต

"ผมอยากรู้เหมือนกันว่าแฟนคลับอยากให้ผมเล่นบทบาทอะไร ตัวผมเองก็อยากจะลองเล่นหลายๆ คาแรกเตอร์ ถ้าแฟนคลับอนุญาตผมก็อยากลองเล่นเป็นบทผู้ร้ายในละครดูบ้างครับ (ยิ้ม) เพราะว่าหลายๆ บทบาทที่ผมเคยได้เล่นมา ก็จะมีแต่บทคนดีมีแต่คนรัก ถ้าแฟนคลับไม่งอนและยังมาต้อนรับผมที่สนามบินอยู่เหมือนเดิม ผมขออนุญาตแฟนๆ ทุกคนลองเล่นเป็นผู้ร้ายบ้างนะครับ"

รู้สึกอย่างไรที่ได้รับฉายา สมายล์คิลเลอร์ หรือ รอยยิ้มพิฆาต

"รู้สึกดีมากเลยครับ เพราะโดยส่วนตัวผมแล้ว ผมก็ชอบผู้หญิงที่ยิ้มสวยเหมือนกันครับ"

จำภาษาไทย คำไหนได้บ้าง

"ใช่ ไม่ใช่ ผมเซ็กซี่มาก สวัสดีครับ คิมคิบอมครับ ไม่ได้มานานแล้ว ดีใจที่ได้มา ดีใจมากๆ (ภาษาไทย) เมื่อก่อนผมจำได้เยอะกว่านี้นะครับ"

ความพิเศษของ Memory of Love Fan Meeting in Bangkok

"ครั้งนี้เป็นงานแฟนมีตติ้งที่เมืองไทยครั้งแรกของผม บอกตรงๆ ว่าผมเป็นคนที่ไม่ค่อยรู้เรื่องเกี่ยวกับงานแฟนมีตติ้งมาก่อน ผมไปถามเพื่อนๆ ของผมที่เคยมีประสบการณ์ด้านงานแฟนมีตติ้งมาก่อนว่าจะต้องทำยังไง เขาก็ตอบมาว่าก็ต้องมีร้องเพลงบ้าง เต้นบ้าง เล่นเกมบ้าง มีแจกของบ้าง ต้องบอกตามตรงว่าช่วงนี้ผมเต้นไม่เป็นแล้ว แต่ว่าที่พิเศษมากๆ เลยก็คือ อาจจะมีการร้องเพลงต้องรอติดตามดูนะครับ ครั้งนี้ที่มารู้สึกเหมือนมาเที่ยว มาหาเพื่อนที่อยู่ประเทศไทย เพราะว่าผมเป็นคนรักเพื่อน ชอบไปดื่มกาแฟ คุยกับเพื่อน ผมก็เลยคิดว่างั้นก็เป็นบรรยากาศแบบสบายๆเหมือนมาเที่ยว มาหาเพื่อนที่เคยมีอยู่แล้วในประเทศไทย ใจของผมนี่แหละครับ ที่เป็นไฮไลต์ของงานนี้ แล้วก็ครั้งนี้ผมคิดว่าเป็นโอกาสที่ดีมาก ที่จะโชว์ตัวตนที่แท้จริงของผมให้ทุกคนได้รู้จักกันครับ"

อยากฝากอะไรถึงแฟนชาวไทย

อยากขอบคุณแฟนคลับชาวไทยทุกคน ขอขอบคุณ สำหรับความรักที่ยิ่งใหญ่มากๆ เลย ผมไม่ได้มาเมืองไทยนานมากเลย ผมให้สัญญาว่างานนี้ผมจะทำอย่างเต็มที่ แล้วก็หวังว่าในอนาคต ผมจะได้มีโอกาสได้มาเมืองไทยอีก เพื่อที่จะได้มาหาทุกคนที่เมืองไทยบ่อยๆ อย่าลืมผมและช่วยติดตามผลงานของผมด้วย แล้วก็มารอต้อนรับผมตลอดไปนะครับ ขอบคุณครับ (ภาษาไทย)

โดยในช่วงเย็นวันเดียวกัน หลังจากให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเสร็จแล้ว คิบอม ก็ได้เดินทางไปพบแฟนๆ ที่รอให้กำลังใจกันอย่างหนาแน่น ณ ลานอีเดน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อแสดงตัวให้สาวก คิบอม ได้หายคิดถึง มีการพูดคุยและตอบคำถามอย่างสนุกสนานและเป็นกันเอง โดย คิบอม บอกกับแฟนๆ ว่า "บอกตรงๆ เลยว่าห่วงมาก กลัวว่าจะไม่มีใครมาหาผม แต่เมื่อวานพอมาถึง เห็นทุกคนมาหา เห็นคนมารอที่สนามบินเต็มเลย ผมรู้สึกดีมาก และไม่รู้ว่าจะตอบแทนความรักยังไง คิดถึงมากๆ (ภาษาไทย)"

คิบอม ยังได้พูดถึงความรู้สึกอีกว่า "พูดตรงๆ บอกเลยว่า 4 ปีที่ผ่านมา กลัวว่าทุกคนจะลืมผมไปแล้ว ช่วงเวลาที่ผ่านมา ผมเอาเวลาไปพัฒนาตัวเอง พอมาเจอทุกคนในวันนี้ ความกังวลก็หายไปเลย เพื่อที่จะตอบแทนความรัก ผมจะมาเมืองไทยบ่อยๆ ผมสัญญาว่ามาเมืองไทยอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ดีไหม?" ซึ่งแฟนคลับพร้อมใจกันตอบว่าดี "แต่จะบอกว่าแฟนคลับต้องเรียกผมมาหานะครับ" หนุ่ม คิบอม กล่าว

หลังจากจบการพูดคุยเล็กๆ น้อยๆ แล้ว แฟนๆ ได้ชูป้ายชื่อคิบอมขนาดใหญ่ บอกให้รู้ว่ารักเขาขนาดไหน ทำให้ คิบอม บอกออกมาว่า "ซึ้งมากน้ำตาจะไหลเลยครับ" เป็นความประทับใจ ระหว่างกันและกันเล็กน้อย ก่อนไปจัดเต็มในงานพบปะแฟนเพลงที่ชื่อว่า 2013 Kim Ki Bum Memory of Love Fan Meeting in Bangkok ที่ได้จัดขึ้นในวันที่ 31 มีนาคม ที่เพิ่งผ่านมานี้ ณ เซ็นทรัลเวิลด์ไลฟ์ ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ภายในงาน คิบอม ได้จับไมค์ให้เห็นกันอีกครั้งในเพลง "Moon of Seoul" อีกทั้งยังทักทายเป็นภาษาไทยด้วยว่า "คิดถึงมากๆ" ทำให้เหล่าคนที่รัก คิบอม ทั้งหลายเกิดอาการใจละลายไปตามๆ กัน ต่อด้วยวีทีอาร์เบื้องหลังการถ่ายทำละครเรื่อง "I Love Italy" หรือในชื่อ "I Love Lee Tae Ri" ซึ่ง คิบอม บอกว่าเป็นบทที่ชอบและยากมาก เพราะต้องกระชากวัยไปเล่นเป็นเด็กอายุ 14 ปี และยังเปรยด้วยว่าอยากลองเล่นบทร้ายๆ ดูบ้าง เมื่อแฟนๆ ไฟเขียว คิบอม เลยตอบกลับมาว่าให้แฟนๆ เตรียมรอชมกันได้เลย

ไม่จบเพียงเท่านี้ยังมีกิจกรรมที่ทำให้ คิบอม และแฟนเพลงได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น เป็นการร่วมเล่นเกมบนเวที ซึ่งแต่ละเกมก็เรียกเสียงหัวเราะ พร้อมกับสร้างความสนุกร่วมกันได้เป็นอย่างดี และที่พิเศษคือการมอบของรางวัลให้กับผู้ชนะแต่ละเกมจาก คิบอม ไม่ว่าจะเป็นทั้งสมุดภาพพร้อมลายเซ็น หรือหมวกที่ใส่เป็นประจำ

ตามด้วยวีทีอาร์รวบรวมภาพบรรยากาศแห่งความประทับใจและกิจกรรมต่างๆ ตั้งแต่วินาทีแรกที่เดินทางมาประเทศไทย ก่อนที่ คิบอม จะออกมาสร้างความประทับใจด้วยการร้องเพลงไทย "ขอบคุณที่รักกัน" ของวง "โปเตโต้" ร่วมกับน้องๆ จากบ้านราชวิถี เพื่อตอบแทนความรักที่ยิ่งใหญ่ของทุกคนที่มอบให้ พร้อมบอกด้วยว่า "จากนี้จะเทกแคร์ทุกคนเป็นอย่างดี เป็นแฟนผมนะ" ทำเอาแฟนๆ กรี๊ดสนั่นฮอลล์เลยทีเดียว

ถึงทีของเหล่าแฟนคลับกันบ้างที่ร่วมกันส่งวีทีอาร์บอกความรู้สึกถึง คิบอม ให้รู้ถึงความรักที่ผ่านมาตลอด 4 ปี สำหรับแฟนคลับ คิบอม เป็นมากกว่าคำว่ารัก พร้อมกับชูแผ่นป้ายที่มีข้อความว่า "We'll promise to look after you forever" เต็มทุกพื้นที่ เป็นภาพที่สวยงามทำให้ คิบอม ถึงกับน้ำตาคลอพร้อมพูดด้วยเสียงสั่นเครือว่า "ซาบซึ้งมากและไม่ได้ร้องไห้แบบนี้มานานแล้ว" จนต้องขอถ่ายรูปเก็บไว้ แล้ว คิบอม ก็นำเพลงซึ้งๆ "Goodbye My Love" ที่ใช้ประกอบละครเรื่อง I Love Italy ที่เจ้าตัวรับบทนำ มาร้องเป็นการส่งท้ายความทรงจำดีๆ ที่มีให้กัน

สงวนลิขสิทธิ์ © ห้ามคัดลอก ตัดต่อ
ดัดแปลงหรือเผยแพร่ในสื่อใดๆ ก่อนได้รับอนุญาต
กดเพื่อดูรูปใหญ่ ปัดซ้าย-ขวาเพื่อดูรูปถัดไป
  • รูปภาพ 1
  • รูปภาพ 2
  • รูปภาพ 3
  • รูปภาพ 4
  • รูปภาพ 5
  • รูปภาพ 6
  • รูปภาพ 7
  • รูปภาพ 8
  • รูปภาพ 9
  • รูปภาพ 10
  • รูปภาพ 11
  • รูปภาพ 12
  • รูปภาพ 13
  • รูปภาพ 14
  • รูปภาพ 15
  • รูปภาพ 16
  • รูปภาพ 17
  • รูปภาพ 18
  • รูปภาพ 19
  • รูปภาพ 20
  • รูปภาพ 21
  • รูปภาพ 22
  • รูปภาพ 23
  • รูปภาพ 24
  • รูปภาพ 25
  • รูปภาพ 26
  • รูปภาพ 27
  • รูปภาพ 28
  • รูปภาพ 29
  • รูปภาพ 30
  • รูปภาพ 31
  • รูปภาพ 32
  • รูปภาพ 33
  • รูปภาพ 34
  • รูปภาพ 35
  • รูปภาพ 36
  • รูปภาพ 37
  • รูปภาพ 38
  • รูปภาพ 39
  • รูปภาพ 40
  • รูปภาพ 41
  • รูปภาพ 42
  • รูปภาพ 43
  • รูปภาพ 44
  • รูปภาพ 45
  • รูปภาพ 46
  • รูปภาพ 47
  • รูปภาพ 48
  • รูปภาพ 49
  • รูปภาพ 50

ความคิดเห็น

วันนี้ในอดีต

เกร็ดภาพยนตร์

  • Drive - นักแสดงสาว แครี มุลลิแกน เจ้าของบท ไอรีน ในภาพยนตร์เรื่องนี้เปิดเผยว่าชอบผลงานเรื่อง Bronson ของผู้กำกับ นิโคลัส วินดิง เรฟิน จึงหาผลงานเรื่อง Pusher และ Valhalla Rising มาดู หลังจากดูจบ แครี เผยว่าอยากร่วมงานกับ นิโคลัส และเสนอตัวมารับบทในภาพยนตร์เรื่องนี้ อ่านต่อ»
  • In Time - จริงๆ แล้ว จัสติน ทิมเบอร์เล็ก ผู้รับบท วิล ซาลาส มีอายุมากกว่า โอลิเวีย ไวลด์ ผู้ที่รับบทเป็นคุณแม่ของเขา อ่านต่อ»
เกร็ดจากภาพยนตร์สามารถดูได้ในหน้าข้อมูลภาพยนตร์แต่ละเรื่อง

เปิดกรุภาพยนตร์

โดราเอม่อน (วาซาบิ มิซึตะ) และผองเพื่อนหนีออกจากบ้านโดยการเดินทางย้อนเวลาไปเมื่อ 70,000 ปีก่อน ยังสถานที่ซึ่งไม่มีคนอยู...อ่านต่อ»