1. สยามโซน
  2. ภาพยนตร์
  3. ข่าววงการภาพยนตร์

เอ อัญชลี ฝ่ามรสุมชีวิต เข้าพิธีวิวาห์กับหนุ่มผู้กำกับภาพ

เอ อัญชลี ฝ่ามรสุมชีวิต เข้าพิธีวิวาห์กับหนุ่มผู้กำกับภาพ

หลังจากฝ่ามรสุมด้านชีวิตรักและครอบครัวมานาน ในที่สุดคุณแม่คนเก่ง "เอ - อัญชลี หัสดีวิจิตร" ก็พบรักที่สุขสมหวังกับหนุ่ม "มด - ฉัตรชัย กุศลสินชัย" โดยทั้งคู่ได้ทำความรู้จักจากการร่วมงานกันในภาพยนตร์ "407 เที่ยวบินผี" ซึ่ง เอ เป็นนักแสดงในเรื่อง และ มด รับหน้าที่กำกับภาพ ก่อนจะคบหาดูใจกันในเวลาต่อมา

เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 23 มีนาคม 2556 ทั้งคู่ถือฤกษ์ดีในเวลา 09.39 น. จัดพิธีหมั้นภายใต้บรรยากาศอบอุ่นเรียบง่ายของครอบครัว ณ ห้องแกรนด์ บอลล์รูม โรงแรมเอส 31 โดยมี "โย - ยศวดี หัสดีวิจิตร" และ "เอวี่ - นภัค หัสดีวิจิตร" น้องสาวและลูกสาวของ เอ มาร่วมเป็นสักขีพยาน ด้านของชำร่วยนั้นเป็นเมล็ดกระดุมเงินกระดุมทอง เปรียบความความรักที่จะเจริญงอกงามเหมือนพันธุ์พืช ซึ่ง เอ ได้ควงคู่ มด มาเปิดใจให้สัมภาษณ์ถึงงานมงคลนี้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

พิธีการมีอะไรบ้าง

เอ "ก็เป็นอะไรที่เรียบง่ายอ่ะค่ะ เราไม่ได้มีพิธีอะไรมาก ก็มีการกราบเท้าผู้ใหญ่ ขอพร แล้วก็สวมแหวนค่ะ ถือฤกษ์ 9 โมง 39 ค่ะ ครอบครัวเราทั้งสองฝ่ายเลยเยอะเหมือนกันเนอะ ช่วงบ่ายสามจะมีพิธีที่โบสถ์วัฒนาอ่ะค่ะ จะเป็นพิธีทางศาสนาอ่ะค่ะ"

รู้สึกอย่างไรกับงานในวันนี้

เอ "ตื่นเต้นมาก ล่กมากเลยค่ะ ไม่เคยคิดว่ามันจะล่กขนาดนี้ เพราะว่าการที่เราทำกันเอง ไม่ได้มีพิธีรีตองอะไรมากมาย ก็ค่อนข้างล่กเหมือนกัน แต่ก็ตื่นเต้นๆ นี่ตื่นเต้นตั้งสามวันล่วงหน้า (พูดถึงเจ้าบ่าว) ล่กมาก ไม่รู้เป็นไร ล่กตลอดเวลาเลย"

รูปแบบการจัดงาน

เอ "ธีมจริงๆ แล้วเนี่ย เราเอาแบบสบายๆ มากเลยค่ะ แต่ว่าตัวเอชอบสีม่วง เพื่อนเจ้าสาวก็จะเป็นสีม่วง ดูแต่ละคน แต่ละนางสวยไหมคะ แล้วของเธออ่ะ"

มด "ก็ไม่มีอะไร ธรรมดา สีเทา"

มีคำมั่นสัญญาต่อกันหรือเปล่า

เอ "ตอนนี้ก็ยังไม่ได้มีนะคะ เดี๋ยวจะไปมีตอนพิธีที่โบสถ์ แต่ว่าคำมั่นเราก็... (มองหน้าเจ้าบ่าว)"

มด "ก็แต่งงานกันอ่ะ ผมแต่งงานกันอ่ะ (หัวเราะ)"

สินสอดทองหมั้น

เอ "จริงๆ แล้วที่บ้านเอไม่ได้เรียกอะไรเลย ทุกอย่างยังเก็บไว้ให้เป็นทุนการศึกษาเอวี่ แล้วอีกอย่างคุณแม่เอเขาก็ไม่ได้เรียกอะไรค่ะ"

แหวนกี่กะรัต

เอ "เล็กๆ ก็ไม่เท่าไรหรอกค่ะ กะรัตนิดๆ"

เตรียมงานหนักมากจนเป็นลม

เอ "ตอนแรกที่เราคิดที่จะแต่งงานกัน เราคิดว่าเราจะไม่มีเวดดิงแพลนเนอร์ เพราะว่าเราทำงานกันเรียบๆ อย่างเอก็จะมีทาง พี่บอย ฟีเวอร์ (บอย - จตุภูมิ คลังวิจิตร เจ้าของบริษัท ฟีเวอร์ แกงค์สเตอร์) ที่เป็นนายเก่ามาช่วยดูแล แต่ทำไปทำมามันล่ก ฉุกละหุกมาก ทุกอย่างมันเหนื่อยมาก จนเอแบบโอ๊ยไม่ไหวแล้ว เมื่อคืนนี้ห้าทุ่มยังวิ่งไปเอาชุดกันอยู่เลย (หัวเราะ) แล้วจะมีเพื่อนๆ เจ้าสาวนี่ช่วย ก็เลยรู้สึกว่าเหนื่อยเหมือนกัน มีเป็นลมวันนึงเพราะลูกไม่สบาย เอวี่ท้องเสียแล้วก็เหนื่อย แล้วก็เหมือนหมดแรง ลูกก็จะเป็นลมด้วย"

เจ้าบ่าวช่วยงานอะไรบ้าง

มด "เยอะ ไม่เอา ไม่บอก ก็ช่วยทุกอย่าง ก็ช่วยกันสองคน แล้วก็มีพวกพี่ๆ เพื่อนๆ มาช่วยนิดหน่อย นี่สุดๆ อ่ะ เมื่อวานตีสองยังไม่ได้นอนเลย ทำนู่น ทำนี่ ทำเกี่ยวกับพวกนี้แหละ"

เอ "เขาก็บอกว่า โอ๊ยไม่คิดเลยว่างานแต่งงานมันจะวุ่นขนาดนี้ เพราะทุกครั้งมีแต่คนทำอะไรให้"

จดทะเบียนสมรสหรือยัง

เอ "จดแล้วค่ะ จดเมื่อวันที่ 21 เดือนมีนาคม ก็อุ้มลูกไปจดทะเบียนกัน"

มด "พอดีว่างวันนั้น"

ตอนจะมีข่าวดี บอก เอวี่ อย่างไรบ้าง

เอ "ทุกวันนี้เขาก็รู้นะคะ อย่างเวลาเขาจะแต่งตัว เขาก็บอกว่าวันนี้เขาจะไปแต่งงาน เขาบอกว่าหม่ามี้แต่งงานกับปาป๊า เอวี่ก็จะเป็นลูกปาป๊านะ แต่เอว่าคำพูดของเด็กคงไม่ได้รู้เรื่องอะไรมากหรอก แต่ว่าคงเป็นจากข้างในที่เขาพูดมา เขาก็ยินดี เมื่อวานเราไปซ้อม เขาก็เป็นคนถือแหวน ก็ทำได้ตั้งใจได้ดี"

วางแผนมีน้องให้ เอวี่ ไหม

มด "อ๋อ คืนนี้เลยครับ" (ทุกคนหัวเราะ)

เอ "แม่นั่งมองอยู่ (หัวเราะ) ก็คิดไว้เหมือนกันนะคะ แต่ว่าตอนนี้คือเราสองคนก็ยังแบบอยากจะดูแลเอวี่ให้ดีที่สุด แต่ว่าถ้าจะมีก็ต้องรีบมี เพราะว่าเอก็อายุเยอะแล้ว"

มด "อยากให้เขามีเพื่อนเหมือนโยเหมือนเออย่างนี้ครับ"

อยากได้ลูกชายหรือลูกสาว

มด "โห มาเถอะ อะไรก็ได้"

เอ "อะไรก็ได้จริงๆ แล้วอ่ะค่ะ"

เอวี่ กับ มด สนิทกันขนาดไหน

มด "เป็นเพื่อน เวลาพาไปไหนก็เป็นเหมือนเพื่อน เหมือนเพื่อนเล่น สนุกดี"

เอ "สนิทค่ะ ตั้งแต่พอเอวี่เขาเริ่มโต 2 ขวบนิดๆ เขาก็เจอพี่มดแล้ว เหมือนโตมาเขาก็เจอพี่มด ก็ติดนะ แต่ถ้าหม่ามี้อยู่ด้วยจะติดหม่ามี้ แต่ถ้าหม่ามี้ไม่อยู่เนี่ยก็จะไปกับปาป๊า เขาก็จะไปเขาดินกัน เลิกเรียนไปเขาดิน เพราะเอยังทำงานค่ะ"

วางแผนชีวิตคู่หลังแต่งงาน

เอ "ใช้ชีวิตคู่ก็ทำให้ดีที่สุดค่ะ"

มด "ก็คงปกติ ก็คงเป็นคู่สามีปกติ"

เอ "ทุกวันนี้พี่มดก็ดูแลเอ ดูแลน้องเอวี่ได้ดี เป็นทั้งเพื่อน ทั้งแฟน"

ประทับใจซึ่งกันและกันตรงไหน

มด "หน้าตา หน้าตาแน่ๆ"

เอ "(หัวเราะ) ประทับใจจริงๆ แล้วพี่มดเป็นคนอย่างเงี๊ยะ คือเขาดูเหมือนลอกแลกๆ แต่ว่าเป็นคนจริงใจมาก (หัวเราะ) คือเจอกันแล้วก็หล่อแหละ ครั้งแรกนี่เราดูหน้าตาอย่างเดียว เอชอบเขาที่หน้าตา คือเขาเป็นคนที่พูดจริง ทำจริง แล้วก็เป็นคนจริงใจค่ะ แล้วเขาก็เป็นคนหนักแน่นเหมือนกัน ก็เลยชอบ อยู่มหา'ลัยเดียวกัน (มหาวิทยาลัยรังสิต) เป็นรุ่นพี่ แอบชอบเอหนิ (พูดถึงเจ้าบ่าวแล้วหัวเราะ)"

มด "ผมว่าเขาเป็นแม่ที่ดีนะ แล้วก็ตั้งใจทำงาน ผมทำงานเจอเขา ที่ชอบเพราะเขาตั้งใจทำงาน แล้วพอมารู้จักเขาตอนเขาเป็นแม่คนแล้วเป็นแม่ที่ดี"

ช่วงตัดสินใจแต่งงานถือว่าสั้นไหม

มด "เราตัดสินใจแต่งงานกันเมื่อกลางปีที่แล้ว แต่เราก็ไม่ได้จะรีบแต่งเลย เราก็จะค่อยๆ วางแผนมาว่าจะเป็นช่วงเวลาไหน ก็ไม่นานนะ ไม่เร็วแล้วก็ไม่นานนะ"

เอ "ถามว่าเร็วไหม ทุกคนเขาก็บอกว่าเร็วนะ แต่เราก็คิดว่าอายุเราก็เยอะกันแล้วค่ะ"

มด "ผม 33 แล้ว"

ได้ให้สัญญาอะไรกับครอบครัวของเจ้าสาวไหม

มด "ของพวกนี้มันไม่ต้องสัญญาหรอกครับ ถ้าคุณแต่งงานกับเขา คุณก็ต้องรับผิดชอบเขาอยู่แล้ว"

เอ "ปกติคุณแม่เอเวลาเจอเพื่อนเอ เขาจะไม่ค่อยถูกชะตา แม้กระทั่งโย แต่ว่าพาพี่มดไปเจอครั้งเดียว แม่เขาบอกมดนี่โอเคนะ ใช้ได้ แสดงว่าถ้าแม่มองขาดก็แสดงว่าโอเคค่ะ"

อะไรทำให้ตัดสินใจเลือกจะใช้คู่ชีวิตร่วมกัน

เอ "ก็ไม่รู้สิ เพราะเอคิดว่ารักเขานะ อยู่กับเขาแล้วต้องการคนที่เข้าใจเรา แล้วก็เป็นคนที่หนักแน่นที่จะอยู่ปกป้องเราตลอดไป แล้วอีกอย่างหนึ่งเอก็ไม่ใช่ผู้หญิงสาวๆ แล้ว การที่จะมีคนเข้ามาดูแลก็คงอาจจะยากเหมือนกัน แต่พอเราได้มีโอกาสเจอพี่มด เราก็คิดว่าเป็นโอกาสที่ดี แล้วก็พี่มดก็เป็นคนดีค่ะ เชื่อใจและไว้ใจ"

วางแผนดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ไว้อย่างไร

เอ "จะบอกว่าเขาไม่มีเวลาว่างเลยนะคะ พี่มดทำงานทุกวัน แต่เราแพลนกันว่าเอาทริปใกล้ๆ ก่อน ก็จะไปดำน้ำกันก่อน ไปเรียนดำน้ำ เพราะว่าพี่มดน่ะดำน้ำ แต่ว่าเอยังไม่ได้ดำ ก็จะไปใกล้ๆ ก่อน แล้วเดี๋ยวพอเขาว่างเดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที เพราะว่าเขาไม่ว่างเลย เอาในประเทศไทยก่อนค่ะ บ้านเรามีทะเลสวยๆ เยอะ เกาะเต่าใช่เปล่า"

มด "ยังไม่รู้เลย เดี๋ยวดูเวลาก่อน"

งานเยอะทั้งคู่ ปรับเวลาเข้าหากันอย่างไร

มด "ทุกวันนี้ก็ปรับ ถึงผมงานเยอะแต่ผมมีเวลาตลอด"

เอ "ก็ต้องปรับเพราะว่าเอก็ยุ่งมาก พี่มดนี่ยิ่งยุ่งมากใหญ่เลย แต่ทำไปทำมา ทำไมเขามีเวลามากกว่าเราก็ไม่รู้ แต่ว่าตอนนี้ก็พยายามปรับกันอยู่ค่ะ"

จากนั้นในเวลา 15.00 น. ของวันเดียวกัน เอ และ มด ได้เข้าพิธีมงคลสมรสทางศาสนาคริสต์ ณ คริสตจักรวัฒนา โดย โย เผยถึงชุดเจ้าสาวของ เอ ว่าได้แรงบันดาลใจมาจากฉากแต่งงานในภาพยนตร์ "The Twilight Saga: Breaking Dawn - Part 1" ซึ่ง โย เอ่ยปากชมชุดจากฝีมือการออกแบบของ "ผักกาด - ประภากาศ อังศุสิงห์" นักออกแบบเสื้อผ้าชื่อดังของไทยว่า "มันสวย เหมือนในเทพนิยาย"

สงวนลิขสิทธิ์ © ห้ามคัดลอก ตัดต่อ
ดัดแปลงหรือเผยแพร่ในสื่อใดๆ ก่อนได้รับอนุญาต
กดเพื่อดูรูปใหญ่ ปัดซ้าย-ขวาเพื่อดูรูปถัดไป
  • รูปภาพ 1
  • รูปภาพ 2
  • รูปภาพ 3
  • รูปภาพ 4
  • รูปภาพ 5
  • รูปภาพ 6
  • รูปภาพ 7
  • รูปภาพ 8
  • รูปภาพ 9
  • รูปภาพ 10
  • รูปภาพ 11
  • รูปภาพ 12
  • รูปภาพ 13
  • รูปภาพ 14
  • รูปภาพ 15
  • รูปภาพ 16
  • รูปภาพ 17
  • รูปภาพ 18
  • รูปภาพ 19
  • รูปภาพ 20
  • รูปภาพ 21
  • รูปภาพ 22
  • รูปภาพ 23
  • รูปภาพ 24
  • รูปภาพ 25
  • รูปภาพ 26
  • รูปภาพ 27
  • รูปภาพ 28
  • รูปภาพ 29
  • รูปภาพ 30
  • รูปภาพ 31
  • รูปภาพ 32
  • รูปภาพ 33
  • รูปภาพ 34
  • รูปภาพ 35
  • รูปภาพ 36
  • รูปภาพ 37
  • รูปภาพ 38
  • รูปภาพ 39
  • รูปภาพ 40
  • รูปภาพ 41
  • รูปภาพ 42
  • รูปภาพ 43
  • รูปภาพ 44
  • รูปภาพ 45
  • รูปภาพ 46
  • รูปภาพ 47
  • รูปภาพ 48

ความคิดเห็น

ภาพยนตร์ที่เกี่ยวข้อง

วันนี้ในอดีต

  • Harry Potter and the Goblet of Fire
    เข้าฉายปี 2005
    แสดง Daniel Radcliffe, Rupert Grint, Emma Watson
  • The Thing
    เข้าฉายปี 2011
    แสดง Mary Elizabeth Winstead, Joel Edgerton, Ulrich Thomsen
  • Love of May
    เข้าฉายปี 2005
    แสดง Chen Bo-lin, Liu Yifei

เกร็ดภาพยนตร์

  • A Serious Man - เรื่องราวเกิดขึ้นในยุคและสถานที่ซึ่งผู้กำกับ โจเอล โคเอน และ อีธาน โคเอน เติบโตมา นั่นคือในปี 1967 ในชุมชนชาวยิวแถบชานเมืองของมิดเวสต์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ตัวละครแร็บไบในเรื่องอ้างอิงจากแร็บไบท่านหนึ่งที่พวกเขารู้จักเมื่อตอนเป็นเด็ก นอกจากนี้ ตัวละคร แลร์รี ก็อปนิก ที่รับบทโดย ไมเคิล สตูห์ลบาร์ก ยังเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเหมือนคุณพ่อคุณแม่ของผู้กำกับทั้งสองอีกด้วย อ่านต่อ»
  • Hachi - สร้างจากเรื่องจริงของสุนัขพันธุ์อากิตะชื่อ ฮาชิโกะ ที่มาถึงโตเกียวพร้อม ศาสตราจารย์ ฮิเดซามุโระ อุเอโนะ แห่งภาควิชาการเกษตร มหาวิทยาลัยโตเกียว ในปี 1924 ฮาชิโกะ มารอรับส่งเจ้านายที่สถานีรถไฟชิบูยะทุกวัน กระทั่งเดือนพฤษภาคม 1925 ศาสตราจารย์เสียชีวิตเพราะหัวใจล้มเหลว แต่ ฮาชิโกะ ก็ยังมาเฝ้ารอเขาอยู่ที่เดิมเป็นเวลากว่า 10 ปี บทความของลูกศิษย์ของศาสตราจารย์ทำให้เรื่องของ ฮาชิโกะ โด่งดังขึ้นในระดับนานาชาติ จนมีการสร้างรูปปั้นบรอนซ์ ฮาชิโกะ ขึ้นหลายแห่งในประเทศญี่ปุ่น โดยรูปปั้นที่โด่งดังที่สุดอยู่ที่ประตูทางเข้าสถานีรถไฟชิบูยะ หรือที่เรียกกันว่าประตูฮาชิ อ่านต่อ»
เกร็ดจากภาพยนตร์สามารถดูได้ในหน้าข้อมูลภาพยนตร์แต่ละเรื่อง

เปิดกรุภาพยนตร์

ทุบกรรม - ดับสยองจากคราบผ้าเหลือง เปลี่ยนแรงรักเป็นแรงอาฆาต คดีดังที่ว่าด้วยเรื่องของบาปบุญคุณโทษ ความเชื่อที่ว่าพระที่...อ่านต่อ»