เสริมจมูกคืออะไร เสริมแบบ Open และ Close ต่างกันแบบไหน

19 ก.พ. 67 03:30 น. / ดู 1,970 ครั้ง / 1 ความเห็น / 0 ชอบจัง / แชร์

การเสริมจมูกทั้ง 2 แบบ จะมีข้อแตกต่างอย่างไรบ้าง
เสริมจมูกที่ Vertex Clinic ยังไง ?

การ เสริมจมูก rhinoplasty คือ การศัลยกรรมตกแต่งรูปทรงจมูกให้มีความเหมาะสม เข้ากับใบหน้าของในแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการ ลดขนาด เพิ่มขนาด แก้ไขรูปทรง ด้วยการใช้วัสดุทางการแพทย์ หรือใช้ส่วนประกอบจากร่างกายตนเอง เช่น ซิลิโคน  (Sillicone)  กอร์เท็กซ์ ( Gore-tex) เม็ดพอร์ (Medpor) กระดูกอ่อนหลังหู ก้นกบ หรือ ซี่โครง โดยในปัจจุบันมีเทคนิคการเสริมเยอะแยะมากมาย วันนี้เราจะพูดถึงการเสริมจมูก แค่ใน 2 แบบหลักกันนะคะ อันแรกคือการเสริมแบบปิด Close Rhinoplasty surgery  และ อีกแบบคือ การเสริมแบบเปิด  Open Rhinoplasty surgery ทั้งสองแบบนี้จะแตกต่างกันยังไง ใครเหมาะที่จะทำแบบไหน หรือ มีข้อควรรู้ ข้อควรระวัง อะไรบ้างสำหรับการทำจมูก เสริมจมูกครั้งแรก ควรเตรียมตัวอะไรบ้าง หรือควรจะเสริมจมูกที่ไหนดี มาเริ่มกันเลย

เทรนของการเสริมจมูกในปัจจุบัน
ปฎิเสธไม่ได้เลยนะคะว่าสื่อโซเชียลมีเดีย บุคคลมีชื่อเสียง เซเลบ influeser  ค่อนข้างมีแรงจูงใจในหลายๆด้าน ทั้งแฟชั่น หน้า ผม คนนั้นก็สวยคนนี้ก็สวย แทบจะทำให้หนุ่มๆสาวๆหลายๆคนวิ่งพุ่งตรงมาที่คลินิก เพื่อมา เสริมจมูก ใหม่ทรงนั้น ทรงนี้ ทรงจมูกเกาหลี เสริมแบบทรงจมูกธรรมชาติ รองปลายด้วยเนื้อเยื้อเทียม และ เทคนิคก็มีอีกมากมาย แล้วถ้าเราจะมาพูดถึงการทำจมูกแบบปิด Close Rhinoplasty surgery และ อีกแบบคือ การเสริมแบบเปิด Open Rhinoplasty surgery ทั้งสองแบบนี้จะแตกต่างกันยังไง



เสริมจมูก แบบปิด Closed Rhinoplasty surgery
เป็นเทคนิคการ เสริมจมูก ที่มีทั่วไปแทบจะทุกคลินิก เป็นที่นิยมค่อนข้างมาก เพราะสะดวก รวดเร็ว บาดเจ็บน้อย พักฟื้นไม่นาน การผ่าตัดไม่ซับซ้อน โดยการเสริมจมูกด้วยวิธีนี้ จะมีการเปิดแผลจากข้างในจมูก โดยมีการใช้ซิลิโคนสำเร็จรูปเข้าไปวาง จะไม่มีแผลให้เห็นภายนอก ไม่ต้องดมยาสลบ ราคาถูกกว่า ส่วนมากนิยมเพิ่มเนื้อเยื้อเทียม กระดูกอ่อนหลังหู หรือไขมันมารองปลายจมูก เพื่อให้ปลายพุ่งมากขึ้นได้ จมูกทรงหยดน้ำ และลดความเสี่ยงของการเกิดการทะลุ ในส่วนซิลิโคนที่ใช้เสริมในเทคนิคแบบปิดมีหลากหลาย ทั้งซิลิโคนในรูปทรงตัว I ซึ้งมักจะพบจากประเทศเกาหลีเป็นส่วนใหญ่ เนื้อจะมีลักษณะนิ่มมาก ทำให้มีข้อเสียในการเหล่าปรับแต่งทรงให้เหมาะกับโครงสร้างซึ้งเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมจมูกแบบปิด ส่วนซิลิโคนอีกแบบจะมีลักษณะรูปตัว L จะเป็นที่นิยมในปัจจุบันมาก โดยส่วนที่เพิ่มเติมมาจากรูปทรง I คือส่วนปลายและขาของซิลิโคน เพื่อช่วยยกปลายจมูก (Tip support) ช่วยเพิ่มควมโด่งปลายจมูกได้ดี ทั้งนี้ควรใช้อย่างเหมาะสม เนื่อจากส่วนปลายที่เพิ่มขึ้นมาอาจทำให้รูปทรงดูสวยขึ้น แต่ก็สามารถทำให้เกิดปลายบาง และทะลุได้มากขึ้น หากใช้และเหลาซิลิโคนไม่เหมาะสม

ความนิ่มของเนื้อซิลิโคนควรใช้ในระดับที่เหมาะสมหากนิ่มมากเกินไป ทำให้แพทย์ผู้ทำอาจเหลาปรับแต่งให้เหมาะสมกับโครงสร้างได้ยาก ผลลัพธ์อาจดูไม่ธรรมชาติได้

ตัวอย่างซิลิโคนทรง L-Shape ที่นิยมใช้ในปัจจุบันหนึ่งในนั้นคือ Mantis strut หรือซิลิโคนตั๊กแตน เป็นซิลิโคน L-Shape ที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับโครงสร้างจมูกของคนไทยที่มีอยู่หลากหลาย ทำให้ซิลิโคนนี้มีหลากหลายขนาดตามความยาวจมูกและความกว้างของฐานจมูกอีกทั้งยังมีเนื้อที่ไม่นิ่มจนเกิดไปง่ายต่อการเหลาปรับแต่งทรง ทั้งนี้ซิลิโคน Mantisสามารถเหลาปรับแต่งทรงได้ ไม่ว่าจะเป็นสันตรง  สันสโลป ปลายจมูกบาร์บี้หรือปลายจมูกหยด ขึ้นกับลักษณะซิลิโคนที่เหลาของแพทย์ทำให้สามารถเหล่าปรับแต่งตัวซิลิโคนให้เหมาะสมกับโครงสร้างจมูกคนไข้แต่ละรายได้ละเอียดกว่าซิลิโคนทั่วไป ด้วยเหตุนี้ทำให้ซิลิโคนMantis จึงสามารถแก้ปัญหารูปทรงจมูกของคนไทยได้หลากหลาย ในทางกลับกันหากแพทย์ที่ผ่าตัดขาดประสบการณ์ในการใช้ซิลิโคนMantis ก็สามารถทำให้เกิดปัญหาได้พอสมควร โดยเฉพาะการทะลุในรูจมูกเนื่องจากส่วนหัวและขาของซิลิโคนมีขนาดใหญ่ จึงจำเป็นต้องเหลาซิลิโคนตามโครงสร้างจมูกอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงปัจจัยรอบด้าน




เสริมจมูกแบบเปิด Open Rhinoplasty surgery
การเสริมจมูกแบบเปิดนั้นมีรายละเอียดปลีกย่อย ค่อนข้างเยอะเนื่องจากเป็นการผ่าตัดที่มีความซับซ้อนมากกว่า มีรายละเทคนิคของแต่ละที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งการทำวิธีนี้จะทำให้แพทย์ สามารถเห็นโครงสร้างจมูกของคนไข้ได้ครบถ้วน การแก้ไขทำได้หลากหลายมากกว่า การเสริมจมูกเทคนิคนี้จะเน้นการปรับแต่งโครงสร้างร่วมด้วย เช่น การเย็บตกแต่งปลายกระดูกอ่อน การยืดผนังจมูก การแก้ไขผนังจมูกคด จมูกเบี้ยว หรือการแก้ไขปลายจมูกที่ผิดรูป การเสริมจมูกเทคนิคนี้ แพทย์ผู้ผ่าตัดจะเปิดแผลบริเวณด้านหน้าระหว่างรูจมูกทั้งสองข้างร่วมด้วย(นอกเหนือจากแผลในรูจมูกทั้งสองข้าง) เพื่อเปิดพื้นที่ผ่าตัดให้เห็นชัดเพียงพอต่อการปรับแต่งโครงสร้างจมูกด้านในร่วมด้วย โดยเทคนนิคนี้จะเสริมจมูกกระดูกอ่อนหลังหูมาตกแต่งที่ปลายจมูกเพื่อเพิ่มความโด่งความพุ่งของปลาย ในส่วนของการเสริมบริเวณสันจมูก มักใช้ซิลิโคนรูปเรือ(boated shape ลักษณะคล้ายซิลิโคนแบบแท่งตัว I แต่จะสั้นกว่า)  หรืออาจใช้กระดูกอ่อนซี่โครงในการตกแต่งปลายจมูกและเสริมบริเวณสันจมูกเลยก็ได้ครับ

จะเห็นว่าการเสริมจมูกเทคนิคนี้เน้นการปรับแต่งโครงสร้างเป็นหลัก  ดังนั้นมันจึงเหมาะกับเคสที่ยากต่อการใช้ซิลิโคนปรับแต่งเพียงอย่างเดียว เช่น จมูกสั้น ปลายจมูกเหิน ปลายจมูกผิดรูป ปลายจมูกบาง เป็นต้น

และวิธีนี้จะมีแผลตัดด้านนอกและจำเป็นต้องทำร่มกับการดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ จึงทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงมาก

เสริมจมูกแบบปิด Closed Rhinoplasty surgery 
- ข้อดี
- ราคาไม่แพง
- บวมและช้ำน้อย
- ดูแลรักษาแผลง่าย
- ใช้เวลาในการทำไม่นาน เพียง 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น

ข้อเสีย
- ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีเนื้อจมูกน้อย
- การปรับแต่งทรงจมูกอาจทำได้ไม่มาก
- มีโอกาสเสี่ยงจมูกเบี้ยวและเอียง 

เสริมจมูกแบบเปิด Open Rhinoplasty surgery 
ข้อดี
- ได้ทรงจมูกตามที่ต้องการ เช่น ปลายพุ่ง ปลายหยดน้ำ
- ไม่เสี่ยงซิลิโคนทะลุ เบี้ยง เอียง
- สามารถตกแต่งจมูกให้สวยเรียว ธรรมชาติ 

ข้อเสีย
- ราคาสูง ประมาณ 50,000-100,000++
- ดูแลรักษาแผลได้ยาก
- ต้องใช้ยาสลบในการผ่าตัด
- มีโอกาสบวมช้ำได้นานมากกว่า 

cr. https://www.vertexclinic.com/rhinoplasty-surgery-close-surgery-open-surgery/
เลขไอพี : ไม่แสดง | ตั้งกระทู้โดย Windows 10

มุมสมาชิก กระทู้ล่าสุดโดย AlyssAlyssa

แสดงกระทู้ล่าสุดโดยเปิด มุมสมาชิก และเลือกแสดงกระทู้ที่ตั้ง

อ่านต่อ คุณอาจจะสนใจเนื้อหาเหล่านี้ (ความคิดเห็นกระทู้ อยู่ด้านล่าง)

ความคิดเห็น

#1 | Yvonne | 2 มี.ค. 67 00:23 น.

ไอพี: ไม่แสดง | โดย Windows 10

แสดงความคิดเห็น

จะต้องเป็นสมาชิกจึงจะแสดงความคิดเห็นได้
เป็นสมาชิกอยู่แล้ว ลงชื่อเข้าใช้ระบบ
ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สมัครสมาชิกใหม่
หรือจะลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google หรือ Facebook ก็ได้
ลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Facebook
ลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google