1. สยามโซน
  2. ภาพยนตร์
  3. ข่าววงการภาพยนตร์

นุ่น-ท็อป ฉลองสมรส ตามแนวคิดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

นุ่น-ท็อป ฉลองสมรส ตามแนวคิดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

จูงมือกันเข้าสู่ประตูวิวาห์แล้วสำหรับสาว "นุ่น - ศิรพันธ์ วัฒนจินดา" กับหนุ่ม "ท็อป - พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร" คู่รักที่คบหาดูใจกันมากว่า 8 ปี โดยช่วงเช้าของวันที่ 23 สิงหาคม 2558 บ่าวสาวได้เข้าพิธีหมั้นแบบไทยๆ และผูกข้อไม้ข้อมือตามฉบับเมืองเหนือ หลังจากนั้นก็พากันมาให้สัมภาษณ์ พูดถึงเรื่องราวของความรักที่มีให้แก่กันในช่วงเย็น ก่อนที่งานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสจะเริ่มต้นขึ้น ณ โรงแรมแลนด์มาร์ค กรุงเทพฯ ภายใต้รูปแบบงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

พิธีในตอนเช้าเป็นอย่างไร

ท็อป "ตอนเช้าก็จะเป็นพิธีในครอบครัวครับ ก็จะมีญาติๆ เพื่อนๆ ที่สนิทกัน แล้วก็มีหลานๆ มาวิ่งเล่นกันในห้องนี้เนี่ยแหละครับ"

นุ่น "จริงๆ ก็ตามประเพณีค่ะ ก็พอเหมาะพอควรนะคะ แต่ว่านุ่นชอบอย่างหนึ่งคือนุ่นมีพิธีผูกข้อไม้ข้อมือ แต่ตอนนี้เชือกที่เราผูกก็เก็บเอาไว้บนห้องแล้ว มาจากเชียงใหม่ค่ะ เราเลยรู้สึกว่าอยากมีประเพณีแบบจากบ้านเราเอง ท็อปก็ยังไม่คุ้นเคยประเพณีเมืองเหนือว่าผูกข้อมือเป็นยังไง ก็ได้มาลองทำที่นี่รู้สึกยังไงคะ"

ท็อป "ผมว่ารู้สึกดีฮะ คือเคยผูกข้อมือตอนไปถ่ายรายการ แล้วพอมาวันนี้ก็ไม่คิดเลยว่าจะได้มาเจอการอวยพรจริงๆ แล้วก็เป็นพิธีของเราเอง ก็ดีนะผมว่าก็แปลกดี ก็รู้สึกดีไปอีกแบบหนึ่งครับ"

นุ่น "นุ่นน้ำตาหลายรอบมาก สบตากับคุณแม่นี่ไม่ได้เลย ซึ้งใจ คืองานนี้ค่ะต้องขอบคุณที่บ้าน ทั้งบ้านนุ่นกับบ้านท็อป แล้วก็เพื่อนๆ เพราะว่าไม่มีเวลาเตรียมตัวเลย ทุกคนช่วยกันอย่างเต็มที่ แล้วก็พองานเกิดขึ้นจริงๆ แล้วก็สมบูรณ์แบบเหมือนที่เราคิด ยิ่งกว่าที่เราคิดอีกก็เลยตื้นตันใจมาก เมื่อเช้าคุณแม่ให้คำอวยพรก็น้ำตารินไหล แต่ไม่ใช่นุ่นคนเดียวนะพี่ท็อปก็เป็น"

มีการปฏิญาณตนต่อกันไหม

ท็อป "ก็มีปฏิญาณกับน้องชายนุ่นครับ คือว่าผมเข้าไปอยู่ในครอบครัวทหารน่ะครับ ก็เลยต้องมีการปฏิญาณตนกันนิดหนึ่งครับ ได้มา 3 ข้อด้วยกัน ผมอ่ะตอนนั้นพูดไปเพราะว่าความตื่นเต้น (ยิ้ม) ผมจำได้อย่างหนึ่งคือบอกว่าให้เชื่อฟัง แล้วก็ให้เคารพภรรยา แล้วผมก็เติมไปอีกหน่อยหนึ่ง เติมไปว่าเหมือนพลโทเลิศพันธ์ (พลโทเลิศพันธ์ วัฒนจินดา) คือคุณพ่อของคุณนุ่นนั่นเอง ก็เหมือนครอบครัวก็ฝากฝังครับให้อยู่ด้วยกัน รักกัน เข้าใจกัน แล้วก็ยอมรับในกันและกันครับ"

สินสอดมูลค่าเท่าไร

ท็อป "ก็ที่บ้านผมเราจัดให้นุ่นก็ตามสมควรน่ะครับ ไม่ได้มีมากมาย แล้วก็ไม่ได้มีน้อยจนเกินไป ผมคิดว่าเรื่องสินสอดมันเป็นเรื่องหนึ่งเนอะสำหรับประเพณีครับ แต่สิ่งที่สำคัญผมว่าการที่มาอยู่ด้วยกัน แล้วผมให้เกียรติเขา ในการที่จะได้เข้ามาดูแลบริษัท แล้วก็ดูแลสภาพความเป็นอยู่ของผมและคนในบริษัททั้งหมดน่ะครับ ก็คิดว่าน่าจะได้มากกว่าสิ่งที่วันนี้เป็นสินสอดให้ แล้วก็ด้วยความรักด้วยฮะ ก็คงคิดว่าน่าจะเต็มที่เนอะ"

แหวนเพชรกี่กะรัต

นุ่น "อันนี้ดูไม่เป็น (3 กะรัต) จริงๆ ไม่ต้องห่วงนะคะพี่ๆ เรื่องสมบัติหรือว่าเรื่องของสินสอดค่ะ คือพอที่ได้แต่งแล้วเนี่ยหลังจากวันนี้เป็นต้นไปค่ะ (หัวเราะ) อยู่ๆ ก็อยากเล่นบทนี้ ก็ทุกคนเป็นพยานเนอะว่าเขายกบริษัทให้แล้ว"

ท็อป "จากเดิมผมเป็นคนก่อตั้ง ตอนนี้กลายเป็นดีไซน์เนอร์เฉยๆ แล้วก็นุ่นกลายมาเป็นซีอีโอของบริษัทครับ ก็เอาชื่อเข้ามาแล้วก็เป็นคนที่มีอำนาจในการเซ็นทั้งหมด เช็คก็อยู่ที่เขาหมดแล้วฮะ สามารถที่จะเหมือนเบิกจ่ายได้เลย ฉะนั้นเนี่ยผมก็เลยไม่อยากที่จะมาบอกว่าวันนี้เราให้อะไรไปบ้าง เพราะว่าสิ่งที่ผมได้ให้แล้วก็ได้เชื่อใจเขาครับมันมีมากกว่า มากกว่าวันนี้เยอะจริงๆ"

จดทะเบียนสมรสกันหรือยัง

นุ่น "ยังเลยค่ะ ก็เดี๋ยวค่อยดูฤกษ์กันอีกทีหนึ่ง"

แนวคิดของการจัดงานแต่งงาน

ท็อป "ผมคิดภายใต้เงื่อนไขเงื่อนไขหนึ่ง ก็คือเงื่อนไขของพ่อแม่ครับ เราก็ฟังพ่อแม่ก่อนว่าท่านอยากได้อะไร ทั้งสองฝ่ายเลยนะครับแล้วก็จดไว้ ถือว่าอันนี้เป็นบัญญัติที่ควรจะต้องทำที่ควรจะต้องมี หลังจากนั้นก็เอาเรื่องการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาเติมเต็มมาใส่ ก็อย่างเช่นบรรยากาศในงานนี้ผ้าทุกผืนที่เห็นในห้องนี้ครับ เดี๋ยวเราจะเก็บเอาไว้ซักแล้วก็ใช้ต่อจะไม่มีการทิ้งไปไหนครับ พวกท่อนไม้ต่างๆ ที่เห็นเดี๋ยวเราก็จะเอาไปเป็นตัวค้ำยันต้นไม้อีกทีหนึ่งก็จะมีการใช้ต่อ อันนี้จะเป็นแค่ตัวอย่างภายในห้องนี้ แต่ว่าเดี๋ยวด้านนอกครับก็จะมีเรื่องการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกเยอะแยะเลย"

ชุดเจ้าสาวเป็นชุดมือ 2 จริงหรือเปล่า

ท็อป "ใช่ฮะ นี่เป็นชุดมือ 2 เลยครับจากใครก็ไม่รู้ (หัวเราะ) คือไม่รู้ว่าเป็นชุดมาจากใคร แต่ผมรู้สึกแฮปปี้ที่สุดเลยนะฮะว่าเจ้าสาวผมเนี่ยคือใช้ชุดมือ 2 แล้วก็เป็นชุดมือ 2 จริงๆ เพราะว่ามีคนจัดหามาให้ ก็อยู่ใต้โรงหนังลิโด้นี่แหละไปหาได้ แล้วก็คือผมว่าเจ้าสาวผมสวยมากๆ ในชุดนี้ แล้วก็เชื่อว่าพอชุดมือ 2 ชุดนี้ครับเราใส่เสร็จเรียบร้อยในวันนี้ ก็น่าจะเหมือนส่งต่อให้กับคนอื่นๆ ได้ใช้ต่อไป ก็อันนี้มันเป็นเรื่องหนึ่งครับในเรื่องการคิดให้มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (ยิ้ม)"

นุ่น คิดมากหรือเปล่าที่ต้องใส่ชุดเจ้าสาวมือ 2

นุ่น "ถ้าคิดมากคงไม่ใส่หรอกค่ะ นุ่นว่าด้วยคอนเซปต์ที่มันแข็งแรง นุ่นก็เลยคิดว่าอันนี้เนี่ยเหมาะสมที่สุดแล้วกับคอนเซปต์นี้"

อธิบายรายละเอียดของรูปแบบงานแต่งงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหน่อย

ท็อป "ท็อปเลือกโรงแรมนี้เพราะว่ามันอยู่ใกล้บ้าน บ้านผมอยู่ติดกับที่นี่เลยครับเดินมาประมาณ 15 ก้าวก็ถึง ก็จะประหยัดพลังงาน ไม่ก่อให้เกิดมลพิษใช่ไหม มีรถไฟฟ้ามาถึงก็สามารถมารถไฟฟ้าได้ เราเลือกวันอาทิตย์เพราะว่ารถไม่ติด คนเดินทางมาได้สะดวก แล้วการ์ดเนี่ยเราก็ออกแบบให้ใช้กระดาษน้ำตาล แล้วก็ถ้าฉีกตรงซองออกครับ มันก็กลายเป็นซองที่ใช้งานต่อได้ ตรงปากซองก็เอาไปเป็นการ์ด กระดาษน้ำตาลก็เอาไปรีไซเคิลได้ในจำนวนครั้งที่มากกว่ากระดาษขาว ในงานเนี่ยตอนเย็นก็จะเป็นอาหารออแกนิกทั้งหมดเลย น้ำก็จะเป็นน้ำผักผลไม้ การจัดงานก็จะเป็นการใช้ต้นไม้เล็กๆ นั่นแปลว่า คือคุณสามารถเอากลับได้เลย แล้วก็พยายามจะทำให้ขยะในงานมันเหลือน้อยที่สุด ซึ่งนี่เป็นตัวอย่างเฉยๆ นะฮะ ในงานเรายังมีกิมมิกอีกมากมาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นสิ่งที่ผมทำทั้งคู่ครับ มันสามารถที่จะเหมือนลดค่าใช้จ่ายในการจัดงานได้มากเลยทีเดียว แล้วก็นอกจากลดค่าใช้จ่ายที่ได้ผลดีกับเราแล้ว มันก็ได้ผลดีกับสิ่งแวดล้อมด้วย เรา 2 คนก็เลยอยากจะตั้งใจทำ"

พิธีตัดเค้กในงานเป็นอย่างไร

ท็อป "พิธีการตัดเค้กที่หลายๆ ชั้นเนี่ยครับ คือมันมาจากสมัยโรมันใช่ไหม ที่เวลาแขกเขามาแล้ว เขาจะเอาขนมปังเอามาให้แล้วก็กองเหมือนเป็นภูเขา แล้วก็ให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวเนี่ยปีนขึ้นไป พอไปถึงยอดเสร็จก็เหมือนกับสำเร็จแล้ว แล้วก็เหมือนที่จะรักกันได้อย่างยืนยาว ก็เลยพอขึ้นไปถึงบนยอดก็จะเหมือนจูบกัน หอมแก้มกัน มันเลยเป็นที่มาของเค้ก 7 ชั้น และด้านบนเป็นตุ๊กตาบ่าวสาว เราเห็นว่ามันมีความหมายแบบนี้ เราเลยลองใช้ซิมโบลิกแบบอื่น เพราะว่าหลายๆ ครั้งที่เวลาเราไปงานแล้วเราก็เห็นว่าเค้กข้างบนมันไม่ใช่เค้กจริง ในหลายๆ ที่อย่างนี้ครับ แล้วก็บางทีกินกันอิ่มแล้วเค้กก็ไม่ได้กินก็เหลือเอาไว้ แต่ด้วยความที่มีความหมายว่าประสบความสำเร็จ รักกันอย่างยาวนานเราเลยมีซิมโบลิกอื่น ก็คือเป็นการปลูกต้นไม้ แล้วก็จะเป็นความรับผิดชอบของเรา 2 คน คือจากวันนี้เนี่ยเราก็จะต้องดูแลแล้วก็เลี้ยงต้นไม้ต้นนี้ครับ ให้มันยาวนานต่อไปครับ ต้องเลี้ยงอย่างดี"

ต้นไม้ที่ใช้ในพิธีคือต้นอะไร

นุ่น "ต้นแก้วค่ะ แก้วก็มีความหมายว่าบริสุทธิ์ ล้ำค่า ถ้าปลูกไว้ในบ้านมันเหมือนทำให้คนในบ้านเป็นคนที่จิตใจดี รักกันด้วยจิตใจที่ดี แต่จริงๆ นุ่นเป็นคนบอกท็อปว่าปลูกต้นไม้เนี่ยมันเหมือนเป็นตัวเตือนสติค่ะ เรามีความสุขแค่วันนี้วันเดียวไม่ได้ มันต้องมีความสุขทุกวัน เหมือนต้นไม้เป็นตัวที่บอกว่านี่เรารดน้ำดูแลกันและกันหรือเปล่า บางทีเผื่อทำงานแล้วลืมที่จะดูแลความรู้สึกคนข้างๆ"

จะมีทายาทเลยหรือเปล่า

ท็อป "ลูกเนี่ยยังไม่ได้คิดเลยครับ คือเราก็ยังไม่กล้านะฮะ สารภาพตรงนี้ว่ายังไม่แน่ใจว่าตัวเองจะเป็นพ่อที่ดีในวันนี้ได้ยังไง แต่เป็นสามีที่ดีพอคิดออกแล้ว แต่พ่อที่ดียังคิดไม่ออกเดี๋ยวรอเป็นสเต็ปต่อไปครับ"

วางแผนไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กันที่ไหน

ท็อป "ฮันนีมูนเนี่ยจะพ่วงไปกับการทำงานด้วยครับ ก็คือเดี๋ยวเรา 2 คนจะต้องไปดูงานที่อิตาลี เป็นงานเวิลด์เอ็กโป ก็เลยคิดว่าพอดูงานเสร็จ ทำงานเสร็จเรียบร้อยก็จะเที่ยวต่อฮะ ถือว่าก็ได้ 2 อย่างเลยเนอะ ก็ประมาณนี้เราไม่ได้ตั้งแพลนไว้ว่าจะไปฮันนีมูนกันที่ไหนยังไง จริงๆ แล้วการเลือกต่างประเทศเนี่ยไม่ใช่แพลนตอนแรกเหมือนกันนะครับ เราอยากจะเลือกในประเทศก่อน จริงๆ แล้วเราอาจจะอยากจะลงไปทะเลบ้าง เพราะทุกทีบ้านนุ่นเขาอยู่ที่เชียงใหม่ใช่ไหมฮะ อาจจะไปฮันนีมูนกันที่ทะเลในเมืองไทยเรา แต่พอดีว่าที่ไปอิตาลีเพราะทำงาน ก็เลยไหนๆ ต้องไปแล้วก็ขอพักอีกหน่อยหนึ่งก็เลยเรียกว่าฮันนีมูนไปเลยแล้วกัน ไปปลายเดือนกันยาฯ ครับ 10 วันครับ"

นุ่น จะทำงานในวงการต่อหรือเปล่า

นุ่น "ก็ยังทำต่อนะคะ จ้างได้นะคะ (ยิ้ม) ยังอยากทำ นุ่นรักการแสดงค่ะ ก็อย่างที่ทุกท่านทราบว่านุ่นไม่ได้เกี่ยงว่าบทต้องเป็นบทยังไง ขอให้เป็นบทที่นุ่นอยากเล่นจริงๆ อันนี้นุ่นก็จะเสนอหน้าไปขอเล่นจริงๆ ก็อาจจะต้องแบ่งเวลาค่ะ ไหนๆ เราจะฮุบเขาแล้วเนอะ (หัวเราะ) ไหนๆ จะฮุบเขาแล้วเดี๋ยวเราก็ต้องทำให้มันเติบโตงอกงามได้กำไรเต็มที่ค่ะ"

คบกันมาหลายปี เวลาช่วยพิสูจน์อะไรบ้าง

ท็อป "อยากจะบอกว่าคู่เรานี่ไม่ได้มาง่ายๆ นะครับ คือด้วยความที่เราตั้งใจจะเป็นตัวของเราเองตั้งแต่แรก จะได้ไม่ต้องมาบอกว่าเปลี่ยนไป เพราะว่าสุดท้ายแล้วมันกลายเป็นคนเดิมของมันนั่นแหละ ก็เลยพอเป็นตัวเองจาก 2 ครอบครัวที่แตกต่างกันครับ ก็เลยทำให้ช่วงแรกๆ ก็ทะเลาะกันบ่อย มีปัญหาไม่เข้าใจกัน ต้องมานั่งเคลียร์กันในหลายๆ เรื่อง แต่ก็สุดท้ายแล้วมันก็ผ่านไปได้นะ ก็กลายเป็นเรื่องเล่าสนุกๆ แล้วก็มาถึงวันนี้ก็แฮปปี้ดี"

ทำไม นุ่น ถึงเลือก ท็อป เป็นคู่ชีวิต

นุ่น "จริงๆ ทั้งหมดทั้งมวลค่ะนุ่นว่าท็อปเป็นคนดีค่ะ เมื่อเช้าก็มีการส่งตัวแล้วนุ่นก็ได้พูดความในใจกับป๊ากับม้าว่าแบบ (น้ำตาคลอ) ก็จริงๆ ท็อปเป็นคนดีมากค่ะ แต่ความดีของเขาต้องมาจากบ้าน คือขอบคุณป๊ากับม้าที่เลี้ยงท็อปเป็นคนดี แล้วนุ่นก็เชื่อว่าความดีของเขาเนี่ยแหละมันจะฝากฝังได้ ไปด้วยกันๆ"

คำที่อยากจะบอกถึงกันและกัน

ท็อป "เคยบอกหลายๆ คนน่ะครับว่าผมโชคดีที่เขาอยู่กับผมด้วยตลอด แล้วผมก็ไม่ได้ต้องการผู้หญิงที่ไม่รู้ว่าจะดีมาจากที่ไหน พื้นฐานบ้านจะเป็นยังไง ผมไม่ได้สนใจ ผมสนใจอย่างเดียวคือการที่มีคนๆ หนึ่งอยู่กับเราด้วยอยู่ตลอด ไม่ว่าเราจะจมดิ่งหรือว่าพีกสุดอย่างนี้ครับ ก็เขาอยู่กับผมมา 8 ปี แล้วผมไม่ได้เป็นคนดีอะไรนัก แล้วก็เป็นคนยากในบางเรื่องด้วย แต่เขาก็ยังคงอยู่ด้วย ผมก็เลยขอเขาแต่งงานเพราะว่าเขาอยู่กับผมด้วยครับ ก็รักนะ ไม่ต้องห่วงเลยเดี๋ยวจะอยู่ดูแลจากนี้ตลอดไป"

นุ่น "(ร้องไห้) พอแล้วค่ะ มีกันอยู่อย่างนี้ คือคู่เราไม่ใช่คู่สวีตจริงๆ แต่เราเป็นคู่ที่อยู่บนความเป็นจริง (ท็อป เช็ดน้ำตาให้ นุ่น) ซอรีนะ อิน แล้วก็แบบว่ากลั้นไม่อยู่ คือนุ่นว่าทุกการกระทำมันสำคัญกว่าคำพูดที่สุดแล้ว แล้ว 8 ปีทุกการกระทำทั้งของนุ่นกับท็อปมันพิสูจน์หลายๆ อย่าง แล้วนุ่นว่าวันนี้เป็นวันเริ่มต้นแหละ นุ่นไม่รู้ว่าพรุ่งนี้ หรือต่อไปอีก 10 ปีเราจะเป็นยังไง แต่ว่านุ่นเชื่อว่าทุกการกระทำจะบอกเองว่ามันจะดีหรือไม่ดีก็อยู่ที่เรา"

บรรยากาศบริเวณงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นจากเครือญาติ และมิตรสหาย ทุกคนสามารถเพลิดเพลินไปกับเสียงนกร้องซึ่งเข้ากับการตกแต่งสถานที่ ที่ประดับไว้ด้วยต้นไม้กระถางเล็กๆ มากมาย และที่สำคัญคือต้นไม้เหล่านี้ ผู้มาร่วมงานสามารถนำกลับไปปลูกที่บ้านได้อีกด้วย ส่วนของชำร่วยในงานนี้คือเกลือขัดผิวบรรจุด้วยห่อกระดาษลายดอกไม้ และสำหรับคนในวงการบันเทิงก็มาร่วมแสดงความยินดีมากมาย อาทิ "ประวิทย์ มาลีนนท์" "หน่อง - อรุโณชา ภาณุพันธุ์" "กอบสุข จารุจินดา" "ดาว - ดวงดาว จารุจินดา" "เติ้ล - ตะวัน จารุจินดา" "ต้อย - เศรษฐา ศิระฉายา" "เต้ย - พงศกร เมตตาริกานนท์" "มะปราง - กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล" "ปั้นจั่น - ปรมะ อิ่มอโนทัย" "ธงธง มกจ๊ก" "เต๋า - สมชาย เข็มกลัด" "เอ๋ - มณีรัตน์ คำอ้วน" "โบ - สุรัตนาวี สุวิพร" "บ้าน - ฆนัท โรจนัย" "จอห์น - วิญญู วงศ์สุรวัฒน์" "เฌอเบลล์ - ลัลณ์ลลิน เตจะสา เวศซ์" และ "พิช - วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล"

สงวนลิขสิทธิ์ © ห้ามคัดลอก ตัดต่อ
ดัดแปลงหรือเผยแพร่ในสื่อใดๆ ก่อนได้รับอนุญาต
กดเพื่อดูรูปใหญ่ ปัดซ้าย-ขวาเพื่อดูรูปถัดไป
  • รูปภาพ 1
  • รูปภาพ 2
  • รูปภาพ 3
  • รูปภาพ 4
  • รูปภาพ 5
  • รูปภาพ 6
  • รูปภาพ 7
  • รูปภาพ 8
  • รูปภาพ 9
  • รูปภาพ 10
  • รูปภาพ 11
  • รูปภาพ 12
  • รูปภาพ 13
  • รูปภาพ 14
  • รูปภาพ 15
  • รูปภาพ 16
  • รูปภาพ 17
  • รูปภาพ 18
  • รูปภาพ 19
  • รูปภาพ 20
  • รูปภาพ 21
  • รูปภาพ 22
  • รูปภาพ 23
  • รูปภาพ 24
  • รูปภาพ 25
  • รูปภาพ 26
  • รูปภาพ 27
  • รูปภาพ 28
  • รูปภาพ 29
  • รูปภาพ 30
  • รูปภาพ 31
  • รูปภาพ 32
  • รูปภาพ 33
  • รูปภาพ 34
  • รูปภาพ 35
  • รูปภาพ 36
  • รูปภาพ 37
  • รูปภาพ 38
  • รูปภาพ 39
  • รูปภาพ 40
  • รูปภาพ 41
  • รูปภาพ 42
  • รูปภาพ 43
  • รูปภาพ 44
  • รูปภาพ 45
  • รูปภาพ 46
  • รูปภาพ 47
  • รูปภาพ 48
  • รูปภาพ 49
  • รูปภาพ 50
  • รูปภาพ 51
  • รูปภาพ 52
  • รูปภาพ 53
  • รูปภาพ 54
  • รูปภาพ 55
  • รูปภาพ 56
  • รูปภาพ 57
  • รูปภาพ 58
  • รูปภาพ 59
  • รูปภาพ 60
  • รูปภาพ 61
  • รูปภาพ 62
  • รูปภาพ 63
  • รูปภาพ 64
  • รูปภาพ 65
  • รูปภาพ 66
  • รูปภาพ 67
  • รูปภาพ 68
  • รูปภาพ 69
  • รูปภาพ 70

ความคิดเห็น

วันนี้ในอดีต

  • คนเล่นของ
    เข้าฉายปี 2004
    แสดง ศุภักษร ไชยมงคล, อาริษา วิลล์, อิศรา โอชะกุล
  • The A-Team
    เข้าฉายปี 2010
    แสดง Bradley Cooper, Liam Neeson, Jessica Biel
  • Around the World in 80 Days
    เข้าฉายปี 2004
    แสดง Jackie Chan, Steve Coogan, Cecile De France

เกร็ดภาพยนตร์

  • Transformers: Dark of the Moon - โทนี ทอดด์ ผู้พากย์เสียงหุ่นรบ เดอะ ฟอลเลน ในภาพยนตร์ Transformers: Revenge of the Fallen (2009) เกือบจะได้แสดงในเรื่องนี้ แต่พอมีการปรับบทภาพยนตร์ใหม่ เขาเลยพลาดโอกาสเผยโฉมในภาคนี้ไป อ่านต่อ»
  • The Tree of Life - เป็นงานแสดงเรื่องแรกของ ฮันเตอร์ แม็กแครกเกน, ลารามี เอ็ปเพลอร์ และ ไท เชอริแดน ผู้รับบทสามพี่น้องในวัยเด็ก แจ็ก, อาร์แอล และ สตีฟ ตามลำดับ อ่านต่อ»
เกร็ดจากภาพยนตร์สามารถดูได้ในหน้าข้อมูลภาพยนตร์แต่ละเรื่อง

เปิดกรุภาพยนตร์

แม้ว่าจะมี 23 บุคลิกที่ เควิน (เจมส์ แมกอะวอย) เผยให้ คุณหมอ เฟลตเชอร์ (เบ็ตตี บักลี) จิตแพทย์ที่เขาไว้วางใจได้เห็น แต่...อ่านต่อ»