1. สยามโซน
  2. ภาพยนตร์
  3. ข่าววงการภาพยนตร์

ไดกิ อวดเสน่ห์ของละครญี่ปุ่นใน เจ ซีรีส์ เฟสติวัล

ไดกิ อวดเสน่ห์ของละครญี่ปุ่นใน เจ ซีรีส์ เฟสติวัล

กลับมาอีกครั้งหนึ่งสำหรับงาน "เจ ซีรีส์ เฟสติวัล 2016" (J Series Festival 2016) ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 แล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ละครญี่ปุ่นเรื่องเยี่ยมที่คัดสรรมาอย่างถี่ถ้วนเพื่อนำเสนอแก่สายตาผู้ชมชาวไทย ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 4 มิถุนายน 2259 ณ สยามภาวลัย รอยัล แกรนด์ เธียเตอร์ สยามพารากอน ท่ามกลางเหล่าพลพรรคคนรักประเทศญี่ปุ่นมากมาย

เปิดฉากความสนุกสนานของงาน J Series Festival 2016 ด้วยตัวการ์ตูนตัวแทนแห่งวัฒนธรรม "คารุ โวคาลอยด์" (Karu Vocaloid) ที่ออกมาต้อนรับทุกคนเข้าสู่งานอย่างเป็นทางการ และตามมาด้วยขบวนตัวอย่างละครญี่ปุ่นชื่อดังหลากหลายเรื่อง อาทิ "Goodbye Ghosts!" "The Most Difficult Romance" "Here Comes Asa!" "Sanada Maru" "Night Hero Naoto" "Tokyo Sentimental" "Good Partner" "Love That Makes You Cry" "From Five to Nine" "Please Love Me" ก่อนที่ 2 พิธีกรมากอารมณ์ขันอย่าง "ดาด้า - วรินดา ดำรงผล" และ "อ๋อง - เขมรัชต์ สุนทรนนท์" จะเชิญ "ยูโกะ โอชิมะ" (Yuko Oshima) อดีตสมาชิกวง "เอเคบี 48" (AKB48) กับ "ไดกิ อาริโอกะ" (Daiki Arioka) แห่งวง "เฮย์! เซย์! จัมพ์" (Hey! Say! JUMP) ขึ้นมาพบปะกับทุกคนบนเวที

ยูโกะ ส่งเสียงหวานๆ ทักทายแฟนคลับ "สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อ ยูโกะ ค่ะ (ภาษาไทย) รู้สึกดีใจที่ได้มาเมืองไทยนะคะ" ด้าน ไดกิ ก็ไม่น้อยหน้า ทักทายต่อทันทีว่า "สวัสดีครับ ผมชื่อ ไดกิ อาริโอกะ ครับ ผมพูดภาษาไทยได้นิดหน่อย เก่งใช่ไหมล่ะ (ภาษาไทย) รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้มาร่วมงานวันนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเปิดโอกาสให้ทุกคนดูละครและฟังเพลงญี่ปุ่นมากขึ้นนะครับ" หลังจากทักทายกันจนหอมปากหอมคอแล้ว สาว ยูโกะ ที่รับบทนำในละครเรื่องดัง "Yamegoku: Helpline Cop" ก็ออกปากพูดถึงละครเรื่องนี้ว่า "เป็นละครที่ฉันได้แสดงกับผู้ชายที่ตัวโตกว่าทุกคนเลยค่ะ แล้วในฉากสุดท้ายมีต่อสู้กับผู้ชายตัวโต 70 กว่าคน ถือเป็นครั้งแรกที่ได้ลุยเต็มที่ขนาดนี้ค่ะ" ส่วนหนุ่ม ไดกิ ก็พูดถึงบทบาทของเจ้าตัวในละครเรื่อง "The Memorandum of Kyoko Okitegami" ว่า "บทบาทของผมจะเป็นผู้ช่วยนักสืบ ซึ่งความสนุกอยู่ที่ว่าได้แต่งตัวเป็นหลายบทบาท ได้แต่งตัวเยอะครับ ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งละครที่ท้าทายและสนุกมากครับ"

นักแสดงสาวคนเก่งแง้มความต่างระหว่างการร้องเพลงร่วมกับวง เอเคบี โฟตี้เอต และการพลิกบทบาทมาเป็นนักแสดงในปัจจุบันว่า "ตอนที่อยู่ เอเคบี โฟตี้เอต ฉันใช้ชีวิตที่ต้องใส่กระโปรงเหนือหัวเข่า 15 เซ็นติเมตรมาตลอด ไม่เคยได้ใส่กระโปรงยาว เพราะฉะนั้นการได้มาเป็นนักแสดงทำให้ดีใจมากที่ได้ใส่กระโปรงยาวๆ แล้วก็แต่งตัวเป็นผู้ใหญ่ ตอนอยู่ เอเคบี โฟตี้เอต ต้องแต่งตัวน่ารัก ถึงแม้อายุอานามจะไม่ใช่นักเรียนก็ต้องแต่งตัวเป็นนักเรียน ออกมาแล้วก็เหมือนได้โตเป็นผู้ใหญ่สักทีค่ะ แล้วพอได้แสดงละคร ยิ่งอย่างละครเรื่อง Yamegoku : Helpline Cop ได้แต่งชุดตำรวจ ได้แต่งชุดอย่างอื่นบ้าง คือสนุกสนานกับการได้เป็นตัวละครค่ะ" ด้านนักร้องหนุ่มก็เผยเสน่ห์ของละครญี่ปุ่นให้ฟังกันว่า "ไม่รู้ว่าทุกคนสังเกตหรือเปล่าว่าละครญี่ปุ่นจะถูกสร้างให้จบภายในประมาณ 10 11 12 ตอน มันสั้นครับ ทำให้ดูเสร็จแล้วอยากดูต่อ แล้วก็ทำให้ละครไม่ยืดเยื้อเกินไป จบภายในระยะนั้น ทำให้คนรู้สึกอยากติดตามต่อ ถือได้ว่าเป็นการทำละครที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของญี่ปุ่นจริงๆ ครับ"

นอกจากนี้ 2 พิธีกรยังหยอดคำถามอีกว่าหากมีผู้จัดละครชาวไทยทาบทามให้มาร่วมแสดงละครด้วย ทั้ง 2 จะว่าอย่างไร ซึ่งสาว ยูโกะ ก็รีบตอบทันทีว่า "แน่นอนค่ะ แต่ภาษาไทยยากนิดหนึ่งนะคะ ขอรับบทเป็นคนญี่ปุ่นที่พูดภาษาไทยไม่ชัดก็แล้วกันค่ะ" ก่อนที่เจ้าตัวจะพูดไทยเอาใจแฟนคลับว่า "ฉันรักคุณ" ต่อด้วย ไดกิ ที่ก็รีบตกปากรับคำว่าจะร่วมแสดงละครไทยเช่นเดียวกัน โดยสวมบทบาทสมมติพร้อมกับหัดพูดภาษาไทยว่า "ทำไมทำแบบนี้ล่ะเด็กโง่" หลังจากนั้นก็เป็นคราวของผู้ประกาศข่าว "เอนามิ ไดจิโร่" (Enami Daijiro) ออกมาแนะนำรายการที่ถ่ายทอดเสน่ห์ของญี่ปุ่น โดยเจ้าตัวยังได้เล่าหน้าที่ทูตพิเศษการท่องเที่ยวญี่ปุ่นประจำประเทศไทยให้ฟังว่า "หน้าที่ของผมคือแนะนำให้ชาวไทยรู้จักประเทศญี่ปุ่นมากยิ่งขึ้น แต่ยิ่งทำงานไปเรื่อยๆ ผมรู้สึกว่าชาวไทยรู้จักประเทศญี่ปุ่นมากกว่าผมอีก เพราะฉะนั้นก็จะพยายามทำหน้าที่นี้อย่างเต็มที่ครับ"

จบจากช่วงสนทนาแล้ว ก็มาถึงการแสดงเพลงเพราะๆ ให้คอเพลงญี่ปุ่นได้ขยับเขยื้อนร่างกายกันบ้าง โดยเริ่มต้นที่นักร้องสาวเจ้าของบทเพลงประกอบอนิเมะที่เพิ่งแจ้งเกิดได้ไม่นานอย่าง "มิจิ" (Michi) ที่ออกมาร้องเพลงดัง "Cry for the Truth" และ "Checkmate" ต่อด้วยนักร้องสาวหน้าใสจากแดนอาทิตย์อุทัย 2 สาว "นายุ โอนิชิ" (Nayu Onishi) และ "มาริกะ คิตาซาวะ" (Marika Kitazawa) แห่งวง "อะคามารุ แดช" (Akamaru Dash) ที่ออกมาร้องและเต้นสุดเหวี่ยงในเพลง "Akamaru Kyojosho Dash!!!!" และ "Another You" หลังจากนั้นก็ถึงช่วงเวลาที่ทุกคนต่างส่งเสียงกรี๊ดกันสนั่นเมื่อมีการสุ่มเลือกผู้โชคดีจำนวน 6 คนขึ้นมาบนเวทีเพื่อรับมอบตุ๊กตาน่ารักๆ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำสถานีโทรทัศน์แต่ละช่องของญี่ปุ่น แถมยังมีโอกาสได้ถ่ายรูปร่วมกับดาราชาวญี่ปุ่นที่มาในงานอย่างใกล้ชิด พร้อมรับลายเซ็นสดๆ กลับไปเป็นที่ระลึกอีกด้วย

หลังจากงาน J Series Festival 2016 สิ้นสุดลง 2 ดารามากความสามารถอย่าง ยูโกะ และ ไดกิ ก็ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนอย่างเป็นกันเอง โดยเริ่มต้นจากสาว ยูโกะ

ครั้งแรกกับครั้งที่ 2 ที่มาประเทศไทย มีความรู้สึกแตกต่างกันอย่างไร

ยูโกะ "ครั้งแรกฉันมาที่ภูเก็ตค่ะ เพราะฉะนั้นก็จะเห็นในเรื่องของทะเล ธรรมชาติ ความงดงามต่างๆ ก็จะเป็นคนละบรรยากาศเลยค่ะ ส่วนครั้งที่ 2 ครั้งนี้ก็คือมาที่กรุงเทพฯ ก็เป็นบรรยากาศเมือง ตึกสูงต่างๆ มากมายไปหมดเลยนะคะ ก็จะเป็นอีกบรรยากาศหนึ่งเลย เรียกได้ว่าต่างกันโดยสิ้นเชิงเลยค่ะ รู้สึกว่ากรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ใหญ่โตมากๆ เลยค่ะ"

อยากจะบอกอะไรกับแฟนๆ ชาวไทยที่ให้การต้อนรับอย่างล้นหลามบ้าง

ยูโกะ "ฉันเองก็คลุกคลีกับทั้งวงการเพลง แล้วก็ในเรื่องของละครนะคะ ในเรื่องของเพลง ภาษาญี่ปุ่นก็เป็นภาษาที่มีความไพเราะสวยงามนะคะ ก็อยากจะให้ทุกคนหรือว่าแฟนๆ ชาวไทยได้รับรู้ภาษาญี่ปุ่นผ่านเพลง ในส่วนของละครก็เช่นกัน ก็อยากจะฝากให้แฟนชาวไทยได้ชมละครของญี่ปุ่น ก็จะมีพูดในเรื่องของวัฒนธรรมญี่ปุ่นมากมายเลย ก็ขอฝากตรงนี้ด้วย อยากจะให้คนไทยได้รู้จักทั้งเพลงรวมถึงละครญี่ปุ่นมากขึ้นค่ะ"

หลังจากที่จบจากวง เอเคบี โฟตี้เอต มา 2 ปี เป็นอย่างไรบ้าง

ยูโกะ "2 ปีที่ผ่านมา ก่อนที่จะจบจาก เอเคบี โฟตี้เอต ก็คิดแล้วคิดอีกว่าจะทำยังไงหลังจากจบไปแล้ว จะอยู่ยังไง จะอยู่ได้หรือเปล่า จะต้องทำยังไงดี ก็คิดไปคิดมาอยู่ซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ผ่านมา 2 ปีนี่รู้สึกว่าเร็วมากๆ เลยค่ะ ช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมาก็ได้ทำอะไรหลายๆ อย่างเลย ไม่ว่าจะเป็นละครเรื่องที่ทุกคนรู้จักกันดี ก็คือเรื่อง Yamegoku: Helpline Cop แล้วก็ครั้งนี้เอง รู้สึกดีใจมากๆ ที่ได้มางาน J Series Festival 2016 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ครั้งนี้ก็ดีใจมากๆ เลยค่ะ แล้วก็ขอฝากเนื้อฝากตัวกับแฟนๆ ชาวไทยด้วยค่ะ"

จะมีโอกาสได้ฟัง ยูโกะ ร้องเพลงหรือเปล่า

ยูโกะ "จริงๆ แล้วฉันไม่ได้เป็นคนเก่งเรื่องเพลงเลยนะคะ ที่ผ่านมาก็รู้สึกได้ทำอะไรหลายๆ อย่าง แต่ทีนี้ถ้าจะมาร้องเพลงเป็นซิงเกิล ร้องเพลงเดี่ยว ตอนนี้ก็ยังไม่ได้คิดว่าจะร้องหรือเปล่า แต่ว่าอนาคตอยากจะมาร่วมงานอีเวนต์ในประเทศไทย เพราะก่อนหน้านี้ไม่คิดเลยว่าจะมีแฟนๆ ชาวไทยที่รู้จักฉันเยอะขนาดนี้ เลยอยากจะมาในเรื่องของอีเวนต์มากกว่าค่ะ"

ช่วยกล่าวทิ้งท้ายถึงคนไทยหน่อย

ยูโกะ "ขอบคุณมากๆ เลยที่ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นนะคะ ฉันเองชอบทานอาหารไทยมาก ครั้งนี้ที่ได้มาเรียกว่าได้ทานอาหารไทยแทบจะทุกมื้อเลย แล้วก็อยากให้ทุกคนรับรู้เรื่องของญี่ปุ่นมากขึ้น ถ้ามีโอกาสฉันก็จะมาที่ประเทศไทยอีก แล้วก็ขอขอบคุณสื่อมวลชนรวมถึงทีมงานที่สนับสนุนด้วยดีตลอดมา ขอบคุณค่ะ"

ต่อมาก็เป็นคราวของหนุ่ม ไดกิ แห่งวง เฮย์! เซย์! จัมพ์ ที่ออกมาให้สัมภาษณ์

การมาเยือนประเทศไทยครั้งนี้ แตกต่างจากที่ผ่านมาอย่างไรบ้าง

ไดกิ "ที่ผ่านมา 4 ครั้ง เล่าไม่หมดเลยว่ามันแตกต่างยังไงบ้าง เพราะว่าทุกครั้งก็ได้เจอเรื่องราวใหม่ๆ ได้เรียนรู้เรื่องราวใหม่ๆ เสมอเลย ทั้งในเรื่องของวัฒนธรรม ในเรื่องของบ้านเมืองต่างๆ ตึกรามสมัยโบราณ หรือว่าจะเป็นเมืองต่างๆ ก็ตามนะครับ แต่ว่ากิจกรรมที่อยากมาร่วมอีกอย่างหนึ่งคือเล่นน้ำสงกรานต์ อยากจะมาร่วมมากๆ เลย ถ้ามีโอกาสก็อยากจะมาเล่นน้ำสงกรานต์ อยากจะมาเมืองไทยอีกบ่อยๆ เลยครับ"

มีโอกาสที่ เฮย์! เซย์! จัมพ์ จะมาแสดงคอนเสิร์ตที่ประเทศไทยหรือเปล่า

ไดกิ "อยากมากๆ เลยครับ ที่ผ่านมาก็คือมาในลักษณะของการมาร่วมร้องเพลงในงานอีเวนต์ แต่ว่าถ้าเป็นคอนเสิร์ตนี่ก็รู้ว่าแฟนๆ ชาวไทยรออยู่ ก็อยากจะมาแน่นอนถ้ามีโอกาสครับ"

คิดว่าวงการละครญี่ปุ่นเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง

ไดกิ "ที่ผ่านมาผมก็ดูละครมาตั้งแต่ตอนเด็กๆ ก็รู้สึกว่าถ้าเทียบกับตอนนี้ก็ไม่ได้มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจนขนาดนั้นนะครับ ก็เรียกว่ามีความเป็นญี่ปุ่นเสมอมา แล้วผมคิดว่าจากนี้ไป คนญี่ปุ่นรวมถึงตัวผมเองก็จะพยายามนำสิ่งที่ดีๆ แล้วก็สร้างละครมาให้ได้ชมกัน ก็ขอฝากแฟนๆ ชาวไทยด้วยครับ"

ชอบทำอะไรมากที่สุด ระหว่าง พิธีกร นักร้อง และนักแสดง

ไดกิ "พูดยากเหมือนกันนะครับ ในเรื่องทั้งพิธีกร ในเรื่องของการร้องเพลง หรือการเป็นนักแสดง แต่ละอย่างก็มีความแตกต่างกันนะครับ สิ่งที่ผ่านมาผมก็ได้เรียนรู้จากพี่ๆ ทั้งหลาย ให้ความรู้ผมมาเยอะเลย ตรงนี้เองก็ทำให้ผมก้าวมาถึงทุกวันนี้ได้ครับ"

อยากจะฝากอะไรเกี่ยวกับงานนี้บ้าง

ไดกิ "ที่ผ่านมาอยากจะเพิ่มขึ้นในเรื่องของรายการต่างๆ อย่างเช่นในเรื่องของรายการเรียลลิตี หรือรายการที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมหรืออะไรต่างๆ ที่มีคอนเทนต์หรือเนื้อหาที่แปลกเพิ่มเติมเข้าไปอีกตรงนี้นะครับ เพราะว่าดูแล้วการตอบรับจากแฟนๆ คนไทยมีความสนใจในเนื้อหาของประเทศญี่ปุ่นเป็นอย่างมากเลยครับ"

ช่วยกล่าวทิ้งท้ายถึงคนไทยหน่อย

ไดกิ "ต้องขอขอบคุณทุกคนนะครับที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นเสมอมา แล้วก็ที่ผ่านมาก็อย่างที่พูดไปหลายครั้งแล้ว ก็คือรู้สึกว่าเมืองไทยอยู่สบาย แล้วก็มีความรู้สึกว่าอบอุ่น ยังไงก็อยากมาที่เมืองไทยอีก ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ แล้วแน่นอนถ้าหากมีโอกาส ผมจะสร้างผลงานดีๆ สิ่งที่สนุกสนานต่างๆ มาให้ทุกคนได้รับชมรับฟังกันในอนาคตนะครับ"

หลังจบการสัมภาษณ์แล้ว ดาราทั้งหมดก็ยกทัพกันลงไปพบปะกับสื่อมวลชนอีกครั้งที่งาน "Thank You Party" อย่างพร้อมเพรียงกัน ณ ห้องรับรอง Bangkok Airways Blue Ribbon Screens เพื่อชนแก้วแชมเปญเฉลิมฉลองที่การประชาสัมพันธ์ละครญี่ปุ่นในครั้งนี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

สงวนลิขสิทธิ์ © ห้ามคัดลอก ตัดต่อ
ดัดแปลงหรือเผยแพร่ในสื่อใดๆ ก่อนได้รับอนุญาต
กดเพื่อดูรูปใหญ่ ปัดซ้าย-ขวาเพื่อดูรูปถัดไป
  • รูปภาพ 1
  • รูปภาพ 2
  • รูปภาพ 3
  • รูปภาพ 4
  • รูปภาพ 5
  • รูปภาพ 6
  • รูปภาพ 7
  • รูปภาพ 8
  • รูปภาพ 9
  • รูปภาพ 10
  • รูปภาพ 11
  • รูปภาพ 12
  • รูปภาพ 13
  • รูปภาพ 14
  • รูปภาพ 15
  • รูปภาพ 16
  • รูปภาพ 17
  • รูปภาพ 18
  • รูปภาพ 19
  • รูปภาพ 20
  • รูปภาพ 21
  • รูปภาพ 22
  • รูปภาพ 23
  • รูปภาพ 24
  • รูปภาพ 25
  • รูปภาพ 26
  • รูปภาพ 27
  • รูปภาพ 28
  • รูปภาพ 29
  • รูปภาพ 30
  • รูปภาพ 31
  • รูปภาพ 32
  • รูปภาพ 33
  • รูปภาพ 34
  • รูปภาพ 35
  • รูปภาพ 36
  • รูปภาพ 37
  • รูปภาพ 38
  • รูปภาพ 39
  • รูปภาพ 40
  • รูปภาพ 41
  • รูปภาพ 42
  • รูปภาพ 43
  • รูปภาพ 44
  • รูปภาพ 45
  • รูปภาพ 46
  • รูปภาพ 47
  • รูปภาพ 48
  • รูปภาพ 49
  • รูปภาพ 50
  • รูปภาพ 51
  • รูปภาพ 52
  • รูปภาพ 53
  • รูปภาพ 54
  • รูปภาพ 55
  • รูปภาพ 56
  • รูปภาพ 57
  • รูปภาพ 58
  • รูปภาพ 59
  • รูปภาพ 60

ความคิดเห็น

วันนี้ในอดีต

เกร็ดภาพยนตร์

  • The Housemaid - ได้เข้าชิงรางวัลปาล์มทองคำ สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 63 ประจำปี 2010 อ่านต่อ»
  • Cats & Dogs: The Revenge of Kitty Galore - แอนดรูว์ ลาซาร์ ที่อำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ คือคนเดียวกับที่ริเริ่มสร้าง Cats & Dogs (2001) แอนดรูว์ เปรียบเทียบว่าภาค 2 นี้แตกต่างจากภาคแรกตรงที่จะมีจำนวนสัตว์ในแต่ละฉากมากขึ้น และเห็นภูมิทัศน์ของฉากกว้างใหญ่ขึ้น ครูฝึกจึงต้องออกแบบการแสดงให้สัตว์เคลื่อนไหวมากขึ้นและซับซ้อนขึ้น นอกจากนี้ยังมีการใช้เทคโนโลยี 3 มิติด้วย อ่านต่อ»
เกร็ดจากภาพยนตร์สามารถดูได้ในหน้าข้อมูลภาพยนตร์แต่ละเรื่อง

เปิดกรุภาพยนตร์

เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อกลุ่มเด็กเกรียน ม.6/5 ได้เรียนจบ ม.6 รวมถึงรุ่นน้องอย่าง เน็ท (สิรภพ มานิธิคุณ) กับ ไบรอัน (ไบรอั...อ่านต่อ»