1. สยามโซน
  2. ภาพยนตร์
  3. ข่าววงการภาพยนตร์

นั่งคุยสบายๆ กับ พ่อตั้ม แม่โอ๋ และครอบครัวอลวนอลเวง

นั่งคุยสบายๆ กับ พ่อตั้ม แม่โอ๋ และครอบครัวอลวนอลเวง

"วัยอลวน" ภาพยนตร์วัยรุ่นเรื่องแรกที่สร้างในปี 2519 ผลงานสร้างชื่อของผู้กำกับภาพยนตร์ชั้นครูอย่าง "เปี๊ยก โปสเตอร์" แจ้งเกิดพระ-นางอย่าง "เอ๋ - ไพโรจน์ สังวริบุตร" และ "จิ๋ม - ลลนา สุลาวัลย์" กับบท ตั้ม และ โอ๋ ที่โคจรมาเจอกันครั้งแรก จนสร้างปรากฏการณ์คู่รักคู่ใหม่แห่งวงการ แรงจัดจนเกิดวัยอลวนภาค 2 (รักอุตลุด) และภาค 3 (ชื่นชุลมุน) ตามมา ก่อนจะทิ้งไปนานกว่า 30 ปี

ปี 2548 แฟนๆ วัยอลวน ได้เฮกันอีกครั้ง เมื่อ จีเอ็มเอ็ม ไท ฮับ จับมือกับ ไฟว์สตาร์ ลั่นข่าวดี สร้าง "วัยอลวน 4 ตั้ม-โอ๋ รีเทิร์น" ที่รวมคู่พระและนางอย่าง เอ๋ กับ จิ๋ม และนักแสดงรุ่นเก๋าเก่าวิชาอย่าง "อ้อย - จิระวดี อิศรรางกูร ณ อยุธยา" ในบท ป้าอ้อ พร้อมเพิ่มนักแสดงหน้าใหม่อีก 3 คน ได้แก่ สาวหน้าสวย "เมล์ - คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์" ในบท ใบตอง, หนุ่มหน้าใส "แชมป์ - วศิษฏ์ ผ่องโสภา" ในบท หนามเตย และตี๋หน้าหล่อ "อ้วน - รังสิต ศิรนานนท์" ในบท วิชาญ กำกับโดย "อ้ำ - ฤทัยวรรณ วงศ์สิรสวัสดิ์"

น่าสนใจขนาดนี้ อย่ามัวเสียเวลา ไปนั่งคุยสบายๆ กับครอบครัวอลเวงที่นำทัพโดย พ่อตั้ม แม่โอ๋ พร้อมเรือพ่วงตัวแสบ ใบตอง และ หนามเตย นอกจากนี้ ยังมี ป้าอ้อ สมาชิกกิตติมศักดิ์ของครอบครัว รวมทั้ง วิชาญ แฟนตัวดีของ ใบตอง กันดีกว่า

ความรู้สึกแรกที่รู้ว่าจะมีการสร้างวัยอลวนอีกครั้ง

อ้อย "ตื่นเต้น และรู้สึกดีที่เขาเอามาสร้างอีก เพราะว่าเป็นหนังน่ารัก เป็นหนังครอบครัว ดูแล้วจะทำให้คนรักกันมากขึ้น เข้าใจกันมากขึ้น ในยุคนั้นถือว่าเป็นหนังที่มาแรงมาก คนดูประทับใจมากทีเดียว เรียกว่าพี่ดังเพราะเรื่องวัยอลวนนี้เลย คนดูรู้จักกันมากขึ้น หนุ่มๆ มาจีบเพียบ (ยิ้ม)"

เอ๋ "ดีใจมาก เหมือนกับเป็นรางวัลชีวิตอันหนึ่ง จริงๆ ถ้าถามว่าประทับใจและรักหนังเรื่องไหนมากที่สุดก็จะตอบว่าวัยอลวน เพราะว่าเป็นเรื่องแรกที่พี่เล่น แต่ไม่ใช่สาระสำคัญที่พี่ชอบ พี่ชอบเรื่องนี้เพราะเป็นอารมณ์ที่เรารับหลังจากได้เข้าไปนั่งดูหนังพร้อมกับคนดู เราเห็นถึงความสนุก และความสุขที่ทุกคนได้รับแล้วเนี่ย เป็นสิ่งที่ถูกจดจำมาตลอด และก็เป็นที่ประทับใจของคนดูมาก ข้อพิสูจน์ก็คือมันสามารถเดินทางมาถึงวันนี้ได้ มาถึงภาคที่ 4 ได้ ก็เพราะว่าวัยอลวนยังเป็นหนังที่อยู่ในความทรงจำของคน ซึ่งเป็นสิ่งที่พี่ประทับใจ และรักมันมากที่สุด

29 ปี วัยอลวนมันยังไม่ถูกลืมไปจากโลก และเรื่องราวของมันยังถูกนำมาสานต่อ เป็นความรู้สึกที่บรรยายยาก วัยอลวนภาค 4 เหมือนต่อชีวิตให้วัยอลวนยืนยาวมากขึ้น จริงๆ วัยอลวนยังไม่เคยหายไปจากชีวิตพี่เลย จนวันนี้ก็ยังมีคนเข้ามาทัก มาขอลายเซ็นอยู่เลย"

แปลว่าตอนที่เขาติดต่อมาพี่เอ๋ก็รับเลย

เอ๋ "พี่อยากจะรับเลย แต่ว่ามีข้อแม้กันอยู่ว่าคนที่เขาสร้างบอกว่าถ้า ไพโรจน์ - ลลนา ไม่เล่นก็ไม่สร้าง ปัญหาอยู่ที่ว่าลลนาไม่ยอมเล่น จนสุดท้ายพี่ต้องไปคุยกับจิ๋มและดึงเขากลับมา ก็บอกว่าถ้าจิ๋มไม่เล่น เขาก็ไม่สร้าง พี่ก็อดเล่นนะ พี่อยากให้สร้าง เพราะเป็นหนังที่เรารัก และสร้างชื่อเสียงให้กับเรา พูดง่ายๆ ว่ามีแต่ได้ไม่มีเสีย"

งั้นพี่จิ๋มกลับมารับงานแสดงอีก เพราะพี่เอ๋เลยใช่ไหม

จิ๋ม "ก็พี่เอ๋ ไพโรจน์ นี่แหละ ที่เขาชวนให้พี่มาเล่นเรื่องนี้ พี่เอ๋กับพี่จะติดต่อกันตลอด ก่อนหน้านั้นพี่ก็ไปทำธุรกิจอยู่หาดใหญ่ ทีมงานเขาโทรมาพี่ก็ปฏิเสธ แต่พี่เอ๋เขาบอกว่าบทของโอ๋นี่ต้องพี่เท่านั้น ยังไงก็ต้องเล่น แถมบังคับ พี่ไม่อยากรับเพราะอายุมากแล้ว ทิ้งมานาน แล้วก็ไม่มั่นใจในรูปร่าง แต่ผู้กำกับเขาบอกอย่างนี้แหละดี ดูเป็นแม่ที่อบอุ่น"

แล้ว เมล์ แชมป์ และ อ้วน ล่ะมาเล่นเรื่องนี้ได้ยังไง

เมล์ "ก็มีผู้ใหญ่ค่ะ ที่เห็นว่าหนูน่าจะเหมาะคาแร็กเตอร์ ใบตอง น่ะค่ะ หนูว่าหนังเรื่องนี้น่าสนใจดีค่ะ แต่พวกเราไม่เคยดูกันมาก่อนเลย หนูเพิ่งได้ดูไม่กี่วันนี้เอง เป็นวีซีดีพี่เขาเอามาให้ดูค่ะ แล้วก็มาซ้อมกับพี่อ้ำบ่อยๆ ค่ะ ก็จะเจอกับแชมป์บ่อยช่วงแรกๆ"

แชมป์ "ก็เข้ามาแคสติ้งน่ะครับ 3 รอบเลย"

อ้วน "ก็มาแคสต์ดูน่ะครับ พี่เขาก็บอกว่าเออได้ เพราะหน้าผมดูงงๆ ดี คือดูซื่อๆ น่ะครับ เพราะ วิชาญ ในเรื่องเขาจะซื่อๆ ตอนแรกที่ได้ผมดีใจมาก แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะได้เล่นจริงเหรอ พี่เขาบอกต้องเสนอผู้ใหญ่ก่อน ผมก็ไม่ได้คาดหวังมาก แต่พอได้เล่นก็ต้องเล่นให้ได้"

สิ่งที่เปลี่ยนไปในวัยอลวนภาคนี้

เอ๋ "สิ่งที่เปลี่ยนไปคือยุคสมัยแน่นอน และก็ชีวิตของความเป็นตั้ม ซึ่งเติบโตขึ้นจากรุ่นลูกที่ไปจีบลูกสาวเขา ก็มาสู่รุ่นพ่อที่ต้องปกป้องลูกสาวตนเอง พี่คิดว่าผู้สร้างเขายังเก็บทุกสิ่งทุกอย่างของวัยอลวนไว้อย่างครบถ้วน เพราะผู้สร้างทุกคนคือคนที่รักวัยอลวน ทุกคนคือคนที่มีวัยอลวนอยู่ในหัวใจ

เมื่อครั้งที่ เปี๊ยก โปสเตอร์ สร้างวัยอลวนภาค 1 ขึ้นมา ตอนนั้นยังเป็นเรื่องราวของความจริงของหนุ่มสาวคู่หนึ่ง แต่วัยอลวนภาค 4 มีภาพของหนัง 3 เรื่องให้เขาเห็นและเก็บรายละเอียดได้มากขึ้น สิ่งที่ทุกคนจดจำวัยอลวนได้ เพราะว่าหนุ่มสาวที่มีความรักในวัยอลวนไม่ได้ใช้ความรุนแรง แต่ใช้วิธีการที่จะทำให้เกิดการยอมรับให้ได้ จุดเด่นคือความเป็นชีวิตจริง ไม่มากไม่น้อยเกินไป"

บทในวัยอลวนภาคนี้เป็นยังไงกันบ้าง

เอ๋ "พื้นฐานของตั้มนี้จะเป็นคนที่รักความยุติธรรม เพราะเขาเรียนนิติศาสตร์ ไม่ชอบให้ใครมาเอาเปรียบ และก็ไม่คิดจะเอาเปรียบใครเหมือนกัน แต่เมื่อเขาได้มาเจอปัญหาที่เขาไม่ได้ก่อ แล้วมาหาว่าเขาทำ เขาจึงไม่ยอม ตรงนี้ก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวการต่อสู้ แต่พอมาภาคนี้เราก็เปลี่ยนมาเป็นพ่อแม่ที่ต้องไปรับรู้ปัญหาของลูก ที่เป็นประเด็นร้อน คือลูกสาวมีรูมเมทเป็นผู้ชาย แน่นอนปัญหาเกิดขึ้นมาแล้ว ตรงนี้แหละที่เหมือนกัน ซึ่งก็ต้องแก้ไขปัญหา แต่ที่สุดแล้วสิ่งที่สังคมไทยมีเหนียวแน่นก็คือความรักกันระหว่างพ่อแม่ลูก"

จิ๋ม "จริงๆ พี่รู้สึกหนักใจนะตอนรับหนังเรื่องนี้ ไม่รู้ว่าจะเล่นได้ไหม เพราะพี่ไม่เคยเป็นแม่คน การแสดงความรักออกไปก็เล่นยาก ต้องทำการบ้านเยอะ ตัวโอ๋ก็ยังขี้หึง 30 ปียังไง ภาคนี้ก็ยังอย่างนั้นต้องโวยวาย ต้องคอยดูแลลูก สังเกตลูกทุกอย่าง แต่มีอะไรผิดปกติก็ไม่กล้าบอกแฟน เพราะจะโวยวายทันทีเลย ตั้มจะเป็นคนอย่างนั้น อย่างฉากหึงแล้วต้องเตะประตู แหกปาก นี่เหนื่อยมาก ยากที่สุดเลย"

อ้อย "พี่ก็เป็นผู้หญิงเชื่อมั่นเหมือนเดิม เพราะเดิมอ้อซึ่งเป็นพี่สาวโอ๋ จะชอบพอกันกับตั้ม แต่ต่อมาไม่ถูกกัน ก็เลยเป็นคู่กัดกันมาตลอด แต่ภาคนี้เปลี่ยนคาแรกเตอร์ อ้อจะเป็นคนที่เข้าใจชีวิตมากขึ้น เป็นที่พึ่งของหลานๆ ได้ คือเข้าใจว่าสมัยนี้เป็นยังไง เชื่อมระหว่างความรู้สึกหลานกับความรู้สึกของพ่อแม่ที่หัวโบราณ ซึ่งตรงกับสมัยนี้ที่ครอบครัวควรจะมีใครสักคน ที่เข้าใจชีวิตและเชื่อมโยงความรู้สึกของคนในครอบครัวให้เข้าใจกันได้ ในเรื่องพี่อ้ำก็เลยให้ตัวละครตัวนี้ไปใช้ชีวิตอยู่เมืองนอก ก็เลยเข้าใจชีวิตมากขึ้น กลับมาก็เลยกลายมาเป็นทอม ซึ่งเป็นตัวของตัวเองมาก"

แชมป์ "คาแร็กเตอร์ในเรื่องก็จะคล้ายกันกับพี่สาว เราจะปิดบังความลับพ่อแม่เหมือนกัน แต่ หนามเตย จะติดแม่มากกว่า แล้วก็จะชอบเจร็อกแล้วก็ชอบกันคิ้วด้วยครับ ซึ่งก็ได้พี่ๆ สไตลิสต์พี่ๆ ช่างแต่งหน้าเขาจะสอนครับ แล้วก็มีขอคำปรึกษาพี่เมล์บ้าง"

เมล์ "ส่วนคาแร็กเตอร์ของ ใบตอง ในเรื่องจะเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างมั่นใจในตนเอง เป็นคนชอบทำกิจกรรม จะไม่หวานมาก จะห้าวๆ หน่อย ไม่ค่อยต่างจากเมล์เท่าไร แล้วพ่อก็จะขึ้นมาเซอร์ไพรซ์ ใบตอง ที่เชียงใหม่ ซึ่งเราก็แอบมีแฟน แต่ไม่ได้บอกพ่อแม่ก่อน ก็เลยเกิดเรื่องวุ่นๆ อลวนขึ้น"

อ้วน "คาแร็กเตอร์ วิชาญ จะประมาณว่าตี๋ปานกลาง ชอบศิลปะทุกแนว ไม่ค่อยเอาใจใส่ตัวเอง ไม่ค่อยเป็นระเบียบกับตัวเอง ใช้ผ้าเช็ดตัวเสร็จก็จะโยนไม่เป็นที่ แต่จะชอบจัดนู้นจัดนี่ของคนอื่นให้เป็นระเบียบ แล้วก็เป็นคนซื่อๆ ซึ่งเป็นทั้งจุดเด่นและจุดด้อยของ วิชาญ บางอย่างไม่ต้องซื่อตลอดก็ได้"

มาเจอนักแสดงด้วยกันเป็นยังไง

เอ๋ "ก็เป็นความน่ายินดีอยู่แล้ว ตั้งแต่เริ่มต้นที่เราจะไปดึงเขากลับมา ด้วยอาชีพจริงๆ พี่ไม่ได้เกี่ยงใครจะเล่นก็ได้ แต่เหมือนการได้เจอเพื่อนเก่าน่ะ เหมือนวันที่เรากลับไปงานศิษย์เก่าที่โรงเรียนยังไง ความรู้สึกก็คงเป็นอย่างนั้น โดยเฉพาะเป็นน้องที่พี่รักอย่างจิ๋มเนี่ย ส่วนอ้อยนี่ก็ติดต่อกันตลอด เพราะยังอยู่ในวงการเหมือนกัน"

จิ๋ม "เหมือนได้กลับมาบ้านเก่า ซึ่งเคยเป็นครอบครัวกันแล้วครั้งหนึ่ง ยิ่งเจอกันก็ยิ่งสนุก ส่วนน้อง 2 คนก็คุยกันปกติ แต่เขาหน้าไม่เหมือนเรากับพี่เอ๋นะ แต่ว่าเขา 2 คนหน้าตาคล้ายกัน ก่อนหน้าจะถ่ายก็มีการทำเวิร์กช็อป มีไปเที่ยวกัน ไปกินข้าว ไปดูหนังกัน เพื่อสร้างความรู้สึกให้เป็นคนในครอบครัวเดียวกัน แต่จริงๆ น้องเขาเข้ากับผู้ใหญ่ง่าย เราก็เข้ากับเด็กง่าย เลยไม่มีปัญหาอะไร"

อ้อย "ดีใจนะ ไม่เจอกันมานานแล้วตั้งแต่วัยอลวนเก่า พอมาเจอกันอีกก็เหมือนการรวมครอบครัวถ่ายเสร็จก็ไปกินข้าว ไปทำอะไรด้วยกัน หนังปิดแล้วก็ยังคิดถึงกัน ติดต่อกันตลอด"

เมล์ "ช่วงแรกจะเกร็งมากกว่า ไม่ค่อยเขินหรอก ที่เล่นครั้งแรกเลยคือเข้าฉากกับอาๆ 3 คนแล้วต้องพูดกับเราหมดเลย ก็เกร็งๆ อย่างในเรื่องอาเอ๋เขาก็จะดุมาก (ยิ้ม) ตอนที่เวิร์กช็อปก็เกร็งๆ แต่อาเขาจะชวนคุย ก็เหมือนแบ่งกัน อาเอ๋กับหนู ส่วนแชมป์กับอาจิ๋ม แต่อาเขาจะแนะนำเทคนิคอะไรต่างๆ ตลอดเลย การแสดงแอ็กติ้งบางทีเราก็ยังไม่ได้ เขาก็จะสอนว่าทำอย่างนี้นะน้องเมล์ ทำแบบนี้ดีกว่า อะไรอย่างเนี้ยค่ะ"

แชมป์ "อาๆ เขาจะเป็นกันเองครับ จะมีสอนจะมีต่อบทด้วย แล้วอาเขาก็ส่งอารมณ์ดีมากเลย อย่างฉากที่อาเอ๋เข้าไปเจอพี่วิชาญ เขาก็โกรธเราก็เล่นได้เลย แล้วอาจิ๋มก็มีสอนท่าทางแบบผู้หญิงบ้าง"

อ้วน "ส่วนผมไม่ค่อยได้เข้าฉากกับครอบครัวเท่าไร เพราะว่าผมเป็นส่วนเกินของครอบครัวน่ะครับ ส่วนตอนเวิร์กช็อปผมก็ไปคลุกคลีกับฝ่ายอาร์ตก่อนที่เชียงใหม่น่ะครับ"

ฉากที่ประทับใจสุดๆ ในเรื่อง

เมล์ "ชอบฉากบัมพ์มากที่สุดเลย เหมือนที่เคลียร์ทุกอย่างในตอนจบของเรื่อง แล้วก็มาโชว์บัมพ์กัน สีสันมากมาย ซีนนี้เป็นซีนใหญ่ที่เราทำอย่างอลังการมาก ใช้ถึง 2 กล้องเลยค่ะ"

แชมป์ "แชมป์ชอบฉากบัมพ์เหมือนกัน แต่ว่าก็ยาก ไม่เคยเต้น ก็เลยต้องไปเรียน แปลกๆ ดีครับ"

อ้วน "ชอบฉากบัมพ์เหมือนกันครับ เพราะว่ารวมนักแสดงทั้งหมด สนุกดี ส่วนการเต้นก็ไม่ยากครับ เพราะว่ามีคนคอยเต้นให้ดู"

การทำงานกับผู้กำกับคนนี้

จิ๋ม "ดีมากเลยค่ะ เพราะคุณอ้ำนี่พูดอะไรเข้าใจง่าย เพราะรุ่นเดียวกัน เราก็เลยกล้าพูด กับเขาดีไม่ดียังไงให้เขาบอกเราได้ ไม่บังคับ ให้เราเล่นตามธรรมชาติ คุณอ้ำน่ารักมากค่ะ เข้าใจนักแสดง มีการเตรียมงานได้ดีมาก วัยอลวนถึงไม่ช้าไง"

เอ๋ "ดีมาก ทีมงานมีการเตรียมงานที่ดี ทุกอย่างเดินไปได้อย่างที่เป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาวางงานไว้พอเหมาะ ประเด็นไม่ใช่เรื่องประหยัดแต่คือการเอางานที่ดีที่สุด อย่างเราถ่ายที่เชียงใหม่ส่วนมาก ทีมงานเขาก็โยกทุกอย่างไปเตรียมพร้อมที่เชียงใหม่หมดเลย ถือว่ามีการวางแผนที่ดี"

อ้อย "พี่ชอบการทำงานกับพี่อ้ำมาก พี่อ้ำดูคนเป็น เขาจะดึงความเป็นธรรมชาติของนักแสดงออกมาใช้ให้มากที่สุด พี่ว่าดีนะ เป็นคาแร็กเตอร์ของแต่ละคนไปเลย"

เมล์ "พี่อ้ำใจดีมาก ให้อิสระทางความคิดกับเรา"

แชมป์ "ใช่ครับ พี่อ้ำจะฟังความเห็นเรา"

อ้วน "พี่อ้ำใจดีครับ เขาให้อิสระเรา อย่างบทผมพูดแล้วไม่ถนัด มันขัดๆ ปาก พี่อ้ำก็ให้เราคิดว่าถ้าเป็นเราจะพูดยังไง อย่างคำว่า แหม! ผมว่ามันแปลกๆ ผมก็ลองไปถาม พี่ชบา (มนต์ชัย ทองศรีสืบสกุล) หัวหน้าฝ่ายอาร์ตน่ะครับ พี่เขาก็บอกว่า เอาเหอะ! ผมก็เลยใช้คำว่า เอาเหอะ! แทน"

คนที่ไม่เคยดูวัยอลวนเลยจะเข้าถึงอารมณ์ภาคนี้ไหม

เอ๋ "พี่กล้าพูดได้ว่าวัยอลวนไม่ใช่หนังที่ดูซับซ้อน เป็นหนังที่ทุกคนเข้าใจได้ ประเด็นตรงนั้นจึงไม่น่าเป็นห่วง ถึงไม่รู้เรื่องเดิมของมันก็ไม่เป็นไร ใครเข้าไปดูวัยอลวนก็จะซึบซับกับมันได้"

คาดหวังกับวัยอลวนภาค 4 นี้หรือเปล่า

อ้อย "ไม่คาดหวังนะ แต่อยากให้คนมาดูเยอะๆ และพี่คิดว่าคนรุ่นเก่าที่เคยดูวัยอลวนเก่าต้องมาดูภาคนี้ เพราะตั้มกับโอ๋ก็คือคนในหัวใจเขาเลย ส่วนรุ่นใหม่ก็มาดูความน่ารัก ความอบอุ่นของครอบครัว พี่คิดว่าน่าจะประสบความสำเร็จมากทีเดียว เพราะว่าเป็นหนังที่น่ารัก"

จิ๋ม "ก็ไม่รู้นะว่าประชาชนจะต้อนรับขนาดไหน แต่ใจพี่ก็อยากให้เขาประสบความสำเร็จมากที่สุด เพราะว่าหนังเรื่องนี้ดูแล้วจะมีความสุข ซึ้ง อบอุ่น มีความรักของหนุ่มสาวด้วย คือ ผิดชอบชั่วดีอยู่ในนี้หมด"

เอ๋ "ในความคาดหวังเราก็ประมาณตัวเอง แต่ลึกๆ เราก็คาดว่าน่าจะประสบความสำเร็จ เพราะว่าแฟนวัยอลวนในยุคนั้นเยอะมาก และพี่ก็มั่นใจว่าเป็นหนังที่อยู่ในใจคนดูตลอด ถ้าเราได้กลุ่มเก่า บวกกลุ่มใหม่ที่ดูหนังกันประจำๆ ซึ่งถ้าเด็กรุ่นใหม่อยากรู้ว่าวัยอลวนเป็นยังไง ก็ให้กลับไปถามพ่อแม่ว่าดียังไง พี่พูดก็คงไม่มีน้ำหนักพอ และลองถามตัวเองว่าไม่ได้ดูหนังกับพ่อแม่นานแค่ไหนแล้ว ก็ลองไปดู ถ้าเป็นยังงั้นพี่ว่าก็น่าจะประสบความสำเร็จ"

คนดูจะได้อะไรจากวัยอลวนภาคนี้บ้าง

จิ๋ม "พี่ว่าถ้าเด็กรุ่นใหม่ดูเรื่องนี้แล้วจะรักพ่อแม่มากขึ้น แล้วก็จะรู้ว่าพ่อแม่นี่รักลูกมากขนาดไหน จะได้เรื่องครอบครัวมาก แล้วก็เรื่องความรักของหนุ่มสาวด้วยให้เป็นไปในทางที่ถูกต้อง"

อ้อย "ได้รู้ว่าคนเราเกิดมา อะไรที่เขาทำแล้วมีความสุขก็ต้องปล่อยเขา ถ้าเรารักใครซักคน อย่างเรามีลูกมีญาติพี่น้องเขาจะเป็นอะไรก็ตามขอให้เป็นคนดีเท่านั้น แต่ความสุข ความรู้สึกที่เขามีแท้จริงแล้วจะเป็นยังไงก็ต้องปล่อยเขาไป"

ฝากวัยอลวน 4 ตั้ม-โอ๋ รีเทิร์นหน่อย

จิ๋ม "ก็อยากฝากวัยอลวน 4 ทั้งแฟนเก่าและอาจจะมีแฟนใหม่ของวัยอลวนเพิ่มขึ้น ก็อยากให้ไปดูกัน เพราะว่าเป็นหนังที่ให้คติเยอะ ให้ความอบอุ่น ก็ฝากด้วยนะคะ"

อ้อย "ก็อยากคนในสังคมตอนนี้ มาดูหนังเรื่องนี้แล้วเข้าใจชีวิตแบบนี้บ้าง เปิดกว้างอย่าปิดประตูแคบเหมือนสมัยก่อน"

เอ๋ "ก็อยากจะบอกไปถึงทุกคนในครอบครัวนะครับว่าวัยอลวนเป็นหนังสำหรับครอบครัวที่ดูได้ทั้งพ่อแม่ลูก แล้วก็จะดีที่สุดถ้าไปดูพร้อมกันเพราะว่าจะเพิ่มความรู้สึกอันดีต่อกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกๆ ที่รู้ว่าพ่อแม่เป็นแฟนวัยอลวนมาแต่เดิมเนี่ย บางทีพ่อแม่คู่นั้นอาจจะไม่ได้ดูหนังมานานแล้ว เพราะว่าไม่มีหนังที่เหมาะกับเขา แล้วก็น่าจะมีความสุขมาที่ได้ไประลึกถึงความหลังกับหนังที่ชื่นชอบโดยนักแสดงที่เขาคุ้นเคยอยู่ ซึ่งตรงนี้ผมว่าจะมีค่ามากทางความรู้สึก"

เมล์ "เมล์ว่าเรื่องนี้สนุก ได้ข้อคิดเยอะ พ่อแม่จะได้อะไรเยอะ ได้วีธีเลี้ยงลูก 2005 (หัวเราะ) ครอบครัวจะเข้าใจอะไรมากขึ้น หนูว่าสถาบันครอบครัวสำคัญที่สุด"

แชมป์ "เป็นเรื่องที่ดูกันได้ทั้งครอบครัว พ่อแม่จะรู้ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร ถ้าลูกเป็นอย่างนั้นครับ"

อ้วน "ไม่จำเป็นต้องดูวัยอลวน 3 ภาคเดิมมาก่อนก็สามารถดูเรื่องนี้ได้ สามารถดูได้ทุกเพศทุกวัย เป็นหนังสนุก เศร้า ซึ้ง ให้ข้อคิดอะไรมากมายครับ ฝากติดตามด้วย ไปดูกันว่าจะอลวนแค่ไหน"

เตรียมพบกับ ตั้ม-โอ๋ และสมาชิกใหม่ ใน วัยอลวน 4 ตั้ม-โอ๋ รีเทิร์น ที่จะมาสร้างความอลวน อลเวง พร้อมกันทุกโรงภาพยนตร์ 28 กรกฏาคมนี้ ทิ้งท้ายอีกนิดว่าเรื่องนี้ผู้กำกับคนเก่ง อ้ำ กล้ารับประกันหมัดเด็ดว่า "ถ้าไม่ซึ้งหรือครึ่งโรงไม่ร้องไห้ พี่ให้เตะเลย!"

สงวนลิขสิทธิ์ © ห้ามคัดลอก ตัดต่อ
ดัดแปลงหรือเผยแพร่ในสื่อใดๆ ก่อนได้รับอนุญาต
กดเพื่อดูรูปใหญ่ ปัดซ้าย-ขวาเพื่อดูรูปถัดไป
  • รูปภาพ 1
  • รูปภาพ 2
  • รูปภาพ 3
  • รูปภาพ 4
  • รูปภาพ 5
  • รูปภาพ 6
  • รูปภาพ 7
  • รูปภาพ 8
  • รูปภาพ 9
  • รูปภาพ 10
  • รูปภาพ 11
  • รูปภาพ 12
  • รูปภาพ 13
  • รูปภาพ 14
  • รูปภาพ 15
  • รูปภาพ 16
  • รูปภาพ 17
  • รูปภาพ 18
  • รูปภาพ 19
  • รูปภาพ 20
  • รูปภาพ 21
  • รูปภาพ 22
  • รูปภาพ 23
  • รูปภาพ 24
  • รูปภาพ 25
  • รูปภาพ 26
  • รูปภาพ 27
  • รูปภาพ 28
  • รูปภาพ 29
  • รูปภาพ 30

ความคิดเห็น

วันนี้ในอดีต

  • Green Lantern
    เข้าฉายปี 2011
    แสดง Ryan Reynolds, Blake Lively, Peter Sarsgaard
  • Assault on Precinct 13
    เข้าฉายปี 2005
    แสดง Ethan Hawke, Laurence Fishburne, Gabriel Byrne

เกร็ดภาพยนตร์

  • Melancholia - ผู้กำกับ ลาร์ส วอน ทรีเยร์ ยอมรับว่าโรคซึมเศร้าของตัวเอง สร้างแรงดลใจในการทำเรื่องนี้ รวมไปถึงการตั้งชื่อเรื่องด้วย โดยคำว่า Melancholia คือชื่ออาการของโรคซึมเศร้า อ่านต่อ»
  • 30+ โสดออนเซล - เรื่องนี้เป็นผลงานประเดิมด้านการแสดงของ เทวี - อาภาภัทร มีแสง และนักวางแผนการเงิน ต้น - เดิมพัน อยู่วิทยา อ่านต่อ»
เกร็ดจากภาพยนตร์สามารถดูได้ในหน้าข้อมูลภาพยนตร์แต่ละเรื่อง

เปิดกรุภาพยนตร์

ดาราม (รานเวียร์ ซิงห์) เด็กหนุ่มหัวกะทิจากเดลีเดินทางมาทำงานที่ปารีสหวังจะได้เริ่มต้นผจญภัย ตอนที่เขากำลังจะเริ่มการเด...อ่านต่อ»