1. สยามโซน
  2. ภาพยนตร์
  3. ข่าววงการภาพยนตร์

ตามหาความรักตามล่าความแค้นกับภาพยนตร์ บางกอกกังฟู

ตามหาความรักตามล่าความแค้นกับภาพยนตร์ บางกอกกังฟู

จากความชอบส่วนตัวในการชมภาพยนตร์จีนแนวบู๊กำลังภายใน ทำให้ "ต้อม - ยุทธเลิศ สิปปภาค" เกิดแรงบันดาลใจที่อยากจะลองพลิกมากำกับภาพยนตร์แนวนี้ดูบ้าง ในที่สุด "บางกอกกังฟู" ภาพยนตร์บู๊กำลังภายในตามแบบฉบับของไทย ตามที่เจ้าตัวเคยได้ฝันเอาไว้ก็พร้อมที่จะเข้าฉายให้ได้ชมกัน โดยเปิดตัวรอบสื่อมวลชนไปเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ที่ผ่านมา ณ ลานฮอลลีวูดฮอลล์ ชั้น 1 เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน

สำหรับบรรยากาศงานเปิดตัวภาพยนตร์ ทั่วทั้งบริเวณที่จัดงานเรียกได้ว่ากลายเป็นสถานที่รวมตัวของแฟนคลับไปโดยทันที เพราะว่ามีเหล่าแฟนคลับของแต่ละคนต่างก็มาให้กำลังใจกันศิลปินที่ตนเองต่างปลื้มกันอย่างคับคั่ง เริ่มเปิดงานด้วยเพลงประกอบภาพยนตร์จากเสียงร้องของหนุ่ม "แจ็ค - จารุพงศ์ กล้วยไม้งาม" ในเพลง "Give Me Fight" ตามมาด้วยเพลงช้าๆ "ว้าวุ่น" ที่ "แก้ว - จริญญา ศิริมงคลสกุล" นักแสดงนำหญิงคนเดียวของเรื่องมาถ่ายทอดด้วยตัวเอง จากนั้นต่อด้วยการพูดคุยกับผู้กำกับ แก้ว รวมถึงนักแสดงนำชายอย่าง "เป้ - อารักษ์ อมรศุภศิริ" "โอ้ - มาริโอ้ เมาเร่อ" "แบงค์ - อธิกิตติ์ พริ้งพร้อม" และ "โทโมะ - วิศว ไทยานนท์"

ต้อม บอกถึงเรื่องราวในภาพยนตร์ให้ฟังว่า "เป็นหนังของขอทานเด็กกลุ่มนึง ซึ่งพยายามหนีออกจากพวกแก๊งค้ามนุษย์ แล้วสุดท้ายเขาไปเจอกับผู้มีวิทยายุทธ์ หลังจากนั้นก็เลยเกิดเรื่องราวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการตามหาความรัก การตามล่าความแค้น" พร้อมทั้งอธิบายเพิ่มเติมถึงบทบาทของนักแสดงนำที่มีลักษณะพิเศษว่า "ตอนถูกพวกแก๊งค้ามนุษย์จับไป พวกนี้พยายามหนี เขาก็เลยถูกลงโทษ บางคนถูกตัดลิ้น บางคนถูกแทงตา บางคนถูกตบบ้องหูจนหนวก บางคนถูกทุบ แล้วเขาก็ค้นพบว่าความพิการทำเงินให้พวกแก๊งค้ามนุษย์"

ส่วนแนวภาพยนตร์ก็มาจากความชอบส่วนตัว และต้องการสะท้อนปัญหาสังคมในเรื่องการลักพาตัวเด็ก "มาจากความชอบมากกว่า เหมือนเราโตมากับหนังจีนกำลังภายใน แต่มีช่วงนึงหนังจีนกำลังภายในหมดความนิยมไป เราเริ่มไปสนุกกับการดูหนังสเปเชียลเอฟเฟกต์ต่างๆ จากฮอลลีวูด แล้วสิ่งที่เรียกว่าหนังกำลังภายใน ถูกเอากลับมาอีกทีในรูปแบบของหนังฮอลลีวูด ไม่เหลือความเป็นจีน

ที่พี่ทำเพราะรู้สึกว่าชอบหนังกำลังภายใน แล้วก็ทำหนังมาหมดทุกแนวแล้ว ยังมีอะไรที่เราอยากทำ เรารู้สึกสนุก เอ๊ะ มันเป็นไปได้ไหมที่หนังไทยจะมีหนังแบบนี้ เป็นหนังไทยกำลังภายในสักเรื่องนึง ก็เลยผูกเรื่องอะไรต่างๆ นานาตามความรู้สึก แล้วก็มาบวกกับความรู้สึกตอนเด็กๆ คือว่าเวลาจะออกจากบ้าน แม่เขาจะบอกว่าระวังนะคนจะจับไปขาย แล้วมาจนปัจจุบันเด็กที่ถูกจับไปขายถูกจับไปทรมานยังมีอยู่ แล้วที่สำคัญคือไม่มีใครช่วยอะไรได้ แค่ครึ่งหนึ่งที่เด็กหายไปแล้วถูกตามได้ ที่เหลือเราไม่รู้ว่าอนาคตเขาจะเป็นยังไง อันนั้นเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง"

โทโมะ พูดถึงการร่วมงานกับ ต้อม ครั้งแรกว่า "ตัวโทโมะก็รู้สึกดีมากๆ ที่ได้ร่วมงานกับพี่ต้อมนะครับ ตอนแรกคิดว่าพี่ต้อมจะเป็นคนดุ เป็นคนเงียบๆ นิ่งๆ แต่พอเจอตัวจริงพี่เขาเป็นคนตลกแล้วก็เป็นคนที่น่ารักมากครับ อยากร่วมงานอีกทีครับ" ต่อด้วย แก้ว บอกว่า "ดีใจค่ะ ดีใจที่ได้ร่วมงานกับพี่ต้อม พี่ต้อมน่ารักมากค่ะ พอทำงานด้วยแล้วสบายใจค่ะ เพราะว่าพี่ต้อมพอทำงานจริงๆ เขาจะเป็นคนจริงจัง แต่ว่าพอหลังจากทำงานเสร็จพี่เขาก็จะสบายๆ เฮฮา"

ส่วน แบงค์ เผยว่า "ของผมขอพูดประเด็นขอบคุณแล้วกันครับ ขอบคุณที่ให้ผมได้มาเล่นเรื่องนี้ เพราะว่าบทของเรื่องนี้ผมค่อนข้างจะได้เล่นครบทุกแนว เรื่องเดียวได้รับบทเรียนจากผู้กำกับคนนี้ครบทุกอย่างเลย ไม่ว่าจะเป็นแอ็กชัน คอมเมดี ต้องเล่นเป็นคนพิการด้วย ดราม่า (หัวเราะ) เล่นทุกอย่างในเรื่องเดียว ก็ต้องขอบคุณพี่ต้อมครับ"

ด้าน 2 หนุ่มที่เคยร่วมงานกับ ต้อม มาก่อนหน้านี้แล้ว ก็เล่าถึงการกลับมาร่วมกันอีกครั้ง โดย โอ้ บอกว่า "แฮปปี้มากเลยครับ สนิทกับพี่ต้อมแล้วก็ทีมงานของพี่ต้อมอยู่แล้วครับ ดีใจครับที่ได้ทำงานกับพี่ต้อมอีกครั้งนึงครับ แต่ก็หนักใจเพราะว่าบทมันยากครับ" ส่วน เป้ กล่าวว่า "ร่วมงานกับพี่ต้อมเป็นเรื่องที่ 2 แล้วครับ ดีใจที่ได้ทำงานด้วยกันอีกครั้ง พี่ต้อมก็ยังคมเหมือนเดิมครับ ทำงานไม่หนักแต่งานออกมาดีครับ"

เป้ เล่าถึงบทบาทที่ได้รับในเรื่องให้ฟังว่า "สำหรับผม บทเป็นใบ้พี่ต้อมเขาคงเลือกมาจากคาแรกเตอร์นะครับ เพราะปกติจะมีปัญหาด้านการพูดอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องพูดเลย อ๊ะๆ ไปตลอดเลย สบายครับ" ส่วน โอ้ ขอชี้แจงบทที่ได้รับว่า "ผมไม่ได้เป็นคนปัญญาอ่อนนะครับ แต่ว่าในเรื่องพี่ต้อมเขาอยากให้เป็นออทิสติก คือผมก็หนักใจ เพราะว่าเรื่องของออทิสติกไม่ใช่ว่าเราต้องไปเลียนแบบท่าของคนอื่นเขามา เราไม่ได้คิด ท่าจะมาเป็นธรรมชาติเอง ผมก็หนักใจเพราะว่าดูแล้วก็ยากต้องเล่นแบบนี้ แล้วพี่ต้อมก็เลยให้หนังมาเรื่องนึง พี่ต้อมบอกว่าให้ไปหาคาแรกเตอร์มาให้ได้ครับ"

ด้าน ต้อม ชมการแสดงที่ทุ่มเทสมจริงของ โอ้ ว่า "เขาเล่นได้เนียน ไม่ได้เล่นเยอะ เขาเรียกว่าเล่นแบบสมบูรณ์มาก จนเป็นความสมบูรณ์ที่เรานึกไม่ถึง เราให้อยู่ประมาณนี้ พอหันไปอีกทีนั่งน้ำลายไหลอยู่ โอ้โหเอาขนาดนี้เลยเหรอ นี่ถ้าพี่ไม่หันไปเจอ พี่ไม่รู้นะเนี่ย เกือบตัดออกแล้ว" โอ้ ช่วยเสริมต่อว่า "แล้วอยู่ไกลมากด้วย แล้วน้ำลายมันไหลพอดี กล้องไม่ได้ซูม"

แบงค์ เผยถึงความหนักใจในบทของตัวเองว่า "บทนี้ผมหนักใจตรงขั้นตอนที่พี่ต้อมบรีฟครับ พี่ต้อมจะบอกว่าอยากให้เล่นเป็นคนตาบอดที่ดูเป็นคนที่ตาไม่บอด ยากแล้ว คือตาบอดก็ยากแล้ว ให้เป็นคนที่ดูเหมือนไม่ตาบอดด้วย จะเป็นคนตาบอดที่มีปมอยู่ในใจว่าฉันไม่อยากตาบอด ฉันอยากเป็นคนปกติ จะเป็นตัวละครที่พยายามจะทำอะไรเป็นคนปกติตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการเป็นคนตาบอดแล้วไปซื้อรถมาขับ เดี๋ยวไปดูกันครับ"

ฟาก แก้ว บอกว่า "ไม่มีอะไรมากค่ะ เพราะว่าก็เป็นคนปกติ ในเรื่องนี้ก็ไม่แอ็กชัน ไม่มีแอ็กชันเลยด้วย จะเป็นในเรื่องของความรักแล้วดราม่าส่วนมากมากกว่า จะเป็นแบบร้องไห้ ต้องไปดูค่ะ" ด้าน โทโมะ พูดถึงความยากในบทบาทของตัวเองว่า "ก็หนักใจอยู่นะครับ เพราะว่าเรื่องแรกเลยเราต้องเล่นเป็นคนหูหนวกแล้วเราต้องบู๊ด้วยครับ เป็นอะไรที่หนักใจมาก แต่ก็โชคดีที่มีพื้นฐานเกี่ยวกับเทควันโดมาก่อน ด้านแอ็กชันก็พอไปได้อยู่ แต่อาจจะยากเรื่องซีนดราม่ามากกว่าครับ เรื่องแอ็กติ้งยังยากอยู่ ต้องฝึกต่อไปครับ"

เป้ กล่าวทิ้งท้ายว่า "ขอบคุณพี่ต้อมมากๆ นะครับ ขอบคุณอาร์เอส ที่ให้โอกาสพวกผมทุกคนได้ร่วมงานภาพยนตร์เรื่องนี้กันนะครับ ฝากทุกคนด้วยนะครับ ผมคิดว่าน่าจะสนุกครับ แล้วก็ชมภาพยนตร์ให้สนุกครับ บางกอกกังฟู ครับ" ส่วน แก้ว ก็ฝากถึงภาพยนตร์ว่า "ก็ฝากหนังเรื่องนี้ด้วยแล้วกันค่ะ เข้าแล้ว 1 กันยายน ขอฝากไว้ด้วย หนังเรื่องนี้ก็เป็นหนังเรื่องแรกของแก้วด้วย คิดว่าทุกคนคงจะไม่เคยเห็นแต่ละคนในคาแรกเตอร์แบบนี้มาก่อน พี่เป้จะมาแบบเป็นใบ้ ไม่มีใครปกติ แล้วก็ 5 คนก็เล่นเต็มที่มากๆ เลยค่ะ ก็อยากให้คนมาช่วยกันอุดหนุนหนังไทยเรื่องนี้ค่ะ"

เรื่องราวของความรัก การตามล่าล้างแค้น และการใช้วิทยายุทธ์ของกลุ่มคนพิเศษทั้ง 5 คน จะลงเอยยังไงต้องติดตามใน บางกอกกังฟู ภาพยนตร์รักผสมบู๊กำลังภายในตามแบบฉบับของ ต้อม วันที่ 1 กันยายน นี้ในโรงภาพยนตร์

สงวนลิขสิทธิ์ © ห้ามคัดลอก ตัดต่อ
ดัดแปลงหรือเผยแพร่ในสื่อใดๆ ก่อนได้รับอนุญาต
กดเพื่อดูรูปใหญ่ ปัดซ้าย-ขวาเพื่อดูรูปถัดไป
  • รูปภาพ 1
  • รูปภาพ 2
  • รูปภาพ 3
  • รูปภาพ 4
  • รูปภาพ 5
  • รูปภาพ 6
  • รูปภาพ 7
  • รูปภาพ 8
  • รูปภาพ 9
  • รูปภาพ 10
  • รูปภาพ 11
  • รูปภาพ 12
  • รูปภาพ 13
  • รูปภาพ 14
  • รูปภาพ 15
  • รูปภาพ 16
  • รูปภาพ 17
  • รูปภาพ 18
  • รูปภาพ 19
  • รูปภาพ 20
  • รูปภาพ 21
  • รูปภาพ 22
  • รูปภาพ 23
  • รูปภาพ 24
  • รูปภาพ 25
  • รูปภาพ 26
  • รูปภาพ 27
  • รูปภาพ 28
  • รูปภาพ 29
  • รูปภาพ 30
  • รูปภาพ 31
  • รูปภาพ 32
  • รูปภาพ 33
  • รูปภาพ 34
  • รูปภาพ 35
  • รูปภาพ 36
  • รูปภาพ 37
  • รูปภาพ 38
  • รูปภาพ 39
  • รูปภาพ 40
  • รูปภาพ 41
  • รูปภาพ 42
  • รูปภาพ 43
  • รูปภาพ 44
  • รูปภาพ 45
  • รูปภาพ 46
  • รูปภาพ 47
  • รูปภาพ 48
  • รูปภาพ 49
  • รูปภาพ 50
  • รูปภาพ 51
  • รูปภาพ 52
  • รูปภาพ 53
  • รูปภาพ 54
  • รูปภาพ 55
  • รูปภาพ 56
  • รูปภาพ 57
  • รูปภาพ 58
  • รูปภาพ 59
  • รูปภาพ 60
  • รูปภาพ 61
  • รูปภาพ 62
  • รูปภาพ 63
  • รูปภาพ 64
  • รูปภาพ 65
  • รูปภาพ 66
  • รูปภาพ 67
  • รูปภาพ 68
  • รูปภาพ 69
  • รูปภาพ 70
  • รูปภาพ 71
  • รูปภาพ 72
  • รูปภาพ 73
  • รูปภาพ 74
  • รูปภาพ 75

ภาพยนตร์ที่เกี่ยวข้อง

วันนี้ในอดีต

  • บุปผาราตรี เฟส 2
    เข้าฉายปี 2005
    แสดง เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์, กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์, พิชญ์นาฏ สาขากร
  • Sucker Punch
    เข้าฉายปี 2011
    แสดง Emily Browning, Abbie Cornish, Vanessa Hudgens
  • The Mechanic
    เข้าฉายปี 2011
    แสดง Jason Statham, Ben Foster, Tony Goldwyn

เกร็ดภาพยนตร์

  • The Clock - In the year of 1940, the song Gloomy Sunday was known as the suicide song as many suicides recorded were related to it. Listening to this song has led to a French lady committing suicide as well after the death of her boyfriend, a clock engineer at that time. Her soul was not at peace and it returned with the purpose of fulfilling the desires of other victims of depression. Cheata, a girl living with her father and stepmother after her biological mother, Chanda, left the family, is suffering from depression. Every day she suffers mental and physical abuses from her stepmother. Together with her longing for her true mother, this had led Cheata to slip deeper and deeper into depression. Holding on to her mother's photo and listening to her mother's lullaby every night does little to heal her heartache and depression. It is through this weakness that Cheata succumbed and falls under the control of the spirit of the French Lady who possesses the Clock. After learning about the events that. อ่านต่อ»
  • หุ่นพยนต์ - หุ่นพยนต์ ฉบับที่มี เรตติ้ง น.18+ ใช้ชื่อว่า ปลุกพยนต์ อ่านต่อ»
เกร็ดจากภาพยนตร์สามารถดูได้ในหน้าข้อมูลภาพยนตร์แต่ละเรื่อง

เปิดกรุภาพยนตร์

ตระกูล วงษ์คำเหลา สืบทอดเชื้อสายกันมาอย่างยาวนาน ต้นตระกูลล้วนเป็นคนสำคัญ มีอำนาจ บารมี เงินทอง และหน้าตาเป็นเอกลักษณ์ท...อ่านต่อ»