1. สยามโซน
  2. ภาพยนตร์
  3. ข่าววงการภาพยนตร์

สัมผัสรักที่เหมือนฝันใน แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว

สัมผัสรักที่เหมือนฝันใน แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว

ค่ายภาพยนตร์ชื่อใหม่แต่หน้าเดิมอย่าง จีดีเอช ห้าห้าเก้า เตรียมส่งภาพยนตร์เรื่องแรกของค่าย ซึ่งเป็นผลงานของผู้กำกับชื่อดัง "โต้ง - บรรจง ปิสัญธนะกูล" ที่เคยฝากผลงานไว้ในเรื่อง "พี่มาก..พระโขนง" และ "กวน มึน โฮ" ครั้งนี้เขามาพร้อมกับภาพยนตร์รัก "แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว" เป็นเรื่องราวความรักของหนุ่มแว่นหนาเตอะ ที่ไปแอบหลงรักเพื่อนร่วมงานคนสวย แต่แล้วจู่ๆ เขาทั้งสองก็กลายมาเป็นแฟนกันหนึ่งวัน นำแสดงโดยพระเอกมาดกวน "เต๋อ - ฉันทวิชช์ ธนะเสวี" และนางเอกสาวหน้าหวาน "มิว - นิษฐา จิรยั่งยืน" โดยมีการจัดงานแถลงข่าวภาพยนตร์เรื่องนี้ไปเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2559 ณ โรงภาพยนตร์ ควอเทียร์ ซีเนอาร์ต

โปรดิวเซอร์คนเก่ง "วรรณ - วรรณฤดี พงษ์สิทธิศักดิ์" แง้มว่าตอนที่ โต้ง เสนอว่าจะสร้างภาพยนตร์รักที่ถ่ายทำถึงต่างประเทศ ก็กลัวว่าจะไปเหมือนกับ กวน มึน โฮ "ตอนแรกยังแซวกันอยู่เลยนี่มันฮอกไกโฮหรืออะไร จริงๆ โต้งก็ทำหนังรักมาหลายเรื่องนะ เพราะฉะนั้นการจะทำหนังรักอีกสักเรื่องหนึ่ง จากการที่เราทำมาหลายๆ เรื่องแล้วมันยากมาก เราก็รู้สึกว่าถ้ามันเหมือน กวน มึน โฮ เราก็ไม่อยากทำ แต่ในขณะเดียวกันเราจะทำอะไรที่มันแตกต่างแต่รู้สึกดีได้ขนาดนั้นอีกหรือเปล่า แต่ทีนี้พอปรากฏว่าพอเราได้อ่าน แฟนเดย์ แล้วเราก็รู้สึกว่าสิ่งที่เซอร์ไพรส์มากคือมันทั้งเหมือนและทั้งแตกต่าง แต่ในขณะเดียวกันก็มีสิ่งที่ กวน มึน โฮ ไม่มี แล้วเราก็ยังรู้สึกว่าในฐานะที่เราเป็นคนทำเอง เรายังรู้สึก เราอยากดู เราอยากเห็น เราต้องทำหนังเรื่องนี้ออกมา"

สำหรับบทบาทตัวละคร เต๋อ เองก็ทุ่มเทมากในบท เด่นชัย แม้จะต้องเพิ่มน้ำหนักถึง 10 กิโลกรัม ดัดผมหยิก ใส่แว่น รวมถึงใส่ฟันที่ทำขึ้นมาเป็นพิเศษ พลิกบทบาทหนักขนาดนี้ถอดใจไหม เต๋อ ตอบว่า "จริงๆ ไม่ถอดใจนะ เพราะว่ามันรู้อยู่แล้วตั้งแต่ตอนเขียนบทอยู่แล้วครับว่าตัวละครคาแรกเตอร์นี้จะต้องเป็นประมาณไหน ดังนั้นมันก็เป็นสิ่งที่ต้องมาพร้อมกับการเล่นเรื่องนี้อยู่แล้ว สิ่งที่เราคิดกันไว้ เพียงแต่ว่าหลังๆ มันเริ่มสนุกขึ้นเรื่อยๆ มันน่าจะมีอะไรมากกว่านี้" พร้อมทั้งรับว่าเครียดเหมือนกันกับการที่ต้องเพิ่มน้ำหนักถึง 10 กิโลกรัม "ตอนแรกก็เครียดเหมือนกันนะครับ คือเครียดตรงที่ว่าแบบ หุ่นจะเป็นยังไง คือผมก็ไม่เคยอ้วนขึ้นไปมากๆ คือผมก็ได้รู้สเต็ปว่าจริงๆ มันจะเริ่มจากพุง แล้วก็ค่อยๆ ลามมาหน้า"

มิว เผยถึงบทบาทที่ได้รับว่า "จะชื่อนุ้ย เป็นสาวออฟฟิศธรรมดาค่ะ ก็จะเป็นสาวออฟฟิศที่หนุ่มๆ ชอบกัน คือแบบสวย พี่โต้งอยากให้คาแรกเตอร์มิวต่างจากละครที่มิวเคยเล่น ก็คือปกติก็จะเล่นค่อนข้างจะเป็นนางเอกละคร แต่เรื่องนี้ค่อนข้างจะเปลี่ยนให้เป็นคนจริงๆ มากขึ้น ต้องการให้มิวดูห้าวๆ ดิบๆ" ฟากผู้กำกับกล่าวถึงนางเอกสาวว่า "จริงๆ ตอนแรกเราก็รู้ว่ามิวเล่นละครมา ผมก็คาดหวังว่าเขาค่อนข้างเล่นเยอะก่อน เพราะว่าเล่นหนังต้องตบๆ ลงมา แต่พอมาเจอมิวจริงๆ มิวไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย มิวเป็นคนนิ่งมาก เขามีเสน่ห์ในแบบของเขา เพียงแต่ว่าตอนจะหาตัวละครนุ้ยกัน ผมอยากให้เขามีชีวิตชีวาขึ้นมา ซึ่งวิธีบรีฟของผมก็คือ ใช้วิธีแบบว่าลองเล่นเป็นกะเทยเลยสิ กลายเป็นว่าพอมาเล่นเป็นกะเทยมันดันพอดี หลังจากวันนั้นแล้วมิวเจอตัวละครของนุ้ยเลย รับรองว่าจะไม่เหมือนในละคร"

พระเอกหนุ่มพูดถึงตอนที่รู้ว่าจะได้มาแสดงภาพยนตร์กับ มิว ว่า "คือในละครมิวก็ดูเป็นคนเรียบร้อย คนนิ่งๆ พอรู้ว่าจะต้องเล่นกับมิว ผมก็ไปเสิร์ชในยูทูบครับ คุณมิว นิษฐา เขาเล่นอะไรบ้าง เริ่มดูผลงานมิว ก็เห็นว่ามิวเขาจะมีความเรียบร้อย เป็นผู้หญิง ก็คาดว่าเขาจะเป็นแบบนั้น" หลังจากได้ร่วมงานกันแล้วเป็นอย่างไรบ้าง เต๋อ เปรยว่า "แรกๆ ก็เป็นอย่างนั้น แต่พอนานๆ เข้าก็เริ่มมีอะไรแปลกๆ หลุดมาเรื่อยๆ เขาเป็นคนรั่วมาก เขาจะเหมือนโก๊ะๆ แต่สิ่งที่ดีมากๆ อย่างหนึ่งคือเขาเป็นคนไม่กลัวอะไรเลย ถ้าเขารู้สึกว่าทำได้เขาก็ทำ" นางเอกสาวเปิดใจถึงการได้ร่วมงานกับ เต๋อ ว่า "ภาพที่เราเห็นก็จะมองว่าพี่เต๋อเป็นคนตลก แต่ตอนมิวเจอครั้งแรก แปลกมากเลย เขานิ่งมาก เราก็งงว่าทำไมไม่เล่นมุกเล่นอะไรกับเราเลย แต่พอไปญี่ปุ่นด้วยกันก็เหมือนกับว่าเจอกันทุกวัน ก็คงแบบว่าเริ่มสนิทมากขึ้น ชวนเราเล่นนู่นเล่นนี่"

ผู้กำกับมากประสบการณ์ถึงกับออกปากว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้เจ้าตัวมีความสุขในการถ่ายทำมาก "เรื่องนี้พอเขียนเสร็จแล้วผมชอบบทมาก มันเป็นหนังรักในแบบที่ผมไม่เคยทำ แต่ว่าตื่นเต้นว่ารู้สึกว่ามันยากอีกสเต็ปหนึ่ง โดยเฉพาะการเอาสองคนนี้มาพลิกคาแรกเตอร์ คือไม่ใช่โรแมนติกคอเมดีปกติ จะเป็นหนังรักที่มันซาบซึ้งด้วย แล้วก็โรแมนติกมากขึ้นมาก พอเสร็จแล้วคือตอนถ่ายทำผมรู้สึกเหมือนตอนถ่าย พี่มาก คือผมมีความสุขในการถ่ายมาก แต่ละซีนมันเหมือนที่เราคิด และบางซีนมากกว่าที่เราคิดเวลาเขาแสดงออกมา ตอนนี้ก็รออยากจะฉายเร็วๆ" ทิ้งท้ายด้วยการให้แต่ละคนฝากถึงภาพยนตร์กัน เริ่มจาก วรรณ บอกว่า "ฝากให้ดูหนังตัวอย่าง" ส่วน เต๋อ คือ "แฟนเดย์ ดูกันให้เต็มโรง" ด้าน มิว เอ่ยว่า "มิวรักนุ้ยมากค่ะ อยากให้ทุกคนมารักนุ้ยเหมือนมิวกันนะคะ" และ โต้ง พูดว่า "ไม่ดูมีงอน" พร้อมปิดท้ายงานกับเสียงร้องเพราะๆ จากศิลปินหนุ่ม "ชาติ - สุชาติ แซ่เห้ง" กับเพลงประกอบภาพยนตร์ "วันหนึ่ง"

ความรักที่เป็นเหมือนฝันจะเป็นอย่างไร หากเกิดขึ้นแค่วันเดียว ติดตามได้ใน แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2559 เป็นต้นไป ในโรงภาพยนตร์

สงวนลิขสิทธิ์ © ห้ามคัดลอก ตัดต่อ
ดัดแปลงหรือเผยแพร่ในสื่อใดๆ ก่อนได้รับอนุญาต
กดเพื่อดูรูปใหญ่ ปัดซ้าย-ขวาเพื่อดูรูปถัดไป
  • รูปภาพ 1
  • รูปภาพ 2
  • รูปภาพ 3
  • รูปภาพ 4
  • รูปภาพ 5
  • รูปภาพ 6
  • รูปภาพ 7
  • รูปภาพ 8
  • รูปภาพ 9
  • รูปภาพ 10
  • รูปภาพ 11
  • รูปภาพ 12
  • รูปภาพ 13
  • รูปภาพ 14
  • รูปภาพ 15
  • รูปภาพ 16
  • รูปภาพ 17
  • รูปภาพ 18
  • รูปภาพ 19
  • รูปภาพ 20
  • รูปภาพ 21
  • รูปภาพ 22
  • รูปภาพ 23
  • รูปภาพ 24
  • รูปภาพ 25
  • รูปภาพ 26
  • รูปภาพ 27
  • รูปภาพ 28
  • รูปภาพ 29
  • รูปภาพ 30
  • รูปภาพ 31
  • รูปภาพ 32
  • รูปภาพ 33
  • รูปภาพ 34
  • รูปภาพ 35
  • รูปภาพ 36
  • รูปภาพ 37
  • รูปภาพ 38
  • รูปภาพ 39
  • รูปภาพ 40

ความคิดเห็น

วันนี้ในอดีต

  • The Last Samurai
    เข้าฉายปี 2004
    แสดง Tom Cruise, Ken Watanabe, Koyuki
  • Pope Joan
    เข้าฉายปี 2010
    แสดง Johanna Wokalek, David Wenham, John Goodman
  • Cloudy with a Chance of Meatballs
    เข้าฉายปี 2010
    แสดง Bill Hader, Anna Faris, James Caan

เกร็ดภาพยนตร์

  • Beastly - ดัดแปลงจากหนังสือชื่อเรื่องเดียวกันของ อเล็กซ์ ฟินน์ ซึ่งดัดแปลงมาจากวรรณกรรม Beauty and the Beast หรือ โฉมงามกับเจ้าชายอสูร อีกทีหนึ่ง นอกจากเรื่องนี้แล้ว อเล็กซ์ เคยนำเทพนิยายเก่ามาดัดแปลงเป็นเรื่องราวร่วมสมัยเรื่องอื่นๆ ด้วย เช่น A Kiss in Time ว่าด้วยเจ้าหญิงนิทราที่ตื่นขึ้นมาในศตวรรษที่ 21 และ Cloaked ที่เกี่ยวกับช่างทำรองเท้าที่ได้พบกับเจ้าหญิง หงษ์วิเศษ ยักษ์ตาเดียว และผ้าคลุมเวทมนตร์ อ่านต่อ»
  • Mary and Max - แอนิเมชันแบบสต็อปโมชันที่ทำจากดินน้ำมันเช่นนี้ เป็นงานถนัดของผู้กำกับ อดัม เอลเลียต อยู่แล้ว เมื่อปี 2003 เขาเคยผลิตแอนิเมชันด้วยเทคนิคนี้เรื่อง Harvie Krumpet (2003) จนโด่งดังและคว้ารางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์แอนิเมชันขนาดสั้นยอดเยี่ยมมาครอง อ่านต่อ»
เกร็ดจากภาพยนตร์สามารถดูได้ในหน้าข้อมูลภาพยนตร์แต่ละเรื่อง

เปิดกรุภาพยนตร์

ดาราม (รานเวียร์ ซิงห์) เด็กหนุ่มหัวกะทิจากเดลีเดินทางมาทำงานที่ปารีสหวังจะได้เริ่มต้นผจญภัย ตอนที่เขากำลังจะเริ่มการเด...อ่านต่อ»