1. สยามโซน
  2. ภาพยนตร์
  3. ข่าววงการภาพยนตร์

สัมผัสความเป็นอีสานผ่านภาพยนตร์ ผู้บ่าวไทบ้าน 2

สัมผัสความเป็นอีสานผ่านภาพยนตร์ ผู้บ่าวไทบ้าน 2

"บอย - อุเทน ศรีริวิ" ผู้กำกับอนาคตไกล ที่เคยฝากผลงานไว้ในเรื่อง "ผู้บ่าวไทบ้าน อีสานอินดี้" ภาพยนตร์กลิ่นอายอีสานที่เคยสร้างปรากฏการณ์กวาดรายได้ถล่มทลาย ครั้งนี้เขากลับมาอีกครั้ง พร้อมต่อยอดเป็นภาพยนตร์เรื่อง "ผู้บ่าวไทบ้าน 2 ตอน แจกข้าวหาแม่ใหญ่แดง" มาถ่ายทอดความเป็นอีสานเช่นเดิม เพิ่มด้วยเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างหนุ่มใจรักเกาหลีกับสาวหมอลำ ที่จะมาสร้างความครึกครื้นท่ามกลางวิถีไทบ้าน นำแสดงโดย พระเอกลูกทุ่งรูปหล่อ "เต๋า - ภูศิลป์ วารินรักษ์" และสาวสวยจากวงดนตรีหมอลำประถมบันเทิงศิลป์ "แอน อรดี" ร่วมด้วยนักแสดงอีกมากมาย อาทิ "บุญศรี ยินดี" "เนยหวาน - ชุติมา วันดึก" และ "มาร์ติน วิลเลอร์" (Martin Wheeler) โดยมีการจัดงานเปิดตัวไปเมื่อ 12 กันยายน 2559 ณ โรงภาพยนตร์ เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน ผู้กำกับและเหล่านักแสดงต่างตบเท้าเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง อีกทั้งมีการแสดงพิเศษจากหนุ่มเต๋าและสาวแอนที่มาขับกล่อมเสียงร้องเพราะๆ ในบทเพลงประกอบภาพยนตร์ในเพลง "ฝากถึงเธอ" และ "นางฟ้าชาวดิน" อีกด้วย

เริ่มด้วยการพูดคุยกับผู้กำกับไฟแรง เกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่อง ผู้บ่าวไทบ้าน 2 ตอน แจกข้าวหาแม่ใหญ่แดง เจ้าตัวกล่าวว่า "ก็ต่อเนื่องจากภาคแรกนะครับ ภาคแรกก็เป็นหนังอินดี้ ก็สร้างปรากฏการณ์พอสมควรในภาคอีสานนะครับ ก็เลยมีภาคสองขึ้นมา ภาคสองมันมีชื่อตอนว่า แจกข้าวหาแม่ใหญ่แดง" สิ่งที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องการจะสื่อออกมา บอย เผยว่า "บอกตรงๆ ว่าเป็นหนังอีสานร้อยเปอร์เซ็นต์ ที่มีเรื่องของหมอลำมาเล่าในแบบวัยรุ่นรุ่นใหม่ ถ่ายทอดตัวละครตามชื่อเรื่องว่า ผู้บ่าวไทบ้าน E-San New Old Songs ก็คือเอาเพลงเก่า เอามาเล่าคนรุ่นใหม่" พร้อมกับบอกถึงความแตกต่างระหว่างภาคนี้กับภาคแรก "ถามว่าแตกต่างไหม ก็แตกต่างมากครับ ภาคนี้โปรดักชันอะไรก็ใหญ่ขึ้น เรื่องก็ใหญ่ขึ้น ตัวละครก็เยอะขึ้นครับ"

ถามโปรดิวเซอร์ฝีมือดี "เดฟ - ชฎิล ยืนยิ่ง" ว่าคิดอย่างไรถึงทำภาพยนตร์เรื่องนี้ เจ้าตัวแจงว่า "จริงๆ แล้วเรื่องแรกไม่รู้จัก เพราะตอนที่ทำผมอยู่อเมริกา หนังเรื่องนี้ยากไหม ยากครับ เพราะว่ามันยากตรงที่ภาคแรกมันแตก แล้วมันเป็นกระแส ครั้งแรกมันดังไง แล้วทำครั้งที่สองจะทำยังไงดี เป็นการบ้านที่ค่อนข้างยาก แต่ต้องขอบคุณทุกคนฮะ ทีมงานทุกๆ คนนะครับ ในหนังเรื่อง ผู้บ่าวไทบ้าน 2 ต้องบอกว่ามันเป็นหนังอีสานแหละ แต่ว่ามันเปรียบเหมือนกับหนังสือหนึ่งเล่ม ถ้าใครที่คนภาคอื่น เหนือ กลาง ใต้ ตะวันออก อยากเรียนรู้วัฒนธรรมอีสาน เข้าไปดูผู้บ่าวไทบ้านครับ รวมทุกอย่างไว้เหมือนหนังสือ เพราะฉะนั้นต้องบอกว่าภาพยนตร์ผู้บ่าวไทบ้าน มันคือการส่งต่อวัฒนธรรมของอีสานสู่คนทั่วประเทศครับ"

สำหรับนักแสดงนำในเรื่อง แอน นางเอกหน้าใหม่ เปรยถึงบทบาทที่ได้รับว่า "เป็นวรรณค่ะ ผู้สาวไทบ้าน" ส่วน เนยหวาน นักแสดงจากภาคแรก บอกถึงบทบาทในภาคนี้ว่า "ก็รับบทเป็นปราณีคนเดิมค่ะ" ฟากนักแสดงชาวต่างชาติ มาร์ติน พูดถึงภาพยนตร์อีสานเรื่องนี้ว่า "ผมเองมาอยู่อีสาน 25 ปีครับ ก็คือว่ามีความสุขครับอยู่กับคนอีสาน คนอีสานเป็นคนมีน้ำใจครับ จิตใจดี ภาพยนตร์ผู้บ่าวไทบ้าน ภาค 2 ก็เป็นเรื่องของคนอีสาน" ด้านพระเอกของเรื่องแง้มความรู้สึกถึงภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า "ผมตื่นเต้นนะครับ คือผมขอออกตัวไว้ก่อนครับว่า ผมอาจจะไม่ใช่นักร้องที่เสียงดีที่สุด ผมอาจจะไม่ใช่นักแสดงที่แสดงดีที่สุด แต่ว่าผมถือเป็นคนที่โชคดีที่ได้รับโอกาสดีๆ จากผู้ใหญ่ทุกๆ ท่านนะครับ"

เมื่อถามถึงเรื่องการถ่ายทำว่า ฉากไหนที่ประทับใจที่สุด เต๋า ตอบว่า "พูดถึงหนังเรื่องนี้นะครับ คงตั้งแต่ซีนแรกจนซีนสุดท้ายนะครับ แล้วก็รวมไปถึงการถ่ายทำ ผมก็อยู่ตั้งแต่วันเปิดกล้องวันแรกจนถึงวันปิดกองนะครับ วันแบบปิดวันสุดท้ายเลย สองปีเต็มนะครับผม ผมถือว่าทุกซีนเป็นซีนที่ผมประทับใจ คือเราทำด้วยความรักทำด้วยใจ ส่วนใหญ่ก็ชอบทุกซีนเลยครับ โดยเฉพาะบรรยากาศอีสานบ้านเรา ที่พี่น้องกรุงเทพฯ หรือพี่น้องที่เป็นคนอีสานบ้านเรามาทำงานที่กรุงเทพฯ ได้เห็นได้ดู ก็จะรู้สึกคิดถึงบ้าน บ้านเรามีความสวยงามขนาดนี้เลยเหรอ หรือว่าจริงๆ เราจะดิ้นรนหาเงินหาทองที่กรุงเทพฯ ทำไม เพราะว่าสุดท้ายแล้วพอถึงบั้นปลายชีวิตหรือยังไงเราก็ต้องกลับบ้าน อยู่ที่ไหนก็ไม่สุขใจเท่าบ้านเรา" นางเอกเสียงหวานแง้มถึงฉากที่ตนเองประทับใจว่า "จริงๆ ชอบทุกซีนเลย แต่ว่าที่ชอบมากที่สุดจะเป็นซีนที่แม่ของวรรณเองนะคะ ได้ออกมาส่งลูก เพื่อที่จะให้ลูกได้ไปทำงานกรุงเทพฯ มันเป็นความรู้สึกที่ว่าคิดถึงบ้าน คิดถึงแม่ แล้วก็ที่สำคัญคือคิดถึงผู้บ่าว"

แอน เชิญชวนให้มารู้จักความเป็นอีสานมากขึ้น ผ่านภาพยนตร์เรื่องนี้ "ก็ขอฝากหนังอีสานดีๆ นะคะ เรื่องนี้ถือว่าไม่มีใครไม่รู้จักสำหรับผู้บ่าวไทบ้าน ก็ภาคนี้เป็นภาค 2 แล้วนะคะ ภาค 2 นี้ จะรวมกลิ่นอายของความเป็นอีสาน ก็ยังมีกลิ่นอายของหมอลำเข้ามาเสริม ขอฝากคนไทยทั้งประเทศนะคะให้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้นะคะ แล้วก็จะได้รู้จักคนอีสาน รู้จักหมอลำมากขึ้นนะคะ ส่วนพี่น้องบ้านเราก็จะคิดถึงบ้าน แล้วก็คิดถึงหมอลำมากขึ้นค่ะ" เต๋า ออกปากว่าแม้จะไม่ได้ดูภาคแรก ก็สามารถดูภาคสองได้อย่างไม่ขาดตอนแน่นอน "ขอฝากด้วยแล้วกันครับ กับภาพยนตร์ดีๆ อีกเรื่องหนึ่ง ผู้บ่าวไทบ้าน ภาค 2 นะครับ แล้วก็ถ้าใครไม่ได้ดูภาคแรกมา ภาคนี้ต่อเนื่องไหม หรือว่าจะดูรู้เรื่องไหม ต่อเนื่องแล้วก็สามารถที่จะเชื่อมได้ หรือใครที่ไม่ได้ดูภาคแรกก็สามารถดูภาค 2 ได้โดยไม่ขาดตอนนะครับผม ฝากไว้ด้วยแล้วกันครับ ผู้บ่าวไทบ้าน ภาค 2 ครับ"

เรียนรู้วัฒนธรรมเป็นอีสานบ้านเรา ที่พร้อมเผยแพร่ให้คนทั่วทุกภาคได้ดู ผ่านภาพยนตร์เรื่อง ผู้บ่าวไทบ้าน 2 ตอน แจกข้าวหาแม่ใหญ่แดง 15 กันยายน 2559 ในโรงภาพยนตร์

สงวนลิขสิทธิ์ © ห้ามคัดลอก ตัดต่อ
ดัดแปลงหรือเผยแพร่ในสื่อใดๆ ก่อนได้รับอนุญาต
กดเพื่อดูรูปใหญ่ ปัดซ้าย-ขวาเพื่อดูรูปถัดไป
  • รูปภาพ 1
  • รูปภาพ 2
  • รูปภาพ 3
  • รูปภาพ 4
  • รูปภาพ 5
  • รูปภาพ 6
  • รูปภาพ 7
  • รูปภาพ 8
  • รูปภาพ 9
  • รูปภาพ 10
  • รูปภาพ 11
  • รูปภาพ 12
  • รูปภาพ 13
  • รูปภาพ 14
  • รูปภาพ 15
  • รูปภาพ 16
  • รูปภาพ 17
  • รูปภาพ 18
  • รูปภาพ 19
  • รูปภาพ 20
  • รูปภาพ 21
  • รูปภาพ 22
  • รูปภาพ 23
  • รูปภาพ 24
  • รูปภาพ 25
  • รูปภาพ 26
  • รูปภาพ 27
  • รูปภาพ 28
  • รูปภาพ 29
  • รูปภาพ 30
  • รูปภาพ 31
  • รูปภาพ 32
  • รูปภาพ 33
  • รูปภาพ 34
  • รูปภาพ 35
  • รูปภาพ 36
  • รูปภาพ 37
  • รูปภาพ 38
  • รูปภาพ 39
  • รูปภาพ 40
  • รูปภาพ 41
  • รูปภาพ 42
  • รูปภาพ 43
  • รูปภาพ 44
  • รูปภาพ 45
  • รูปภาพ 46
  • รูปภาพ 47
  • รูปภาพ 48
  • รูปภาพ 49
  • รูปภาพ 50
  • รูปภาพ 51
  • รูปภาพ 52
  • รูปภาพ 53
  • รูปภาพ 54
  • รูปภาพ 55
  • รูปภาพ 56
  • รูปภาพ 57
  • รูปภาพ 58
  • รูปภาพ 59
  • รูปภาพ 60
  • รูปภาพ 61
  • รูปภาพ 62
  • รูปภาพ 63
  • รูปภาพ 64
  • รูปภาพ 65

วันนี้ในอดีต

เกร็ดภาพยนตร์

  • Hunter's Prayer - ดัดแปลงจากหนังสือนวนิยาย For the Dogs อ่านต่อ»
  • The Clock - In the year of 1940, the song Gloomy Sunday was known as the suicide song as many suicides recorded were related to it. Listening to this song has led to a French lady committing suicide as well after the death of her boyfriend, a clock engineer at that time. Her soul was not at peace and it returned with the purpose of fulfilling the desires of other victims of depression. Cheata, a girl living with her father and stepmother after her biological mother, Chanda, left the family, is suffering from depression. Every day she suffers mental and physical abuses from her stepmother. Together with her longing for her true mother, this had led Cheata to slip deeper and deeper into depression. Holding on to her mother's photo and listening to her mother's lullaby every night does little to heal her heartache and depression. It is through this weakness that Cheata succumbed and falls under the control of the spirit of the French Lady who possesses the Clock. After learning about the events that. อ่านต่อ»
เกร็ดจากภาพยนตร์สามารถดูได้ในหน้าข้อมูลภาพยนตร์แต่ละเรื่อง

เปิดกรุภาพยนตร์

เรื่องราวของ ฮัตช์ แมนเซล (บ็อบ โอเดนเคิร์ก) คุณพ่อและสามี ผู้มักถูกมองข้ามและประเมินค่าต่ำเกินจริง ใช้ชีวิตอย่างไร้ศัก...อ่านต่อ»