1. สยามโซน
  2. ภาพยนตร์
  3. ข่าววงการภาพยนตร์

ร่วมถลำลึกกับความบิดเพี้ยนทางจิตใจใน คน-โลก-จิต

ร่วมถลำลึกกับความบิดเพี้ยนทางจิตใจใน คน-โลก-จิต

"คน-โลก-จิต" ภาพยนตร์แนวระทึกขวัญเกี่ยวกับจิตใจของมนุษย์ ผลงานภาพยนตร์ลำดับที่ 7 ของผู้กำกับฝีมือจัดจ้าน "อุ๋ย - นนทรีย์ นิมิบุตร" ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่ อุ๋ย ตั้งใจจะถ่ายทอดเรื่องราวความบิดเพี้ยนทางจิตใจของคน และการควบคุมจิตใจภายในไม่ให้หลุดออกมาข้างนอกจนเป็นเหตุให้เกิดการกระทำใดๆ ที่ร้ายๆ

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2555 ได้มีการเปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง คน-โลก-จิต ณ โรงภาพยนตร์เอสเอฟเวิลด์ ซีเนม่า เซ็นทรัลเวิลด์ โดยมีผู้กำกับ อุ๋ย นำทีมเหล่านักแสดงนำ อย่าง "แบงค์ - อาทิตย์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์" "ป๊อปปี้ - บุญยิสา จันทราราชัย" "บีม - ศรัณยู ประชากริช" "แม็กกี้ - อาภา ภาวิไล" "ดี้ - ชนานา นุตาคม" และ "สุเชาว์ พงษ์วิไล" ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้

ผู้กำกับ อุ๋ย พูดถึงที่มาของภาพยนตร์ว่า "คือผมว่าโลกเราเปลี่ยนไปเยอะ คนรอบๆ ข้างรอบตัวผมหลายๆ คนก็มีความเปลี่ยนแปลงในแง่ของความคิด ในแง่ของทัศนคติที่มีต่อโลกที่มีต่อสังคม อันนี้เป็นจุดเริ่มต้นจริงๆ ของผมก่อนที่จะได้รับบทภาพยนตร์เรื่อง คน-โลก-จิต จากการประกวดชนะเลิศมา ผมก็รู้สึกว่าเราควรจะพูดเรื่องนี้ให้ทุกคนได้ฟัง แล้วก็เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักว่าจริงๆ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย มันอยู่ในใจเราทุกคน ถ้าเราคุมมันไม่ได้ไม่สามารถจะดูแลจิตใจของเราได้ จิตใจข้างในมันก็จะหลุดออกมาข้างนอกเหมือนตัวแสดงทุกคนในภาพยนตร์เรื่องนี้

ผมอยากเห็นหนังแนวนี้ในเมืองไทยในแง่มุมใหม่ๆ หนังแบบนี้เราก็ดูมาเยอะ ผมก็ดูมาเยอะในฐานะคนทำหนังก็ดูหนังทุกประเภท แต่ว่าเป็นมุมใหม่ของผมในแง่ที่ว่าปกติเวลาเราดูหนังแบบนี้ เราจะเห็นว่าผู้กำกับหรือกล้องการจับภาพแต่ละครั้งมันจะเป็นคนนอกมองเข้าสู่ตัวฆาตกรหรือตัวมนุษย์ที่มีจิตวิปริตทางสภาพจิต แต่ว่าในเรื่องนี้ผมเอากล้องไปใส่ไว้ในตาของคนที่เป็นแบบนั้น มันก็จะเป็นการถ่ายทอดที่รู้สึกถึงความงาม ความไพเราะของดนตรีมากกว่าความมืดดำ ความเหม็นอับต่างๆ ไม่งั้นมันก็จะเหมือนกับเรื่องอื่นๆ ครับ ผมอยากจะทำให้มันแตกต่างคือมีมุมมองที่เหมือนกับมองจากตัวคนที่เป็นสภาพที่มีวิปริตทางจิต เขาอาจจะเห็นการเฉือนเนื้อสักชิ้นหนึ่งเป็นความงาม มีเพลงเพราะๆ เกิดขึ้นตรงนั้นอะไรทำนองนี้ฮะ"

อุ๋ย ยังบอกว่าเครียดมากสำหรับการทำภาพยนตร์เรื่องนี้ "เครียดมาก แต่ว่ามันควรจะเครียด มันเครียดเพราะอยากจะเครียด จะได้เข้าใจว่าน้องๆ ทุกคนเนี่ยจะต้องเป็นยังไงแล้วเราจะพอหรือยัง เราต้องเอาความกดดันของเราออกไปให้เขาด้วย แต่หายแล้วฮะ หายแล้ว" ฟาก ป๊อปปี้ กล่าวถึงแนวของภาพยนตร์ว่า "ภาพยนตร์เรื่อง คน-โลก-จิต เป็นแนวไซโคทริลเลอร์นะคะ ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวที่จะทำให้คนดูได้สะท้อนมองดูตัวเองเกี่ยวกับสภาพจิตใจของตัวเอง ซึ่งผ่านตัวละคร 4 ตัวหลักนี้จะได้รู้ว่าคุณมีอีกคนที่คุณไม่รู้ซ่อนอยู่ในตัวหรือเปล่า"

นักแสดงหนุ่ม แบงค์ เผยถึงความยากในการแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกว่า "ผมก็หนักเลยครับ คือ นี่ก็เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของผมที่ได้มีโอกาสเล่น คือบทคาแรกเตอร์ของ เขื่อน จะแตกต่างจากผม แล้วก็อัปอายุขึ้นมาเป็น 30 ซึ่งผมก็ 20 กว่าๆ เอง ต้องเปลี่ยนลุกส์ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความคิดแล้วก็การเดิน และการหายใจ ซึ่งท่าทางการพูดน้ำเสียงต้องปรับเปลี่ยนยกใหญ่ครับ" ส่วนนักแสดงสาว ป๊อปปี้ รับบทเป็น นักนิติวิทยาศาสตร์ บอกว่า "ก็จะยากตรงที่ต้องปรับคาแรกเตอร์ให้ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นค่ะ เพราะว่าในบทก็อายุ 20 ปลายๆ ซึ่งตัวจริงเพิ่ง 20 อยู่เลยตอนนี้ ก็ต้องไปที่ศูนย์ซีเอสไอของเมืองไทยเราด้วย ไปสัมผัสกับอุปกรณ์จริงๆ ไปดูขั้นตอนการทำงานจริงๆ เพื่อที่จะได้ถ่ายทอดออกมาให้ดีที่สุด"

ด้านสาว แม็กกี้ บอกว่า "ต้องยอมรับเลยว่าพี่อุ๋ยเก่งมาก เพราะว่ากว่าเราจะได้เข้าฉากจริงๆ เราจะต้องทั้งฝึก ทั้งเวิร์กชอป แล้วก็เป็นตัวละครนั้นใช้เวลามาก แล้วก็ค่อนข้างแบบเครียดซีเรียสพอสมควรค่ะ พอเราไปเข้าฉากปุ๊ปทุกอย่างมันง่ายขึ้นเหมือนที่พี่อุ๋ยบอกว่า เครียดแค่เดือนเดียวแล้วก็ถ่ายทำกันเสร็จแล้วค่ะ คือว่าเราเข้าถึงตัวละครแล้วอ่ะค่ะ พอไปอยู่หน้าเซตปุ๊ปเราก็เป็น กวาง เลย" พร้อมเปิดใจว่าภาพโฆษณาภาพยนตร์ของตนได้รับกระแสตอบรับดี "ก็ได้รับฟีดแบ็กดีเหมือนกันนะคะว่าด้วยโปสเตอร์เนี่ยสวยมากสวยทุกคนเลย แล้วก็จะมีคำถามว่าทำไมโปสเตอร์ของแม็กกี้ถึงไม่มีปาก แม็กกี้ก็ตอบว่าให้ไปดูหนังเองดีกว่า แล้วก็ท่านี้ก็กลายเป็นท่าฮิตไปแล้วค่ะ แต่ว่าเข้าไปเช็คในเว็บไซต์ใช่ไหมคะ ก็จะมีคนทำท่านี้แล้วก็ถ่ายคู่กับโปสเตอร์แม็กกี้ค่ะ แล้วไปที่ไหนก็จะมีคนจำได้ ท่านี้ก็เลยเป็นท่าฮิตไปเลยค่ะ"

ฟากหนุ่ม บีม กล่าวว่าภาพยนตร์ของ อุ๋ย ไม่ง่ายเลย "ไม่หมูเลยครับ ภาพยนตร์ของคุณนนทรีย์ไม่มีคำว่าหมูอยู่แล้วนะครับ ก็โหดดีในเรื่องของการปรับเปลี่ยนอินเนอร์นะครับ แล้วก็ส่งไปเรียนแอ็กติ้งด้วยนะครับกับหม่อมน้อย (หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล) อีกนะฮะ รวมถึงบทจิตกันเองอีกนะฮะถึง 2-3 ครั้งกว่าจะได้เปิดกล้อง ก็เรียกว่ามันยากตรงนั้นนะฮะ แล้วเวลาถ่ายทำรวมถึงโปรดักชันที่เรียกว่าอลังฯ ใช้ได้ด้วยครับ" พร้อมอธิบายบทบาทของตนว่า "เป็นเรื่องที่ให้มองกว้างๆ นะครับ เราเป็นแค่ตัวแทนหนึ่งตัวละครที่ตอบโจทย์คนทั้งโลกได้นะฮะ คนที่มีปัญหาทางจิตใจที่เรียกว่าไม่สามารถขจัดออกไปจากใจได้ มีทุกอย่างพร้อมฮะแต่ว่าไม่แฮปปี้ที่มีชีวิต มันยังมีอะไรค้ำอยู่นะครับ เป็นอีกหนึ่งคาแรกเตอร์ที่อยู่ในเรื่องนี้ครับ"

สุเชาว์ นักแสดงรุ่นใหญ่เอ่ยถึงบทบาทของตนเองว่า "ผมรับบทเป็นพ่อของกวางนะครับ ซึ่งทำให้น้องกวางเกิดปมปัญหาในชีวิต แล้วก็เกิดอุบัติเหตุ ผมต้องติดคุกครับ" ส่วน ดี้ พูดว่า "รับบทเป็นแม่พระเอกนะคะ ภูมิใจค่ะถ้าไม่สวยไม่ได้เป็นแม่พระเอก (หัวเราะ) เป็นบุคคลสำคัญนะคะ เพราะทำให้เกิดพระเอกขึ้นมานะคะ (หัวเราะ) แล้วก็พระเอกก็รักแม่ เพราะแม่เป็นคนดี แม่เป็นคนที่ปรึกษาอะไรได้ทุกเรื่องนะคะ ไม่ว่ายามใดก็ตามจุดๆๆ เอาไว้"

ผู้กำกับมากฝีมือ อุ๋ย เผยถึงเหตุผลที่เลือก สุเชาว์ และ ดี้ มาร่วมงานว่า "คือผมว่าทุกคนทราบดีว่าความสามารถของทั้ง 2 ท่านนี้ขนาดไหนนะฮะ แล้วก็ผมรู้สึกว่าผมใช้เวลาไปกับ 4 คนนี้ (แบงค์ บีม แม็กกี้ และ ป๊อปปี้) เวลาทั้งหมดให้กับ 4 คนนี้ อีก 2 คนก็เอามืออาชีพที่เขามีความสามารถสูงๆ มีความรับผิดชอบสูงๆ ไม่ใช่ไม่ดีแต่ว่าผมต้องใช้เวลากับเขาเยอะ เคี่ยวเข็ญกันเยอะฮะ" และกล่าวถึงนักแสดงอีก 4 คนว่า "ผมชอบน้องทุกคนทั้ง 4 คนเพราะว่าส่วนหนึ่งคือว่าเขาตัวเปล่า เขาเป็นนักแสดงใหม่แล้วก็เปลี่ยนเสื้อผ้า แต่งผมให้เขา ทำทุกอย่างให้เขาเพื่อให้เขาเป็นตัวละครตัวนั้นให้ได้ แต่ว่าสิ่งที่ดีก็คือว่าพอเขาใหม่ เขาก็จะมีเวลาให้ผมเยอะ ผมก็อยากถ่ายหนังเดือนเดียว ทีนี้เดือนเดียวผมก็เสร็จ เพราะทุกคนมีเวลาให้เต็มที่"

นอกจากนั้นก็ยังเอ่ยปากชมนักแสดงหน้าใหม่ว่า "คือเขาเก่งนะ จริงๆ แล้วถึงเขาจะใหม่เขาก็เก่ง คือผมเลือกนักแสดงทุกคนจากความสามารถของเขานะฮะ จากคาแรกเตอร์ จากบุคลิกของเขา จากสิ่งที่เขาจะสามารถถ่ายทอดออกมาในหนังได้จริงๆ ผมเชื่อว่าเขาทำได้ แล้วเขาก็ทำได้จริงๆ คือผมว่าเราต้องเชื่อมั่นกันในโลกใบนี้ ถ้าเราไม่เชื่อกันเราก็คงไม่จิตกันขนาดนี้ (หัวเราะ)"

ด้าน แม็กกี้ กล่าวถึงการร่วมงานกับ อุ๋ย ว่า "สนุกดีค่ะ ไม่รู้สึกกดดันเลย สนุกมาก สนุกกับงานแล้วก็ผลงาน มันก็ออกมาดีค่ะถ้าเราสนุกกับมัน" สาว ป๊อปปี้ บอกว่า "ป๊อปปี้ก็ตื่นเต้นที่จะได้ดูหนังค่ะ เพราะว่าทุ่มทุนกันสุดฤทธิ์เหมือนกัน ทั้งปรับปรุงคาแรกเตอร์แล้วก็บุคลิกต่างๆ ซึ่งค่อนข้างทุ่มเทเต็มที่มากๆ ค่ะ แล้วก็โชคดีที่ได้ร่วมงานกับพี่อุ๋ยเช่นกัน เพราะว่าเราได้ความรู้อะไรหลายๆ อย่างมาเยอะแยะเลยค่ะ" ส่วนหนุ่ม แบงค์ เผยว่า "ตอนแรกรู้สึกกดดันตัวเอง เพราะในบทนี่คือคาแรกเตอร์ไม่เหมือนผมเราต้องอัปกันยกใหญ่ ซึ่งโชคดีมากที่ได้ พี่อุ๋ย นนทรีย์ มาช่วยเหลือ ถ้าเกิดไม่ได้พี่อุ๋ย ผมก็ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง เชื่อน ตอนนี้จะเป็นยังไงเหมือนกันครับ"

ฟากผู้กำกับเปรยว่า 50% ของภาพยนตร์ไม่ได้อยู่ในบท "อยากเรียนให้ทราบอย่างนี้ฮะว่า 50% ของหนังไม่ได้อยู่ในบทภาพยนตร์ เพราะฉะนั้นแล้วมันหมายถึงว่าสิ่งที่เราเตรียมมา 100% เนี่ยเราใช้มันแค่ 50 แต่อีก 50% ของหนังมันเกิดจากสิ่งที่เกิดขึ้นขณะถ่ายทำ คือ นักแสดงเขานำพาไปได้มากกว่าที่ผมต้องการหรือที่ผมคิดไว้ มันก็เลยเกิดมุมมองใหม่ๆ ตลอดเวลาในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ เพราะฉะนั้นอยากจะบอกว่าอยากให้ไปดูอีก 50% ที่ไม่อยู่ในบท คุณจะเดามันไม่ได้เลย 50% นี้คืออะไร แม้แต่นักแสดงผมก็ไม่บอก เพราะทั้ง 4 คน ทุกคนจะได้ดูหนังวันนี้โดยที่ไม่รู้ว่าเรื่องจริงๆ มันเป็นยังไง เพราะว่าบทที่เขาอ่านมัน 100% แต่ผมใช้มันแค่ครึ่งเดียว อีกครึ่งเดียวเนี่ยผมแอบให้เขาทำแล้วเขาไม่รู้ตัว"

อุ๋ย พูดว่าเป็นภาพยนตร์ที่ค่อนข้างจะเขย่าจิตผู้ชม "มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ นะฮะ คือเรื่องที่ทั้ง 4 คนนี้เขาสร้างขึ้นบนหนังเรื่องนี้แล้วก็จิตของเขาที่ซ่อนอยู่ในหนังเรื่องทั้งหมดเนี่ย เมื่อแต่ละคนกระเทาะเปลือกของตัวเองออกมาแต่ละชั้นๆ เรียบร้อยหมดแล้วเนี่ย มันก็จะเขย่าจิตคนดูแน่นอน แต่ว่าในความเขย่าจิตนั้นมันเกิดขึ้นบนความสนุก มันไม่ได้เกิดขึ้นบนความน่ากลัวจนเกินไปนะ"

ในส่วนที่ผู้ชมจะมองว่าเป็นภาพยนตร์ที่น่ากลัวและเครียด อุ๋ย เปิดใจว่า "คือผมว่ามันเป็นเรื่องของคนที่มักจะดูหนังแบบนี้ แล้วมักจะเชื่อว่าหนังประเภทนี้จะเป็นอย่างนั้นนะฮะ แต่ว่าผมเชื่อว่าใน พ.ศ. นี้แล้วเรามีวิธีการมีการดีไซน์อะไรมากมายที่จะไม่ทำให้หนังออกมาเป็นลักษณะแบบนั้น คือผมตั้งใจว่าหนึ่งคือมันต้องสนุก เอาเป็นว่าดูสนุกก่อน คือผมเชื่อว่าความเครียดมันจะหายไปเองเมื่อเรารู้สึกว่าสนุกกับหนัง แล้วก็พร้อมที่จะติดตามหนังไปตลอดเวลา"

นักแสดงหนุ่ม บีม ฝากถึงภาพยนตร์ว่า "หนังดีๆ ไม่ต้องพูดเยอะนะฮะ ไปดูแล้วตัดสินใจเองนะครับ คน-โลก-จิต ครับ" ด้าน แบงค์ กล่าวว่า "ฝากผลงานชิ้นแรกของผมครับ คน-โลก-จิต คิดว่าเป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่ดูไปเหมือนมีกระจกสะท้อนตัวเองขึ้นมาด้วยครับ ขอบคุณครับ" ฟาก ป๊อปปี้ บอกว่า "ฝากผลงานเรื่องแรกของป๊อปปี้ด้วยนะคะ ก็อยากให้ทุกคนมาดูแล้วร่วมสะท้อนเงาของตัวเอง ดูว่าสภาพจิตใจของตัวเองเป็นอย่างไรค่ะ ขอบคุณค่ะ"

อุ๋ย กล่าวทิ้งท้ายว่า "ผมเข้าใจนะครับว่าหลายๆ คนกลัวจะเครียด เดี๋ยวมันจะโหดเกินไป น่ากลัวเกินไป ผมอยากจะบอกว่ามันเป็นหนังที่ไม่ได้ยากเย็นอะไรเลยนะฮะ ง่ายๆ มากเลย คือผมรู้สึกว่ากรุณาอย่าตีตนไปก่อนไข้ กรุณาอย่าคิดไปเอง อย่าไปคาดเดาว่ามันเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ หนังมันสนุกฮะแล้วก็ง่ายมาก นั่งดูแล้วก็มีความสุขกับหนังแค่นั้นพอครับ"

ร่วมถลำลึกไปกับความบิดเพี้ยนทางจิตใจของมนุษย์ได้ในภาพยนตร์เรื่อง คน-โลก-จิต เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม 2555 เป็นต้นไป

สงวนลิขสิทธิ์ © ห้ามคัดลอก ตัดต่อ
ดัดแปลงหรือเผยแพร่ในสื่อใดๆ ก่อนได้รับอนุญาต
กดเพื่อดูรูปใหญ่ ปัดซ้าย-ขวาเพื่อดูรูปถัดไป
  • รูปภาพ 1
  • รูปภาพ 2
  • รูปภาพ 3
  • รูปภาพ 4
  • รูปภาพ 5
  • รูปภาพ 6
  • รูปภาพ 7
  • รูปภาพ 8
  • รูปภาพ 9
  • รูปภาพ 10
  • รูปภาพ 11
  • รูปภาพ 12
  • รูปภาพ 13
  • รูปภาพ 14
  • รูปภาพ 15
  • รูปภาพ 16
  • รูปภาพ 17
  • รูปภาพ 18
  • รูปภาพ 19
  • รูปภาพ 20
  • รูปภาพ 21
  • รูปภาพ 22
  • รูปภาพ 23
  • รูปภาพ 24
  • รูปภาพ 25
  • รูปภาพ 26
  • รูปภาพ 27
  • รูปภาพ 28
  • รูปภาพ 29
  • รูปภาพ 30
  • รูปภาพ 31
  • รูปภาพ 32
  • รูปภาพ 33
  • รูปภาพ 34
  • รูปภาพ 35
  • รูปภาพ 36
  • รูปภาพ 37
  • รูปภาพ 38
  • รูปภาพ 39
  • รูปภาพ 40
  • รูปภาพ 41
  • รูปภาพ 42
  • รูปภาพ 43
  • รูปภาพ 44
  • รูปภาพ 45
  • รูปภาพ 46
  • รูปภาพ 47

ความคิดเห็น

ภาพยนตร์ที่เกี่ยวข้อง

วันนี้ในอดีต

  • Babel
    เข้าฉายปี 2007
    แสดง Brad Pitt, Cate Blanchett, Rinko Kikuchi
  • The Pursuit of Happyness
    เข้าฉายปี 2007
    แสดง Will Smith, Jaden Smith, Thandie Newton
  • Music and Lyrics
    เข้าฉายปี 2007
    แสดง Hugh Grant, Drew Barrymore, Haley Bennett

เกร็ดภาพยนตร์

  • ฝันฉันคือผู้กำกับ - ฉายรอบปฐมทัศน์โลกในเทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ ครั้งที่ 7 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 -15 พฤศจิกายน 2009 อ่านต่อ»
  • Agora - ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ทั่วไปมักใช้ฟิล์มขนาดใหญ่ ถ่ายภาพมุมกว้าง และใช้ดนตรีประกอบที่โอ่อ่าอลังการ แต่ผู้กำกับ อเลคันโดร อเมนาบาร์ กลับต้องการให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ดูคล้ายสารคดีเกี่ยวกับศตวรรษที่ 4 เขาจึงถ่ายทำแบบเร่งรีบฉับไวคล้ายภาพข่าว และตั้งใจถ่ายทำให้ดูไม่สมบูรณ์แบบนัก เช่น ถ่ายฉากปะทะบนท้องถนนโดยไม่ใช้ภาพใกล้ แต่เป็นภาพจากมุมถนน และไม่เน้นความรุนแรงมากเกินไป อ่านต่อ»
เกร็ดจากภาพยนตร์สามารถดูได้ในหน้าข้อมูลภาพยนตร์แต่ละเรื่อง

เปิดกรุภาพยนตร์

ขณะที่โลกภายนอกกำลังถกเถียงกันในประเด็นการแต่งงานอย่างเท่าเทียม เด็กๆ ที่ถูกเลี้ยงดูโดยคุณพ่อคุณแม่ที่รักเพศเดียวกันก็เ...อ่านต่อ»