1. สยามโซน
  2. ภาพยนตร์
  3. ข่าววงการภาพยนตร์

เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ ภาพยนตร์ชวนมโนเพ้อกับจินตนาการ

เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ ภาพยนตร์ชวนมโนเพ้อกับจินตนาการ

จีทีเอชจัดงานตอกย้ำกระแสความแรงของภาพยนตร์เรื่อง "ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย..ห้ามพัก..ห้ามรักหมอ" ที่หลังจัดฉายไปเพียง 14 วันก็ทำยอดได้ถึง 80 ล้านบาท โดยผู้กำกับ "เต๋อ - นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์" พร้อมด้วยนักแสดง "ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์" "ใหม่ - ดาวิกา โฮร์เน่" และ "วี - วิโอเลต วอเทียร์" มารวมตัวฉลองความสำเร็จ เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2558 ณ ลานแฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 สยามพารากอน ซึ่ง เต๋อ เอ่ยชวนให้ไปพิสูจน์ด้วยตาตัวเองว่า "จริงๆ ลองไปดูกันเพราะว่าหนังน่าจะยังอยู่ในโรงสักพัก แล้วก็จริงๆ ดูแล้วชอบไม่ชอบก็มาเถียงกัน เหมือนกับที่เถียงกันในตอนนี้หรืออะไรแบบนี้ ผมว่ามันจะทำให้เกิดความหลากหลายของความคิด ความหลากหลายของคำว่าภาพยนตร์ฮะ เรารู้สึกว่ามันสนุกดีกับการที่คนเรามาแชร์กันในหนัง"

จากนั้นค่ายจีทีเอชยังทำให้ทุกคนลุ้นด้วยการประกาศเชิญตัว พี่สุชาติ ตัวละครลับที่โด่งดังแบบงงๆ จากบทคนขี่จักรยานยนต์รับจ้างใน ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย..ห้ามพัก..ห้ามรักหมอ ขึ้นมาบนเวทีเพื่อเปิดเผยโฉมหน้าภายใต้หมวกนิรภัย แต่แล้วทุกคนก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่า พี่สุชาติ กลายเป็น "หมู - ชยนพ บุญประกอบ" ผู้กำกับที่แจ้งเกิดจากภาพยนตร์อันโดดเด่นอย่าง "SuckSeed" หรือ "ห่วยขั้นเทพ" ที่ล่าสุดนำอีกหนึ่งความสามารถของตัวเองอย่างการวาดการ์ตูน มาสร้างสรรค์เป็นภาพยนตร์โรแมนติกคอเมดี "เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ" ก่อนที่ฉากทุกอย่างของงานฉลองความสำเร็จให้กับ ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย..ห้ามพัก..ห้ามรักหมอ จะถูกเปลี่ยนเป็นบรรยากาศงานแถลงข่าวภาพยนตร์ เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ แบบชุลมุนกันเลยทีเดียว

โปรดิวเซอร์มากประสบการณ์ "เก้ง - จิระ มะลิกุล" กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของ เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ ว่า "มีอยู่วันหนึ่งหมูก็ได้หอบสมบัติชิ้นหนึ่งมาให้ผมกับคุณวรรณ (วรรณฤดี พงศ์สิทธิศักดิ์) แล้วบอกว่านี่คือสิ่งที่เขาอยากทำหนังเรื่องต่อไป มันเป็นบันทึกของหมูฮะตั้งแต่ประมาณ ป.5 จนถึงชั้น ม.6 อย่างนี้เลยครับ ซึ่งในบันทึกเนี่ยหอบมาตั้งสูงเลยนะครับ ข้างในก็เป็นสมุดแล้วก็เขียนด้วยดินสอ แล้วก็วาดรูปทุกหน้าเลยครับ วาดรูปเพื่อน วาดรูปครู วาดอะไรไปเรื่อยๆ วาดรูปคนที่อยากเป็นแฟนด้วย เราก็เลยรู้สึกว่านอกจากความสามารถพิเศษของหมูที่เขามีความสามารถด้านดนตรีแล้วเนี่ย ในการวาดการ์ตูนของเขาเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง แล้วก็เรื่องราวต่างๆ มันก็อยู่ในนี้หมดเลย แล้วข้อสำคัญที่สุดในหน้าหนึ่งของเขาเนี่ย เขาก็เขียนบรรยายมาว่า สังคมในโรงเรียนของผมมันประกอบไปด้วยฐานันดรต่างๆ มันจะมีแบบระดับตัวท็อปสูงสุด ระดับพวกคนหน้าตาดี นักกีฬา อันธพาล ซึ่งอันนี้น่าสนใจมาก มันเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกว่าหมูเป็นผู้กำกับที่มีเมจิกจริงๆ"

"วรรณ - วรรณฤดี พงษ์สิทธิศักดิ์" โปรดิวเซอร์ฝีมือดีอีกคนหนึ่งของจีทีเอช แง้มถึงความพิเศษของเรื่องนี้ว่า "ก็คือพอสิ่งที่เราชอบจากหมูมากๆ คือเรื่องการที่เขาจดไดอารีเป็นการ์ตูนเนี่ย ซึ่งมันเป็นความเนิร์ดแบบน่ารักมาก แล้วก็มันก็เลยกลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้กับตัวละครพระเอกในเรื่องคือบทของ ป๋อง ของ น้องแบงค์ (ธิติ มหาโยธารักษ์) ค่ะ คือในเรื่องเขาจะชอบวาดการ์ตูน แล้วก็เวลาไปเจอผู้หญิงที่เขาชอบหรือว่าแค่เดินผ่าน กลับมาบ้านก็วาดการ์ตูนว่าเขายิ้มให้ คือในการ์ตูนเนี่ยอะไรมันก็เป็นไปได้สำหรับเขา เราชอบตัวท็อปแค่ไหนเราเขียนให้มันเป็นไปได้หมด ทีนี้พอในเรื่องเราจะต้องมีการ์ตูนที่ตัวของพระเอกเราวาดเนี่ย เราก็คิดว่าถ้าเกิดเราให้อ่านเป็นหน้ากระดาษเฉยๆ จะน่าเบื่อ เราก็เลยมีการทำแอนิเมชันขึ้นมา ทุกครั้งที่พระเอกเราวาดการ์ตูนเราก็จะเห็นเป็นแอนิเมชันเลยว่าจินตนาการเขามโนไปขนาดไหน เพ้อเจ้อไปขนาดไหนค่ะ"

"แบงค์ - ธิติ มหาโยธารักษ์" เปิดใจเล่าถึงความยากในการที่ได้มาแสดงภาพยนตร์เป็นครั้งแรกว่า "อย่างแรกเลยคือหนังเรื่องนี้มันเป็นสไตล์คอเมดีใช่ไหมฮะ คือผมก็ยังไม่เคยเล่นแบบว่าละคร หรือว่าซีรีส์คอเมดีอะไรอย่างนี้มาก่อนอยู่แล้ว ก็เลยไปถามพี่หมูว่าพี่ควรทำยังไง เราควรไปดูอะไรไหม เพื่อที่จะแบบว่าทำให้เราแสดงได้อะไรอย่างนี้ พี่หมูก็เลยแนะนำซีรีส์ญี่ปุ่นให้ดูครับ ก็เลยไปดูซีรีส์ญี่ปุ่นเพราะว่ามันจะมีเรื่องของแอ็กชันแล้วก็รีแอ็กชันของตัวละคร มันจะเป็นแนวการ์ตูนหน่อย" นอกจากนี้ แบงค์ ยังได้อ่านสมุดจดบันทึกของผู้กำกับอีกด้วย ซึ่งเจ้าตัวเผยความรู้สึกว่า "ผมก็รู้สึกว่าแบบเออพี่ก็เพ้อเนอะ เขาจะเป็นแนวแบบว่าเขาค่อนข้างมีจินตนาการฮะ เวลาแอบชอบใครอะไรอย่างนี้ก็จะ คือมันจะเหมือนกับตัวละครมากเหมือนกันนะ เขาก็จะเหมือนเอาไดอารีมาเปิดให้ดูว่า เนี่ยแต่ก่อนเวลาพี่แอบชอบผู้หญิงคนหนึ่งก็วาดมาเป็นอย่างนี้ก็เอาให้ดู เราก็จะรู้สึกว่าเออก็น่ารักดีเนอะ"

ส่วน "ต่อ - ธนภพ ลีรัตนขจร" ยอมรับว่าเคยกดดันกับบทตลก "ตอนแรกผมเคยกดดัน แบบว่าคิดมากเลยครับ เพราะว่าจริงๆ ตอนผมเรียนการแสดงนี่เป็นแนวเดียวที่ผมเคยสมัยตอนที่เรียนอยู่อย่างนี้ ผมติด เล่นไม่ได้ จังหวะไม่คม คือคอเมดีมันจะมีจังหวะของมันอยู่ แต่คือผมเล่นคร่อมจังหวะ แต่ว่าพอได้เวิร์กชอปด้วยกัน แล้วก็พอได้แชร์ประสบการณ์อะไรต่างๆ กับพี่หมู แลกเปลี่ยนความคิดกัน ทำการบ้านเยอะๆ อะไรอย่างนี้ครับ ผมก็รู้สึกว่าดีใจที่ได้เล่นเรื่องนี้ เรื่องนี้เป็นอะไรที่สนุกมากครับ" ผู้กำกับไฟแรงให้เหตุผลที่เลือกสาว "ปันปัน - สุทัตตา อุดมศิลป์" มาสวมบท เมย์ไหน ว่า "ผมเป็นแฟนคลับปันปันมานานแล้ว ตั้งแต่ ลัดดาแลนด์ แล้ว คือปันปันเนี่ยแสดงเก่งมาก ไม่ว่าจะแนวเขย่าขวัญ แนวดราม่า โดนตบอะไรอย่างนี้ได้มาทุกแนวแล้ว ยังไม่เคยเห็นแนวคอเมดีฮะ ซึ่งเวลาผมเจอน้องปันปันตามงานตามอะไรอย่างนี้ ผมรู้สึกว่าน้องคนนี้ตลก เป็นคนเฮฮาสนุกสนานมาก อยากจะเห็นมุมนี้ในหนังบ้าง"

แบงค์ ฝากให้ทุกคนติดตามชมผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกของตนเองด้วย "ผมก็อยากจะฝากหนังเรื่องนี้เหมือนกันนะฮะ เพราะว่าคือมันเป็นหนังเรื่องแรกของนักแสดงหลายๆ คนในหนังเรื่องนี้ด้วย ทั้งแบบผม ฟรัง (นรีกุล เกตุประภากร) แล้วก็เหนิง (กัญญาวีร์ สองเมือง) ซึ่งจะบอกว่าทุกคนเนี่ยก็เต็มที่มากๆ เลยอยากให้ทุกคนลองเข้ามาดูว่าการแสดง หรือว่าแอ็กติงของพวกเราเนี่ยมันเป็นยังไง ก็สามารถเข้ามาติชมกันได้ ทุกคนจะได้ข้อคิดฮะ แล้วจะบอกว่าหนังเรื่องนี้มีอะไรเซอร์ไพรส์คนดูแน่ๆ ครับผม" ต่อ หวังว่าทุกคนจะได้รอยยิ้มกลับบ้านไป "ก็คือสำหรับหนังเรื่องนี้ฮะผมขออนุญาตเป็นสื่อแล้วกันฮะ อยากทำให้ทุกๆ คนที่ไปดูเรื่องนี้ยิ้มได้จริงๆ อยากให้ทุกคนออกมาพร้อมความสุข แล้วก็ออกมาพร้อมกับคุณค่าในชีวิตมากกว่าตัวคุณเอง ฟังตอนนี้อาจจะสงสัย ถ้าคุณสงสัยตอนนี้ 1 ตุลาฯ นี้เข้าโรงไปดูครับ"

ภายในงานยังมีการแสดงพิเศษจาก ต่อ แบงค์ ฟรัง และแก๊งดาวหกแฉก ในเพลง "ไหน ไหน" ที่เรียกเสียงกรี๊ดแบบจี๊ดๆ โดนใจแฟนๆ มาสัมผัสประสบการณ์โรแมนติกคอเมดีร่วมกับพวกเขาได้ใน เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ เริ่มเข้าฉายตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 เป็นต้นไป ในโรงภาพยนตร์

สงวนลิขสิทธิ์ © ห้ามคัดลอก ตัดต่อ
ดัดแปลงหรือเผยแพร่ในสื่อใดๆ ก่อนได้รับอนุญาต
กดเพื่อดูรูปใหญ่ ปัดซ้าย-ขวาเพื่อดูรูปถัดไป
  • รูปภาพ 1
  • รูปภาพ 2
  • รูปภาพ 3
  • รูปภาพ 4
  • รูปภาพ 5
  • รูปภาพ 6
  • รูปภาพ 7
  • รูปภาพ 8
  • รูปภาพ 9
  • รูปภาพ 10
  • รูปภาพ 11
  • รูปภาพ 12
  • รูปภาพ 13
  • รูปภาพ 14
  • รูปภาพ 15
  • รูปภาพ 16
  • รูปภาพ 17
  • รูปภาพ 18
  • รูปภาพ 19
  • รูปภาพ 20
  • รูปภาพ 21
  • รูปภาพ 22
  • รูปภาพ 23
  • รูปภาพ 24
  • รูปภาพ 25
  • รูปภาพ 26
  • รูปภาพ 27
  • รูปภาพ 28
  • รูปภาพ 29
  • รูปภาพ 30
  • รูปภาพ 31
  • รูปภาพ 32
  • รูปภาพ 33
  • รูปภาพ 34
  • รูปภาพ 35
  • รูปภาพ 36
  • รูปภาพ 37
  • รูปภาพ 38
  • รูปภาพ 39
  • รูปภาพ 40
  • รูปภาพ 41
  • รูปภาพ 42
  • รูปภาพ 43
  • รูปภาพ 44
  • รูปภาพ 45
  • รูปภาพ 46
  • รูปภาพ 47
  • รูปภาพ 48
  • รูปภาพ 49
  • รูปภาพ 50
  • รูปภาพ 51
  • รูปภาพ 52
  • รูปภาพ 53
  • รูปภาพ 54
  • รูปภาพ 55

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วันนี้ในอดีต

  • หมอเจ็บ
    เข้าฉายปี 2004
    แสดง ภัทรพล ศิลปาจารย์, ตะวัน แซ่ตั้ง, วัฒกร สันตมนัส
  • The Last Airbender
    เข้าฉายปี 2010
    แสดง Jackson Rathbone, Nicola Peltz, Dev Patel
  • King Arthur
    เข้าฉายปี 2004
    แสดง Clive Owen, Stephen Dillane, Keira Knightley

เกร็ดภาพยนตร์

  • Hunter's Prayer - ดัดแปลงจากหนังสือนวนิยาย For the Dogs อ่านต่อ»
  • The Clock - In the year of 1940, the song Gloomy Sunday was known as the suicide song as many suicides recorded were related to it. Listening to this song has led to a French lady committing suicide as well after the death of her boyfriend, a clock engineer at that time. Her soul was not at peace and it returned with the purpose of fulfilling the desires of other victims of depression. Cheata, a girl living with her father and stepmother after her biological mother, Chanda, left the family, is suffering from depression. Every day she suffers mental and physical abuses from her stepmother. Together with her longing for her true mother, this had led Cheata to slip deeper and deeper into depression. Holding on to her mother's photo and listening to her mother's lullaby every night does little to heal her heartache and depression. It is through this weakness that Cheata succumbed and falls under the control of the spirit of the French Lady who possesses the Clock. After learning about the events that. อ่านต่อ»
เกร็ดจากภาพยนตร์สามารถดูได้ในหน้าข้อมูลภาพยนตร์แต่ละเรื่อง

เปิดกรุภาพยนตร์

เรื่องราวของ ฮัตช์ แมนเซล (บ็อบ โอเดนเคิร์ก) คุณพ่อและสามี ผู้มักถูกมองข้ามและประเมินค่าต่ำเกินจริง ใช้ชีวิตอย่างไร้ศัก...อ่านต่อ»