1. สยามโซน
  2. ภาพยนตร์
  3. ข่าววงการภาพยนตร์

เป้ย ตื่นเต้น Bangkok Dangerous อวดศักยภาพคนไทย

เป้ย ตื่นเต้น Bangkok Dangerous อวดศักยภาพคนไทย

ถูกซื้อลิขสิทธิ์นำมาสร้างใหม่เป็นภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่อง "Bangkok Dangerous" นำแสดงโดยนักแสดงเจ้าบทบาท "นิโคลัส เคจ" (Nicolas Cage) ที่ดัดแปลงจากต้นฉบับภาพยนตร์ไทยเรื่อง "เพชฌฆาตเงียบ อันตราย" โดยได้ "อ๊อกไซด์ แปง" (Oxide Pang) และ "แดนนี่ แปง" (Danny Pang) มารับหน้าที่กำกับอีกครั้ง และยังมี 2 นักแสดงไทยร่วมแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ "เป้ย - ปานวาด เหมมณี" ที่ต้องมารับบท อ้อม สาวโคโยตี้ ผู้กุมความลับของเรื่อง โดย เป้ย พูดคุยถึงภาพยนตร์เรื่องว่า

บทบาทที่ได้รับในภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นยังไงบ้าง

"รับบทเป็น อ้อม เป็นสาวโคโยตี้ คาแรกเตอร์คือเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเอง ต้องหาเลี้ยงตัวเองและน้องอีกหนึ่งคน ฐานะทางบ้านไม่ค่อยดี จึงต้องมีอาชีพเป็นโคโยตี้คือนักเต้นประจำบาร์ และเป็นตัวกลางคือนกต่อที่กุมความลับระหว่างคนว่าจ้างให้ฆ่าและนักฆ่า"

รู้สึกยังไงบ้างที่ได้ร่วมงานกับทีมงานระดับฮอลลีวูด

"ยิ่งกว่าตื่นเต้นอีกค่ะ ไม่รู้ว่าจะเรียกว่ายังไง ประมาณว่าฝันไปรึเปล่า ตื่นเต้นด้วย ดีใจสุดๆ ด้วย คือมันเป็นหลายๆ อารมณ์รวมกัน จนขนาดตอนที่เราทำงานยังไม่คิดเลยว่า เอ้ย นี่ฉันทำงานไปเสร็จแล้วเหรอ"

แล้วการทำงานเป็นอย่างไรบ้าง

"การทำงานจริงๆ ระบบเขาจะเป็นเรื่องการตรงต่อเวลา ค่อนข้างจะซีเรียส เวลาเขาจะเป๊ะๆ ทุกอย่าง เวลาห้ามคลาดเคลื่อน ทางเขาจะกำหนดมาแล้ว อย่างเช่น 10.00 น. - 11.00 น. ต้องเป็นฉากไหน ฉากนั้นก็ต้องเสร็จภายในเวลา แต่งหน้ากี่โมงถึงกี่โมง ทุกอย่างค่อนข้างจะเป็นระเบียบขั้นตอนมากกว่า แล้วสเกลในการทำงานก็จะใหญ่มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นผู้คนในการทำงาน จะมีชาวต่างชาติทำด้วย แล้วก็ทีมงานจะเยอะมากทุกอย่างค่ะ"

บรรยากาศวันที่ไปคัดเลือกนักแสดงต้องทำอย่างไรบ้าง

"ตอนแรกก็ไม่กล้าไปแคสต์ค่ะ คือมีพี่คนนึงนะคะ ซึ่งรู้จักกันอยู่แล้ว พี่เขาโทรมาตามประมาณ 6-7 รอบได้เพราะว่าอยากให้เรามาแคสต์ เขาก็บอกว่าต้องให้เรามาแคสต์ให้ได้ เพราะ แดนนี่ และ อ๊อกไซด์ เขาอยากให้เราลองมาแคสต์ดู ก็เลยลองไปแคสต์เล่นๆ ดู คือไม่ได้คิดว่าจะได้ เพราะทราบมาว่าคนที่เข้าไปคัดเยอะมาก เราก็ไปด้วยอารมณ์แบบ เออ ลองดู อย่างน้อยเราก็ได้มาแคสต์แล้วประมาณนี้นะคะ ก็ลองไปแคสต์ดู คิดว่าไปสนุกๆ นะคะ ทีนี้ปรากฏว่าผ่านการคัดเลือกรอบแรก เอ้ย จริงหรอก็ถามพี่เขาที่เขาแคสติ้งรอบแรกว่าทำไมเราถึงผ่าน พี่เขาบอกว่าชอบที่เป้ยเป็นตัวของเป้ยเอง ซึ่งมันตรงกับสิ่งที่เขาต้องการ

นั่นก็เป็นผลทำให้ได้มาแคสติ้งอีกรอบนึง จะแคสติ้งทั้งหมด 3 รอบ รอบสุดท้ายเขาก็บอกเราว่า อืม เราน่าจะผ่านหรือไม่ผ่าน หลังจากนั้นก็รอเวลาให้ทางฮอลลีวูดเขาเป็นคนเลือกอีกทีว่าตกลงต้องการใคร รอประมาณ 1-2 เดือนได้ค่ะ ผลก็ออกมาว่าเขาเลือกเรานะ ซึ่งอารมณ์ตอนนั้นจำได้เลยว่าเราไม่สบายมากๆ เราก็ไปคุยกับโปรดิวเซอร์เขาเห็นเราท่าทางเหนื่อยและอิดโรยมากๆ เขาก็บอกว่าเราได้ เราดีใจมากๆ แต่เราไม่รู้จะแสดงอาการออกมายังไง เขาก็สงสัยว่า นี่เราไม่ดีใจหรอที่เราได้รับเลือก เราก็ดีใจนะ แต่ก็ดีใจจนไม่รู้จะดีใจยังไงแล้วค่ะ"

เวลาคัดเลือกนักแสดงต้องเต้นให้ดูรึเปล่า

"มีค่ะ แน่นอนเลยค่ะ คือของเป้ยจะเป็นอะไรที่เต้นแล้วก็เต้น ต้องบอกว่ามันเป็นผลสืบเนื่องมาจากมิวสิกวิดีโอ ที่แดนนี่และอ๊อกไซด์เห็นคือ มิวสิกฯ คนใจง่าย แล้วเขาก็เรียกตัวมา ซึ่งในมิวสิกฯ นั้นก็จะมีเต้นๆ นิดนึง เขาก็ลองประมาณว่าให้เราเต้นๆ อะไรประมาณนั้น ให้คิดว่าเราเป็นประมาณว่าเซ็กซี่ยั่วยวน คือเต้นในโลกของเรา คิดว่าไม่มีคนอื่น คิดว่ามีเราคนเดียวในห้องๆ นี้ แล้วก็เต้นๆ แสดงความเป็นตัวเรา เราก็แสดง ซึ่งมันก็ถูกใจเขา เขาก็ชอบ"

แล้วต้องเข้าฉากกับ นิโคลัส เคจ ไหม

"มีค่ะ ได้เข้าฉากกับ นิโคลัส เคจ ด้วยค่ะ"

รู้สึกยังไงบ้างที่ได้เข้าฉากกับ นิโคลัส เคจ

"คือมันก็ที่สุดนะคะ พูดไม่ถูก รู้ว่าเขาเป็นนักแสดงที่เป้ยชื่นชอบมาก เป้ยชอบเขาในเรื่อง Face/Off แล้วก็อีกหลายๆ เรื่อง เขาเป็นผู้ชายที่ตาสวยมากในความคิดของเป้ย แล้วเป้ยก็ไม่คิดว่าเป้ยจะได้มีโอกาสได้เข้าฉากกับเขา ไม่เคยคิด ไม่มีอยู่ในความคิดเลย แล้วอยู่ๆ มาวันนึงได้มาเข้าฉากกับเขา ณ ตอนนั้นยังคิดอยู่เลยว่าฉันจะทำยังไง ฉันจะเล่นยังไง ฉันจะต้องเล่นออกมาให้เหมือนเดิมอย่างที่แดนนี่และอ๊อกไซด์ชอบ คือความเป็นตัวของตัวเอง เน้นขายความเป็นธรรมชาติไม่ต้องมีแอ็กติ้งอะไร ให้รู้สึกจริงๆ ว่าจะต้องเล่นให้ได้ ฉันจะต้องไม่ทำให้เขารู้สึกเสียเวลา

หลายๆ อย่างในความคิดตอนนั้นค่อนข้างจะสับสนและแปรปรวนตลอดเวลา อืม ฉันจะทำยังไง ฉันจะต้องตื่นเต้นแน่นอน และสายตาจะต้องออกมาแน่นอนว่าฉันกำลังตื่นเต้นอยู่นะ ทุกอย่างต้องใช้สมาธิมากๆ เรียกว่ามากถึงมากที่สุดเลย แต่ก็ผ่านพ้นมาได้ด้วยดี เพราะว่าเขาคือ นิโคลัส เคจ เขาให้ความเป็นกันเอง จะไม่ถือตัวเลย เขายังจำชื่อเล่นเราได้ แล้วเขาก็ทักเราก่อน ซึ่งตอนนั้นเราก็เอ๋อๆ เราก็อยากจะทักเขาตอบ แต่ก็ไม่รู้จะใช้คำพูดอะไร ไม่รู้จะพูดยังไงดี เขาจะจำเราได้เหรออะไรประมาณนี้ ซึ่งปรากฏว่าเขามาทักเราก่อน ซึ่งเราดีใจมากๆ เป็นอะไรที่ปลื้มมากๆ คือสุดยอดเลย เขาคือสุดยอดนักแสดงที่อยู่ในใจเราแล้วจู่ๆ เขามาจำชื่อเล่นเราได้ แล้วก็มาทักเราก่อน ซึ่งเป็นอะไรที่เหมือนฝัน

แล้วก็อีกอย่างนึงพอตอนเข้าฉากปุ๊บ เขาก็คงรู้นะคะว่าเราคงจะเกร็งอะไรประมาณนี้ เขาก็มานั่งยองๆ ตรงข้างหน้าเรานั่งเหมือนนั่งคุย ซึ่งเราจะนั่งแบบนี้อยู่แล้ว เขาก็จะนั่งยองๆ คุยกับพี่ชาคริต (ชาคริต แย้มนาม) ด้วย คุยกับเราด้วย ก็ให้ความเป็นกันเองนะ นั่นคือตอนที่ยังไม่ได้ถ่ายนะคะ ก็คุยเล่นคุยไปคุยมากับพี่ชาคริตซะส่วนใหญ่ แล้วเขาก็ยิ้มให้เรา อืม เราสบายใจที่เราจะได้ร่วมงานกับเขา แล้วเราก็มีความรู้สึกว่าเขาให้ความเป็นกันเองกับเรา เราก็เลยรู้สึกไม่เกร็ง"

ฉากที่ร่วมแสดงกับ นิโคลัส เคจ เป็นฉากแบบไหน

"เป็นฉากที่เป้ยกับชาคริต ติดอยู่ในโกดังร้างสักอย่าง แล้ว นิโคลัส เคจ ตามมาช่วยชาคริต ซึ่งเราเป็นแฟนของชาคริตก็เลยได้เจอกัน ในฉากนั้นเป็นฉากเกือบสุดท้ายเลย"

อย่างนี้แสดงว่าก็ต้องมีฉากแอ็กชั่นด้วย เป็นยังไงบ้าง

"ฉากแอ็กชั่นของเป้ยไม่ค่อยมีเยอะนะ ของเป้ยฉากแอ็กชั่นส่วนใหญ่จะเป็นแนวหลบระเบิด แรงระเบิด ยิงกัน หลบกระสุนอะไรประมาณนี้มากกว่าค่ะ แอ็กชั่นส่วนใหญ่จะไปอยู่ที่ชาคริต ตัวเราก็จะมีชาคริตคอยปกป้องเราอยู่แล้ว คือ ก้องนะคะ โดยตัวก้องจะปกป้องอ้อมอยู่แล้วเราก็คือเล่นไปตามนั้น"

แล้วมีเจ็บตัวอะไรบ้างไหม

"มีพลาดนิดหน่อยค่ะ อาจจะมีรอยถลอกบ้าง คือในนั้นเขาเซตเอาฉากและมีรังไม้ด้วย บางทีตอไม้หรือเศษไม้เล็กๆ ก็มาตำเรา ซึ่งมันก็ไม่ใช่ปัญหาที่หนักหรือใหญ่สำหรับเรา เราก็โอเคอยู่แล้ว ปกติเวลาเล่นละครหรือหนังทั่วไป มันก็เป็นแนวนี้อยู่แล้วนะคะ"

รู้สึกอย่างไรบ้างที่ในเรื่องต้องรับบทเป็นแฟนของ ชาคริต

"ปลื้มค่ะ เพราะชาคริตเป็นหนุ่มฮอตที่ใครๆ ก็อยากเป็นแฟนด้วยอะไรอย่างนี้ เคยร่วมงานกับชาคริตมาก่อนแล้วค่ะ เราเคยเล่นละครมาด้วยกันประมาณ 2 เรื่อง ก็ได้รู้จักกันมาพอสมควร รู้ว่าชาคริตเขาทำงานในแนวไหนรูปแบบไหน ฉะนั้นการเข้าฉากร่วมกันจึงไม่มีปัญหามาก เพราะเราก็รู้จักกันในระดับนึง ชาคริตเขาเป็นคนง่ายๆ อยู่แล้ว เขาก็จะคอยบอกเราคอยสอนเราว่าเราควรเล่นยังไงประมาณไหน"

รับบทเป็นแฟนกันมีฉากรักหรือกุ๊กกิ๊กอะไรกันบ้างรึเปล่า

"มีบ้างค่ะ มีฉากที่ต้องนัวเนียกันนิดๆ หน่อยๆ ก็กุ๊กกิ๊กกันนิดๆ หน่อยๆ แต่ก็ไม่ได้เยอะอะไรมากมายค่ะ เป็นไปตามเนื้อเรื่องของหนังนะคะ ซึ่งเป็นแฟนกันอาจจะมีคำพูดหยอกเย้ากันเล่นๆ แล้วก็แสดงตามคนรักกันนิดๆ หน่อยๆ มีการหอมแก้มอะไรกันอย่างนี้นะคะ"

กดดันไหมที่เป็นส่วนหนึ่งที่ได้ร่วมแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้

"กดดันไหม ที่สุด ที่สุดเลยคือหลายๆ อย่างด้วยความเป็นโปรดักชั่นที่ใหญ่ด้วย มืออาชีพด้วย เราก็ค่อนข้างจะตื่นเต้น และเราก็เป็นนักแสดงที่โนเนม ก็กลัวจะทำให้ทีมงานต้องทำงานช้า ทำให้งานของเขาช้าด้วยรึเปล่า หลายๆ อย่างอยู่ในความคิด แล้วอีกอย่างนึงเราทราบมาว่าคนที่ไปแคสติ้งส่วนใหญ่เป็นระดับนางเอก ซึ่งเก่งๆ แล้วก็เซ็กซี่มากๆ และฮอตมากๆ แล้วเรามาจากไหนทำไมเขาถึงเลือกเรา เราก็ยังไม่รู้อะไรมาก เราก็แอบไปถามพี่ๆ ให้เขาไปถามอ๊อกไซด์กับแดนนี่ว่าเลือกเราเพราะอะไร เราก็คิดเหมือนกัน เขาก็บอกว่าเลือกที่เพราะเป็นตัวคุณนี่แหละ มันดูเซ็กซี่โดยที่คุณไม่ต้องเก๊กอะไรอย่างนี้ค่ะ แล้วก็ให้ยูเป็นอย่างนี้ตลอดไป

แล้วอีกอย่างนึงก็แอบถามเขาว่าเราโอเคไหม เพราะถือว่าเป็นหนังเรื่องแรกของเราเลยนะ เราเล่นดีรึเปล่า อย่างที่บอกเวลาของเขาค่อนข้างกระชั้นชิด เขาบล็อกเวลามาแล้วว่าต้องเสร็จภายในกี่โมงถึงกี่โมง เขาก็จะไม่มีเวลามานั่งบอกเราอยู่แล้วว่าเราควรเล่นแบบไหนแบบไหน เราต้องเล่นไปเองก่อน แต่เราก็เล่นผ่านมาได้โดยที่เขาไม่ได้ให้ข้อสรุปอะไรกับเรา เราก็แอบถามว่าเป็นไงบ้าง เล่นโอเคไหม เขาก็บอกว่าโอเคแล้ว เขาชอบแคสติ้งของเรา ทีนี้ทำให้ความกดดันในการเล่นหรือว่าการรับเล่นหนังเรื่องนี้มันค่อยๆ น้อยลง น้อยลง"

ได้เรียนรู้อะไรจากการทำงานจากภาพยนตร์เรื่องนี้บ้าง

"หลายๆ อย่างค่ะ ประสบการณ์ที่ดี เทคนิคการถ่ายทำ คือ มีโปรดักชั่นที่ใหญ่ ทีมงานเป็นมืออาชีพหมดเลย ทีนี้การทำงานเราก็ได้เรียนรู้ประสบการณ์จากตัวเราเอง และเราได้เห็นได้รับได้เรียนรู้ อ๋อ เทคนิคการถ่ายหนังมันเป็นแบบนี้นี่เอง วิธีการเล่นต้องเป็นแบบนี้ วิธีการถ่ายต้องเป็นแบบนี้ ต้องมีการเข้าเวิร์กชอปก่อน มันหลายๆ ขั้นตอน เราได้ประสบการณ์ โดยที่เราไม่ต้องหาซื้อมาจากไหนมันได้เยอะมาก ต่อให้ไปซื้อก็ไม่รู้จะไปซื้อมาได้จากที่ไหนด้วยมันมีคุณค่ามากๆ สำหรับเป้ยนะคะ"

อยากให้พูดถึงผู้กำกับ อ๊อกไซด์ กับ แดนนี่ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง

"อ๊อกไซด์กับแดนนี่เขาเป็นคนที่น่ารักมาก ทุกวันนี้เป้ยยังแยกแยะไม่ออกเลยว่าใครคืออ๊อกไซด์ ใครคือแดนนี่เหมือนกันมาก บางทีที่เขามีการแยกกอง แดนนี่เขาก็มากำกับหรือว่าบางทีเขาก็มีการสลับกันวันพรุ่งนี้อ๊อกไซด์มากำกับ ทั้งสองคนให้ความรู้สึกที่เป็นกันเองเหมือนกัน เป็นมืออาชีพจริงๆ เก่งมาก แล้วก็สามารถทำให้เราไม่รู้สึกเกร็งหรือว่าตื่นเต้นหรือว่ารู้สึกกดดันอย่างที่บอก เราจะหายจากอารมณ์พวกนั้นไปเลย เนื่องจากผู้กำกับเขาจะมาคุยกับเราก่อนว่าเราต้องเล่นอะไร ไลน์ต้องเป็นไปตามนี้นะ บล็อกกิ้งต้องเป็นไปตามนี้ๆ นะ

พอได้คุยได้สัมผัสกับเขาแล้วรู้สึกว่าเราสบายใจที่จะได้เล่น เรามีความรู้สึกว่าเราเป็นตัวของเราเอง เราเล่นไปตามที่เราเป็นเลย ตรงนี้มันเป็นความพิเศษ เป็นความรู้สึกที่ว่าเขาได้ส่งอารมณ์แบบนี้มาให้เรา ใช้คำพูดแบบนี้กับเรา ทำให้เราสบายใจที่ได้ร่วมงานกับเขาแล้วเขาก็ถือว่าเป็นมืออาชีพมากๆ "

เคยดู Bangkok Dangerous ที่เป็นรูปแบบไทยไหม

"เคยดูบ้างค่ะ แต่ก็ลืมๆ ไปแล้ว ตอนนั้นที่ แบงค์ ปวริศร์ (ปวริศร์ มงคลพิสิษฐ์) เล่นจำได้แค่นั้นนะคะ"

ถ้าในชีวิตจริงจะต้องเจอเหตุการณ์แบบเรื่องนี้ จะมีวิธีรับมืออย่างไร

"ถ้าเกิดเลือกไม่ได้แล้วต้องเกิดมาเป็นแบบอ้อมจริงๆ นะ การใช้ชีวิตของเป้ย เป้ยจะหลีกเลี่ยงการไม่เสี่ยงอันตรายไปมากกว่านี้ รู้ทั้งรู้ว่าเราต้องประกอบอาชีพแบบนี้ คือเป็นสาวโคโยตี้ที่มีความเสี่ยงในด้านการงานด้านอาชีพอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นคนรอบตัวหรือผู้ใช้บริการก็ตามแต่ ฉะนั้นเป้ยอาจจะหลีกเลี่ยงโดยการไม่ไปเป็นนกต่อ หรือว่าถ้าต้องเป็นจริงๆ ก็อาจจะเก็บตัวให้เงียบที่สุด ซึ่งจริงๆ ในตัวอ้อมเขาก็เป็นคนอย่างนั้นอยู่แล้ว ก็อาจจะใช้วิธีอย่างอ้อมนะคะ อยู่แบบเงียบๆ ไม่แสดงตัวตนออกมาว่าเราเป็นใคร ทำหน้าที่หลักๆ ของเราก็คือเป็นสาวโคโยตี้ แต่ว่าอาชีพเสริมของเราคือการเป็นนกต่อ ก็คือว่าเงียบเข้าไว้ให้มากที่สุด"

ฉากที่ประทับใจมากที่สุดในภาพยนตร์เรื่องนี้

"ประทับใจทุกฉากเลยค่ะ ทั้งๆ ที่บางฉากเราไม่ได้เล่น แต่เราก็ประทับใจ แต่ที่สุดคงเป็นฉากที่ นิโคลัส เคจ มาช่วย อย่างที่บอกได้ร่วมงานได้เข้าฉากกับ นิโคลัส เคจ ด้วย อีกอย่างนึงเป็นฉากที่ก้องจะต้องแสดงความรัก แสดงความเป็นห่วงกับเรา ต้องปกป้องคุ้มครองดูแลเรา ซึ่งฉากนี้พี่ชาคริตเล่นได้ถึงอารมณ์ถึงบทบาททำให้เรารู้สึกได้ว่าเขาเป็นห่วงเราจริงๆ คงเป็นฉากนั้นนะคะ"

คิดว่าภาพยนตร์เรื่องน่าสนใจและน่าดูตรงไหน

"หลายอย่างค่ะ ไม่ว่าจะเป็นตัวงาน ตัวนักแสดง ตัวโปรดักชั่น ธีมเรื่องเป็นอะไรที่น่าสนใจอยู่แล้ว แล้วก็เกี่ยวกับกรุงเทพฯ ด้วย แต่ว่าเนื้อหาก็ไม่ได้สื่อว่ากรุงเทพฯ เป็นยังไง แต่ก็มีโลเกชั่นหลักที่กรุงเทพฯ ใช้เมืองไทยเป็นโลเกชั่นหลัก เป้ยก็อยากจะให้มาดูกันซึ่งมันน่าสนใจ แล้วอีกอย่างนึงได้เห็นศักยภาพของนักแสดงคนไทย ตรงนี้อะไรหลายๆ อย่าง ซึ่งเป้ยว่าน่าลองมาชมมาดูกัน"

อยากฝากอะไรบ้าง

"ก็อยากจะฝากถึงผลงานเรื่อง Bangkok Dangerous ซึ่งเราได้เห็นถึงศักยภาพของนักแสดงคนไทย สามารถร่วมงานกับฮอลลีวูดได้ เป็นอะไรที่สุด เป็นสิ่งที่น่าปลื้มแทนคนไทย อีกอย่างโลเกชั่นก็เป็นเมืองไทยด้วย จึงอยากให้มาชมกันในวันที่ 4 กันยายน นี้ Bangkok Dangerous เข้าโรงแน่นอนค่ะ"

ติดตามชม Bangkok Dangerous ภาพยนตร์ไทยที่ถูกนำไปสร้างใหม่ในฉบับฮอลลีวูด วันที่ 4 กันยายนนี้ ที่โรงภาพยนตร์

ความคิดเห็น

ภาพยนตร์ที่เกี่ยวข้อง

วันนี้ในอดีต

  • In Time
    เข้าฉายปี 2011
    แสดง Justin Timberlake, Amanda Seyfried, Olivia Wilde
  • เสือคาบดาบ
    เข้าฉายปี 2005
    แสดง อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร, พิมลรัตน์ พิศลยบุตร, พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
  • All About Love
    เข้าฉายปี 2005
    แสดง Andy Lau, Charlie Young, Charlene Choi

เกร็ดภาพยนตร์

  • Hugo - ดัดแปลงมาจากหนังสือขายดีเรื่อง The Invention of Hugo Carbret ของ ไบรอัน เซลซ์นิก อ่านต่อ»
  • Ghost Rider: Spirit of Vengeance - อีวา เมนเดส ปฏิเสธที่จะกลับมารับบทเดิมจากภาคที่แล้วในภาคนี้ อ่านต่อ»
เกร็ดจากภาพยนตร์สามารถดูได้ในหน้าข้อมูลภาพยนตร์แต่ละเรื่อง

เปิดกรุภาพยนตร์

สิงห์ ลูกชายวัยรุ่นของ ครูศรัทธา หัวหน้าคณะโนราโรงครูอันศักดิ์สิทธิ์ ไม่ต้องการสืบทอดโนราโรงครูต่อจากผู้เป็นพ่อและยังพล...อ่านต่อ»