1. สยามโซน
  2. ภาพยนตร์
  3. ข่าววงการภาพยนตร์

The Kick ผสานศิลปะการต่อสู้บู๊ปนฮาจากไทยและเกาหลีใต้

The Kick ผสานศิลปะการต่อสู้บู๊ปนฮาจากไทยและเกาหลีใต้

"The Kick" หรือ "วอนโดนเตะ!!" ภาพยนตร์แนวคอมเมดีแอ็กชันเคป๊อป ที่เป็นการจับมือร่วมทุนสร้างของ 2 วงการภาพยนตร์ระหว่างไทยและเกาหลีใต้ ผ่านฝีมือการกำกับของ "ปรัชญา ปิ่นแก้ว" นำเสนอลีลาแม่ไม้มวยไทยผสมผสานด้วยเทควันโด ศิลปะการป้องกันตัวตามแบบฉบับของไทยและเกาหลีเอาไว้ด้วยกัน พร้อมที่จะฉายให้คนไทยได้ชมกันแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ The Kick ได้เข้าฉายที่เกาหลีใต้ ไปแล้วเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

ภาพยนตร์เรื่องนี้นำแสดงโดยตลกมืออาชีพที่มาเรียกเสียงฮาอย่าง "หม่ำ จ๊กมก" หรือ "เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา" และพบลีลาการต่อสู้แบบเมามันจากนางเอกสาวนักบู๊ร่างเล็ก "จีจ้า - ญาณิน วิสมิตะนันทน์" นอกจากนั้นก็ยังมี 2 นักแสดงจากเกาหลีที่มีความสามารถทางด้านกีฬาเทควันโดระดับทีมชาติ ทั้งหนุ่ม "นาแทจู" (Na Tae Joo) และสาว "คิมกยองซุก" (Kim Kyoung Suk) หรือ "เคคิม" (K Kim) อดีตสมาชิกวง "เบบี้วอกซ์" (Baby VOX) มาช่วยเสริมทัพสร้างความแข็งแรงในส่วนของฉากแอ็กชันอีกด้วย โดยมีการจัดงานแถลงข่าวร่วมพูดคุยกับผู้กำกับและเหล่านักแสดง เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ที่ผ่านมา ณ บริเวณโรงภาพยนตร์ เอสเอฟเวิลด์ ซีเนม่า เซ็นทรัลเวิลด์

ปรัชญา บอกถึงจุดเริ่มต้นของการร่วมมือระหว่างไทยและเกาหลีในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า "โปรดิวเซอร์ฝั่งไทยฝั่งเกาหลีก็คุยกันว่าที่เกาหลี เทควันโดเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก แต่ว่าที่เกาหลียังไม่เคยทำหนังที่เกี่ยวกับเทควันโดที่เน้นตรงนี้เลย แล้วก็เลยคุยกันว่าถ้าเกิดเอาผู้กำกับ องค์บาก มาทำเรื่องนี้น่าจะเป็นโปรเจกต์ที่น่าสนใจครับ"

เพื่อความสมจริง ปรัชญา ก็ได้คัดเลือกนักแสดงจากคนที่มีความสามารถทางเทควันโดจริงๆ มาร่วมงาน "จากที่ผมเคยทำตั้งแต่ องค์บาก จนถึง ช็อคโกแลต สิ่งที่พิสูจน์ว่าเราทำได้ดีและทำให้คนยอมรับได้ดีที่สุดก็คือผู้แสดงจะต้องมีความสามารถจริงๆ ครับ เหมือนกับ จา พนม (ทัชชกร ยีรัมย์) เหมือนจีจ้าที่เราเคยทำ เรามองว่าอยากได้นักแสดงเป็นชาวเกาหลีที่เขาเป็นนักเทควันโดหรือไม่ก็มีการแสดงเทควันโดที่ดีมากๆ อาจจะไม่ต้องดังก็ได้ ก็เลยได้ 2 คนนี้ เคคิมกับแทจู"

ผู้กำกับอธิบายถึงแนวภาพยนตร์ที่ให้คำจำกัดความว่าเป็นแนวแอ็กชันเคป๊อปว่า "เคป๊อป เราก็รู้ดีอยู่แล้วว่าเป็นกระแสที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก เราพยายามศึกษาหาข้อมูลว่าหนังแนวไหนจะสื่อสารกับคนได้มากที่สุด ก็ได้คำตอบว่าเป็นหนังที่เป็นคอมเมดี เพราะฉะนั้นแอ็กชันที่ผมทำในเรื่องนี้จะต้องเปลี่ยนโทนจากที่ผมเคยทำ เอากระแสหนังเคป๊อปที่ได้รับความนิยมมาผสมอยู่ในหนัง"

แทจู เล่าถึงบทบาทที่ได้รับว่า "สวัสดีครับ ผมชื่อแทจูครับ (ภาษาไทย) ในเรื่องผมรับบทเป็นแทยัง อายุประมาณ 20 ปีครับ เป็นลูกชายคนโตของครอบครัว มีความฝันที่อยากจะเป็นนักร้อง ชอบร้องเพลงชอบเต้น แต่ว่าที่บ้านอยากให้เรียนเทควันโดแล้วก็เล่นกีฬา แทยังเป็นคนที่เล่นกีฬาเก่งแล้วก็เก่งรอบด้านด้วย แต่เนื่องจากมีความฝันที่อยากจะเป็นนักร้องก็เลยทำให้มีการกระทบกระทั่งกับที่บ้านบ้าง" ส่วนสาว เคคิม กล่าวว่า "สวัสดีค่ะ ฉันชื่อเคคิมค่ะ (ภาษาไทย) ในเรื่องรับบทเป็นแทมิ เป็นน้องสาวของแทยัง คาแรกเตอร์จะเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างห้าวๆ เล่นกีฬาเก่ง แล้วก็ชอบเล่นฟุตบอล แต่เวลาที่เจอหนุ่มที่ถูกใจก็จะรู้สึกเขินมากค่ะ"

ทางด้าน จีจ้า ได้เผยถึงบทบาทของตัวเองว่า "ในเรื่องรับบทเป็นหว่าหวาค่ะ เป็นสาวติสต์ๆ เซอร์ๆ หน่อย ชอบอยู่ในป่า รักสันโดษ แต่ว่าชอบช่วยเหลือคนอื่น ก็คือครอบครัววอน (ครอบครัวของแทยังและแทมิ) มีปัญหา ก็เลยอพยพมาอยู่กับเรา เราก็คอยดูแลเขา" ในส่วนของบทบู๊ก็มีอาวุธรูปแบบใหม่ที่เพิ่มเข้ามา "ในเรื่องก็ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของมวยไทยไว้ แต่ว่ามีอาวุธใหม่ขึ้นมาก็คือไม้ง่ามค่ะ เหมือนไม้ง่ามลูกเสือแต่ว่าจะใหญ่กว่า แล้วขนาดประมาณเท่าตัวจ้าเลยค่ะ ก็ยากเหมือนกัน ปกติในหนังทั่วไปเราจะเห็นการใช้พลอง แต่ว่าอันนี้จะเป็นไม้ง่ามที่สามารถเกี่ยว ตวัด สามารถใช้ทุ่นแรงอะไรหลายๆ อย่างได้ค่ะ"

ส่วน หม่ำ ที่เคยได้ร่วมงานกับ ปรัชญา และ จีจ้า มาแล้ว ก็บอกความรู้สึกที่ได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งว่า "เป็นเหมือนครอบครัว เป็นครอบครัวภาพยนตร์ไปแล้ว ถ้าเกิดมีหนังฟอร์มใหญ่ๆ พี่ปรัชเขาจะนึกถึงผมตลอด หม่ำๆ มาทำงานได้แล้ว" พร้อมเอ่ยชมนักแสดงเกาหลีที่ได้ร่วมงานกันว่า "พอเขาแสดงเขาทุ่มเทกันมากนะ คนเกาหลีเวลาเล่นเขาเล่นจริงๆ เลยนะ มีอยู่ซีนนึงผมตกใจเลย เป็นซีนในโรงพยาบาล พ่อตบลูก โอ้โห ดังเปรี๊ยะเลย เขาทุ่มเทจริงๆ"

ผู้กำกับเผยการถ่ายทำและเรื่องภาษาไม่เป็นอุปสรรคในการทำงานร่วมกันระหว่าง 2 ชาติ "พอทำจริงๆ แล้วไม่ต่างนะ ทุกวันนี้ผมพยายามทำงานแบบว่าให้มีเวลาถ่ายกับเวลาพักผ่อน ไม่ค่อยโหมแล้ว ตอนที่ถ่ายเขาถามว่าคนไทยทำแบบนี้เหรอ ที่เกาหลีเขาแทบไม่ได้นอนเลยนะ ผมก็บอกว่าจริงๆ คนไทยก็แทบไม่ได้นอนเหมือนกัน เราคุยภาษาเดียวกันเป็นภาษาภาพยนตร์ แล้วสตันต์แมนไทยเราก็พูดอีสาน พอมาเจอเกาหลีกลายเป็นทุกอย่างไหลรวมเป็นภาษาเดียวกันหมด เข้าใจกันหมดครับ การถ่ายทำราบรื่น บางครั้งผมกำกับอยู่ ผมกำลังพูดกับล่ามอยู่ ตัวแสดงที่เป็นพ่อเป็นแม่เขาพยักหน้า ไม่ต้องแปลเขารู้แล้วว่าผมต้องการอะไร เขาก็เล่นแล้วก็ใช่จริงๆ"

ปรัชญา เล่าถึงการแสดงของ แทจู และ เคคิม ว่า "ผมมัวคิดแต่เรื่องว่าเขาจะเล่นแอ็กชันได้ขนาดไหน เวลาคุยกันไม่เคยคุยเรื่องแอ็กติ้งเลย คุยแต่เรื่องแอ็กชัน แต่พอเริ่มถ่ายวันแรกปรากฏว่าเขาเล่นได้ดีมากๆ ยิ่งฉากที่เข้าพร้อมหน้าพร้อมตากัน พ่อ แม่ 2 คนนี้แล้วมีจ้ายืนอยู่ด้วย ผมยังรู้สึกว่าจีจ้าจะรับอารมณ์ทันได้เท่าเขาไหม เพราะว่าเกาหลีอารมณ์เขาจะมากกว่าเรา เวลาโกรธเหมือนโกรธมากกว่าเรา เวลาดราม่าเขาจะดราม่าไปเลย แอ็กชันดีแอ็กติ้งก็ดีครับ"

เคคิม กล่าวความรู้สึกที่ได้ร่วมงานกับคนไทยว่า "รู้สึกดีใจมากๆ ที่ได้ร่วมทำงานกับพี่ปรัชซึ่งเป็นผู้กำกับที่มีชื่อเสียงมากๆ แล้วก็รู้สึกดีใจเหมือนกันที่ทำงานร่วมกับพี่หม่ำและจีจ้า เวลาที่ไปกองถ่ายก็มีความรู้สึกเหมือนว่าทุกคนเป็นครอบครัวเดียวกัน ในกองก็สนิทกับจีจ้าจะมีการหยอกล้อ เล่นกันตลอดเวลา ส่วนพี่หม่ำเป็นคนที่อารมณ์ดีมาก ทุกครั้งที่มากองถ่ายก็คอยสร้างสีสันและสร้างความสนุกให้กับทุกคนเลยค่ะ"

ฟาก แทจู บอกว่า "การที่ได้มาร่วมทำงานในภาพยนตร์เรื่องนี้เหมือนได้รับของขวัญชิ้นใหญ่เลยครับ เพราะในฐานะนักแสดงความฝันของทุกคนก็คืออยากจะทำงานกับผู้กำกับแล้วก็ร่วมงานกับนักแสดงที่มีชื่อเสียง สำหรับผมแล้วเรื่องนี้องค์ประกอบทุกอย่างครบเลย การมาเมืองไทยครั้งนี้ก็ต้องขอบคุณทุกๆ คนเป็นอย่างมากที่ทำให้ผมได้รับของขวัญชิ้นนั้นครับ"

ปรัชญา ฝากถึงความน่าสนใจของภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า "เป็นภาพยนตร์ที่ให้ความบันเทิง ดูได้ทั้งครอบครัว โดยเฉพาะคนที่สนใจเทควันโด ผมว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เหมาะมากๆ สำหรับคนที่ชอบดูหนัง หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่เป็นการทำงานร่วมงานไทย-เกาหลีเป็นครั้งแรก เราอยากรู้ว่าเกาหลีมองเรายังไง รู้สึกกับเรายังไง เขารักเราแค่ไหน หรือในขณะเดียวกันเรามีความรู้สึกและให้ความรักเขายังไง หนังเรื่องนี้เป็นบทพิสูจน์ตรงนั้นทั้งหมดเลย

สำหรับคนที่ชอบแอ็กชัน หนังเรื่องนี้เรามีการใส่ฉากแอ็กชันที่จะอาจจะไม่รุนแรงมากนัก แต่เราก็ใส่ฉากที่น่าสนใจ ในขณะเดียวกันบางฉากดูแล้วตื่นเต้นแล้วก็หัวเราะได้ด้วย" จากนั้นมาปิดท้ายงานด้วยการแสดงลีลาบู๊เล็กๆ น้อยๆ จากฝีมือของ 3 นักแสดงอย่าง จีจ้า เคคิม และ แทจู

ติดตามลีลาการบู๊พร้อมเรียกเสียงฮาแบบผสมผสานระหว่างไทยและเกาหลี ได้ในภาพยนตร์ร่วมทุนสร้าง The Kick วอนโดนเตะ!! เตรียมเข้าฉายในไทยวันที่ 22 ธันวาคม นี้เป็นต้นไปในโรงภาพยนตร์

สงวนลิขสิทธิ์ © ห้ามคัดลอก ตัดต่อ
ดัดแปลงหรือเผยแพร่ในสื่อใดๆ ก่อนได้รับอนุญาต
กดเพื่อดูรูปใหญ่ ปัดซ้าย-ขวาเพื่อดูรูปถัดไป
  • รูปภาพ 1
  • รูปภาพ 2
  • รูปภาพ 3
  • รูปภาพ 4
  • รูปภาพ 5
  • รูปภาพ 6
  • รูปภาพ 7
  • รูปภาพ 8
  • รูปภาพ 9
  • รูปภาพ 10
  • รูปภาพ 11
  • รูปภาพ 12
  • รูปภาพ 13
  • รูปภาพ 14
  • รูปภาพ 15
  • รูปภาพ 16
  • รูปภาพ 17
  • รูปภาพ 18
  • รูปภาพ 19
  • รูปภาพ 20
  • รูปภาพ 21
  • รูปภาพ 22
  • รูปภาพ 23
  • รูปภาพ 24
  • รูปภาพ 25
  • รูปภาพ 26
  • รูปภาพ 27
  • รูปภาพ 28
  • รูปภาพ 29
  • รูปภาพ 30
  • รูปภาพ 31
  • รูปภาพ 32
  • รูปภาพ 33
  • รูปภาพ 34
  • รูปภาพ 35
  • รูปภาพ 36
  • รูปภาพ 37
  • รูปภาพ 38
  • รูปภาพ 39
  • รูปภาพ 40
  • รูปภาพ 41
  • รูปภาพ 42
  • รูปภาพ 43
  • รูปภาพ 44
  • รูปภาพ 45
  • รูปภาพ 46
  • รูปภาพ 47
  • รูปภาพ 48
  • รูปภาพ 49
  • รูปภาพ 50
  • รูปภาพ 51
  • รูปภาพ 52
  • รูปภาพ 53
  • รูปภาพ 54
  • รูปภาพ 55
  • รูปภาพ 56
  • รูปภาพ 57
  • รูปภาพ 58
  • รูปภาพ 59
  • รูปภาพ 60
  • รูปภาพ 61
  • รูปภาพ 62
  • รูปภาพ 63
  • รูปภาพ 64
  • รูปภาพ 65
  • รูปภาพ 66
  • รูปภาพ 67
  • รูปภาพ 68

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น

ภาพยนตร์ที่เกี่ยวข้อง

วันนี้ในอดีต

  • 2012
    เข้าฉายปี 2009
    แสดง John Cusack, Amanda Peet, Woody Harrelson
  • The September Issue
    เข้าฉายปี 2009
    แสดง Anna Wintour, Oscar De la Renta, Patrick DeMarchelier
  • Vinyan
    เข้าฉายปี 2009
    แสดง Emmanuelle Beart, Rufus Sewell, Julie Dreyfus

เกร็ดภาพยนตร์

  • How to Be - ผู้กำกับ โอลิเวอร์ เออร์วิง เริ่มคิดสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ตั้งแต่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนภาพยนตร์ในปี 2003 จึงร่วมมือกับเพื่อนสนิท โจ เฮสติงส์ ในการพัฒนาบทภาพยนตร์และเขียนเพลงประกอบภาพยนตร์ พวกเขาจัดให้มีการซักซ้อมดนตรีตั้งแต่ช่วงแรกๆ เพื่อออกแบบอารมณ์ของดนตรีและบทภาพยนตร์ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน อ่านต่อ»
  • From Paris with Love - จอห์น ทราโวลตา ต้องโกนศีรษะโล้นเพื่อรับบท ชาร์ลี แวกซ์ ซึ่งเขาชอบมาก เพราะคิดว่าทรงผมนี้ทำให้เขาดูเหมือนมือปืนเถื่อนๆ ในยุโรปได้จริงๆ จึงช่วยให้เขาแสดงออกมาได้อย่างตรงไปตรงมาเต็มที่ เขารู้สึกคล้ายกับตอนที่เขาแสดงเรื่อง Pulp Fiction (1994) แม้ในเรื่องนั้นเขาจะไม่ได้โกนศีรษะก็ตาม อ่านต่อ»
เกร็ดจากภาพยนตร์สามารถดูได้ในหน้าข้อมูลภาพยนตร์แต่ละเรื่อง

เปิดกรุภาพยนตร์

คืนหนึ่งในเมืองที่ไม่มีอะไรพิเศษ จดหมายฉบับหนึ่งลอดใต้ประตูบ้านของบุรุษไปรษณีย์ชรา เฟอร์ดี (นาซีรุดดิน ชาห์) เข้ามา เขา...อ่านต่อ»