1. สยามโซน
  2. ภาพยนตร์
  3. ข่าววงการภาพยนตร์

เปิดตัว องค์บาก 2 ศาสตร์การต่อสู้ของพระเอกนักบู๊ จา พนม

เปิดตัว องค์บาก 2 ศาสตร์การต่อสู้ของพระเอกนักบู๊ จา พนม

ในที่สุดก็พร้อมเข้าฉายอวดสายตาท่านผู้ชมกันแล้ว สำหรับภาพยนตร์แอ็กชันย้อนยุค "องค์บาก 2" ผลงานการกำกับเรื่องแรกและร่วมแสดงนำของพระเอกนักบู๊ "จา - พนม ยีรัมย์" ที่ก่อนหน้านี้มีปัญหาติดขัดทำให้การถ่ายทำสะดุดไป โดยเปิดตัวเป็นเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ที่ผ่านมา ที่ลานพาร์ค พารากอน ซึ่งมีผู้สนใจมาร่วมงานอย่างแน่นขนัด

เปิดงานด้วยการแสดงศิลปะแม่ไม้มวยไทยจากเรื่อง "องค์บาก" รวมถึงท่ามวยช้างทำลายโรง ท่าเอกลักษณ์ในภาพยนตร์เรื่อง "ต้มยำกุ้ง" และก็ได้เวลาของ จา ที่ออกมาแสดงศิลปะการต่อสู้ที่ผสมทั้งไทย จีน ญี่ปุ่น เกาหลี มาให้ดูเป็นการเรียกน้ำย่อย แล้วมาเริ่มต้นด้วยการพูดคุยกับ 3 ผู้อยู่เบื้องหลังอย่าง "ปรัชญา ปิ่นแก้ว" ในฐานะผู้ควบคุมงานสร้าง "พันนา ฤทธิไกร" ผู้กำกับและผู้ควบคุมฉากบู๊ และ "เอก เอี่ยมชื่น" ผู้ออกแบบงานสร้างรวมถึงเป็นผู้เขียนบทสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ กับคำถามที่ถามว่าถ้าให้เลือกฉากที่คิดว่าทุกคนจะต้องกล่าวถึงในภาพยนตร์เรื่องนี้จะเลือกฉากไหน

ปรัชญา บอกว่า "คงเป็นทุกฉากที่มีการแสดงสัมพันธ์กับช้าง เพราะว่ามีฉากเกี่ยวกับช้างอยู่หลายฉาก ผมว่าทุกฉากที่เกี่ยวกับช้างเป็นฉากไฮไลต์ทั้งหมดอยากให้ลองเข้าไปดู อย่างฉากที่ก็กระโดดขึ้นบนหลังช้างก็เป็นหนึ่งในหลายฉาก แล้วก็มีอีกหลายฉากที่ต่อสู้กันเพื่อให้สัมพันธ์กับสรีระของช้าง อันนี้ต้องยกความดีให้กับศิลปะการต่อสู้ของพันนาและของจา"

ด้าน พันนา เลือกฉากต่อสู้สุดท้ายของเรื่องโดยเล่าว่า "เป็นฉากต่อสู้ที่เราเอาศิลปะการต่อสู้ทุกประเภท ทุกชาติมารวมกัน คือจา เขาไปเรียนศิลปะการต่อสู้ของจีน ญี่ปุ่น เกาหลี เอาหลายชาติมารวมกัน รวมทั้งของไทยด้วยที่คิดค้นขึ้นมาใหม่ เราก็จะออกแบบท่าทางให้สมกับศิลปะของชาตินั้นๆ แล้วค่อยๆ ไต่ระดับไปจนสูงขึ้นเรื่อยๆ ยากขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นไฮไลต์ของซีนนี้ ซึ่งใช้เวลานานกว่าจะเกิดซีนนี้ขึ้นมาได้ และต้องใช้พละกำลังมาก"

เอก เอี่ยมชื่น อธิบายถึงฉากที่เป็นฉากสุดยอดในภาพยนตร์ให้ฟังว่า "เป็นฉากลอบสังหารซึ่งเป็นฉากใหญ่ ในเนื้องานสร้างเป็นฉากที่ใหญ่ที่สุดเป็นพระราชวังขอมเมืองใหม่ที่เพิ่งสร้าง เพราะฉะนั้นก็เป็นการรวมศิลปะขอมโบราณ ใช้เวลานานมากในการสร้าง สร้างฉากประมาณปีนึงแล้วก็สร้างเป็นปิรามิดขึ้นไปมีพระราชวังอยู่ด้านบน มีลานช้างซึ่งจะได้เห็นการต่อสู้ระหว่างคนแล้วก็ช้างซึ่งยิ่งใหญ่ที่สุด ผมคิดว่าน่าจะเป็นฉากใหญ่ต้นๆ ของประเทศ ใช้เนื้อที่ในการสร้าง 25 ไร่ งบในการสร้างฉากนี้ฉากเดียวก็เกือบๆ 25 ล้าน"

จากนั้นมาพบกับเหล่านักแสดงอย่าง "หนิง - นิรุตติ์ ศิริจรรยา" "เอก - สรพงษ์ ชาตรี" "หนุ่ม - สันติสุข พรหมศิริ" "ดี้ - ปัทมา ปานทอง" "เดี่ยว - ชูพงษ์ ช่างปรุง" "จ๊ะจ๋า - พริมรตา เดชอุดม" และ "ต๊อก - ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ" ที่มากล่าวถึงความประทับใจที่ต่อภาพยนตร์เรื่องนี้ โดยเริ่มจากนักแสดงอาวุโส หนิง ที่กล่าวว่า "ก็คงจะเหมือนกับการทำงานเกือบทุกๆ เรื่องว่าเราจะต้องสนุก ชอบ และประทับใจกับงานไม่ว่างานจะใหญ่หรือว่าเล็ก แต่ว่างานครั้งนี้ที่เราได้ร่วมด้วยเป็นงานที่ค่อนข้างยากตั้งแต่ผมได้ร่วมแสดงมา"

ด้าน เอก สรพงษ์ พูดว่า "ผมแสดงมา 39 ปี 400 กว่าเรื่อง ส่วนมากเป็นหนังบู๊ แต่ว่ายังไม่เคยเห็นบู๊เรื่องไหนเหมือนกับองค์บาก 2 เพราะว่ามีเทคนิคบู๊เยอะ บู๊แล้วต้องหลั่งน้ำตา อันนี้แตกต่างจากบู๊ที่เคยแสดงมา" ฟาก หนุ่ม บอกถึงความรู้สึกว่า "ผมก็เล่นหนังมาเยอะเหมือนกัน แต่ผมก็ไม่เคยเล่นหนังเรื่องไหนที่มีความละเอียดขนาดนี้ ไม่เคยเล่นภาพยนตร์ที่ฉากเดียวถ่าย 4-5 วัน เรื่องนี้ละเอียดมากรับรองออกมาเนี่ยเป็นงานคุณภาพจริงๆ "

ส่วนที่นักแสดงที่หายหน้าไปนานอย่าง ดี้ พูดว่า "เป็นหนังบู๊ที่รวมเอาความรู้สึกในทุกๆ อารมณ์ของมนุษย์มีทั้งโกรธ แค้น ความรัก ความเสียใจ แล้วก็รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้ร่วมงานเรื่องนี้ด้วย เพราะว่าเป็นหนังที่จาเขาทุ่มเท แล้วก็ตัวเองก็ทุ่มเทกับการทำงานครั้งนี้มากๆ" ส่วนความประทับใจของนักบู๊รุ่นน้อง เดี่ยว เล่าว่า "ผมก็รู้สึกภูมิใจนะครับที่ได้มาเล่นหนังแอ็กชั่น ผมว่าผมมีวาสนาที่ดีคือมีโอกาสได้เล่นกับพี่พันนา ซึ่งเป็นระดับอาจารย์ แล้วก็มาเล่นกับพี่จาในเรื่องนี้ ถือว่าเป็นวาสนาที่ดีในเรื่องของการเล่นแอ็กชั่น เพราะว่าไม่ใครเทียบทั้ง 2 คนนี้ได้ ผมเป็นคนแรกที่ได้ร่วมงานกับทั้ง 2 คนผมภูมิใจมากครับ"

ทางด้านสาวตาโต จ๊ะจ๋า พูดว่า "สำหรับจ๊ะจ๋าเองก็ดีใจแล้วก็เป็นเกียรติมากๆ ที่ได้ร่วมเล่นหนังที่คนทั้งโลกรอชมขนาดนี้นะคะ ตัวจ๊ะจ๋าเองก็ทำงานเต็มที่ อยากบอกทุกคนว่าอยากให้ดูหนังเรื่องนี้เพราะว่าเกินความคาดหวังแน่นอนค่ะ" และ ต๊อก กล่าวว่า "ถือว่าเป็นหนังแอ็กชั่นที่เวลาทำงานแล้วทุกคนเงียบที่สุดที่เคยสัมผัสมา เพราะจาเขาตั้งใจ มีระเบียบวินัยมากๆ สมาธิสูงมาก ทุกซีนทุกคัท จาเขาให้ความสำคัญอย่างยิ่งเลยครับ"

แล้ว จา ก็ออกมาทักทายทุกคนอีกครั้ง ก่อนจะมากล่าวความรู้สึกถึงภาพยนตร์จากการกำกับเรื่องแรกที่กำลังจะเข้าฉายแล้วว่า "รู้สึกดีใจมากๆ ครับ ตอนเด็กๆ ผมชอบดูหนังแล้วเป็นเด็กดูหนังกลางแปลง ชอบดูหนังบู๊ แต่ในวันนี้ผมได้มาทำและกำกับเองเป็นสิ่งที่ภาคภูมิใจที่ได้มีวันนี้ ต้องขอบคุณบุคคลหลายๆ ท่านที่ทำให้เกิดภาพยนตร์เรื่อง องค์บาก ภาค 2

ผู้ที่อยู่บนเวทีที่เป็นส่วนประกอบที่สำคัญ เพราะว่าในองค์บาก ภาค 2 เราเลือกสรรบุคคลที่มีฝีมือระดับหนึ่งของประเทศไทยในการทำภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเป็นฉากแอ็กชั่น โปรดักชั่นที่สวยงามโดยฝีมือคุณเอก เอี่ยมชื่น ผู้ควบคุมฉากแอ็กชั่น อาจารย์พันนา และเราก็ยังมีกลุ่มนักแสดงที่ล้วนแล้วแต่มีฝีมือ และที่ขาดไม่ได้กับพี่ที่ทำให้ผมมีโอกาสมาเล่น องค์บาก ภาคแรก คุณปรัชญา ปิ่นแก้ว ที่ทำให้ผมมีชื่อเสียงและทำให้ผมมีโอกาสทำหนัง องค์บาก ภาค 2 และผู้อำนวยการสร้างเสี่ยเจียง สมศักดิ์ รัตนประเสริฐ"

จา ขอพูดฝากผลงานเรื่องนี้ไว้ว่า "ผมอยากให้คนไทยสนับสนุนหนังไทย เนื่องจากหนัง องค์บาก ภาคแรก แล้วก็ ต้มยำกุ้ง ประสบความสำเร็จก็ทำให้ชาวต่างชาติรู้จักหนังไทยมากขึ้น หนังไทยหลายเรื่องที่เคยสร้างชื่อ ไม่ว่าจะเป็น ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช สุริโยไท หรือหนังไทยอีกหลายๆ เรื่อง ที่ทำให้ชาวต่างชาติรู้ว่านี่คือฝีมือของคนไทย และผมก็มีความคิดเห็นว่าชาวต่างชาติน่าจะเห็นสิ่งที่ดีๆ ในเมืองไทย หนังเรื่อง องค์บาก 2 น่าจะเป็นอะไรที่พวกเราได้ร่วมมือกันสร้างให้ชาวต่างชาติได้เห็นในสิ่งที่ดีๆ ผมมีความภาคภูมิใจว่าผมมาจากประเทศไทยและนี่คือทีมงานไทย เวลาไปต่างประเทศก็สามารถบอกกับคนทั้งโลกได้อย่างภาคภูมิใจว่านี่คือผลงานของคนไทย"

ปิดท้ายที่ "เสี่ยเจียง - สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ" กับคำกล่าวที่ว่า "ผมดีใจมากที่ได้เห็นภาพยนตร์เรื่องนี้ ผมมีความพยายามตั้งแต่แรกที่จะสร้างหนังไทยไปสู่ตลาดโลกให้คนต่างประเทศได้รู้จักประเทศไทยมากขึ้น วันนี้ผมรู้สึกภูมิใจที่ผมได้ทำสำเร็จแล้วอย่างน้อยทั่วโลกก็อยากดูหนังผม หนังที่จาเล่น และผมอยากให้พวกเราทุกคนมีความชื่นชม อยากให้ได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วท่านจะรู้ว่านี่คือหนังไทยที่เมืองนอกไม่กล้าดูถูกเรา ผมสามารถทำหนังไทยไปต่างประเทศได้ และภูมิใจอย่างยิ่งในฐานะคนไทยคนนึงที่สามรถทำให้คนทั้งโลกรู้จักประเทศไทยมากขึ้น"

จับตาดูผลงานการกำกับเรื่องแรกของ จา ที่มาพร้อมกับการต่อสู้ที่แปลกใหม่ได้ใน องค์บาก 2 เข้าฉายต้อนรับวันพ่อ 5 ธันวาคม นี้ ในโรงภาพยนตร์

สงวนลิขสิทธิ์ © ห้ามคัดลอก ตัดต่อ
ดัดแปลงหรือเผยแพร่ในสื่อใดๆ ก่อนได้รับอนุญาต
กดเพื่อดูรูปใหญ่ ปัดซ้าย-ขวาเพื่อดูรูปถัดไป
  • รูปภาพ 1
  • รูปภาพ 2
  • รูปภาพ 3
  • รูปภาพ 4
  • รูปภาพ 5
  • รูปภาพ 6
  • รูปภาพ 7
  • รูปภาพ 8
  • รูปภาพ 9
  • รูปภาพ 10
  • รูปภาพ 11
  • รูปภาพ 12
  • รูปภาพ 13
  • รูปภาพ 14
  • รูปภาพ 15
  • รูปภาพ 16
  • รูปภาพ 17
  • รูปภาพ 18
  • รูปภาพ 19
  • รูปภาพ 20
  • รูปภาพ 21
  • รูปภาพ 22
  • รูปภาพ 23
  • รูปภาพ 24
  • รูปภาพ 25
  • รูปภาพ 26
  • รูปภาพ 27
  • รูปภาพ 28
  • รูปภาพ 29
  • รูปภาพ 30

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ภาพยนตร์ที่เกี่ยวข้อง

วันนี้ในอดีต

  • คนเล่นของ
    เข้าฉายปี 2004
    แสดง ศุภักษร ไชยมงคล, อาริษา วิลล์, อิศรา โอชะกุล
  • The A-Team
    เข้าฉายปี 2010
    แสดง Bradley Cooper, Liam Neeson, Jessica Biel
  • Around the World in 80 Days
    เข้าฉายปี 2004
    แสดง Jackie Chan, Steve Coogan, Cecile De France

เกร็ดภาพยนตร์

  • Hunter's Prayer - ดัดแปลงจากหนังสือนวนิยาย For the Dogs อ่านต่อ»
  • The Clock - In the year of 1940, the song Gloomy Sunday was known as the suicide song as many suicides recorded were related to it. Listening to this song has led to a French lady committing suicide as well after the death of her boyfriend, a clock engineer at that time. Her soul was not at peace and it returned with the purpose of fulfilling the desires of other victims of depression. Cheata, a girl living with her father and stepmother after her biological mother, Chanda, left the family, is suffering from depression. Every day she suffers mental and physical abuses from her stepmother. Together with her longing for her true mother, this had led Cheata to slip deeper and deeper into depression. Holding on to her mother's photo and listening to her mother's lullaby every night does little to heal her heartache and depression. It is through this weakness that Cheata succumbed and falls under the control of the spirit of the French Lady who possesses the Clock. After learning about the events that. อ่านต่อ»
เกร็ดจากภาพยนตร์สามารถดูได้ในหน้าข้อมูลภาพยนตร์แต่ละเรื่อง

เปิดกรุภาพยนตร์

ในฤดูร้อนปี 1969 บัดดี (จูด ฮิลล์) วัย 9 ขวบรู้ดีว่าตัวเขาเป็นใคร และตำแหน่งแห่งที่ของเขาอยู่ที่ใด เขาเป็นเด็กในครอบครั...อ่านต่อ»