1. สยามโซน
  2. ภาพยนตร์
  3. ข่าววงการภาพยนตร์

พูดคุยกับผู้กำกับและนักแสดงนำจาก The Wedding Game

พูดคุยกับผู้กำกับและนักแสดงนำจาก The Wedding Game

"The Wedding Game" ภาพยนตร์โรแมนติกคอเมดีสัญชาติสิงคโปร์ ฝีมือของ "เอกชัย เอื้อครองธรรม" ผู้กำกับชาวไทยที่มีผลงานมาแล้ว อาทิ "บิวตี้ฟูล บ๊อกเซอร์" และ "โลงต่อตาย" ร่วมด้วยนักแสดงชื่อดังของสิงคโปร์อย่าง "ฟานน์ หว่อง" (Fann Wong) หรือ "ฟั่นเหวินฟาง" (Fann Woon Fong) และ "คริสโตเฟอร์ ลี" (Christopher Lee) หรือ "หลี่หมิงซุ่น" (Li Ming Shun) ซึ่งนอกจากต้องสวมบทบาทเป็นคู่รักในจอแล้ว ทั้งคู่ยังเป็นคู่รักในชีวิตจริงอีกด้วย

ภาพยนตร์เรื่อง The Wedding Game ทำรายได้เปิดตัวสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งถึงสองสัปดาห์ซ้อนเมื่อเข้าฉายที่ประเทศสิงคโปร์ และเรื่องนี้ยังได้รับเกียรติให้เป็นภาพยนตร์เปิดเทศกาลภาพยนตร์ตลกโลก ปี 2009 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ อีกด้วย โดยเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ที่ผ่านมา ณ โรงแรมสยามซิตี้ สื่อมวลชนชาวไทยก็มีโอกาสได้พูดคุยกับนักแสดงนำและผู้กำกับชาวไทยเกี่ยวกับภาพยนตร์อลหม่านการแต่งงานเรื่องนี้

มีโอกาสเข้ามากำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ได้อย่างไร

เอกชัย "ก็มีเรื่อง โลงต่อตาย ที่ไปฉายที่สิงคโปร์ และมันได้บอกซ์ออฟฟิศที่ดีมาก ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมโปรดิวเซอร์ของที่นั่นคิดว่าผมทำ โลงต่อตาย แล้วจะทำหนังตลกได้ คนละแนว แต่เค้าก็ติดต่อมา จริงๆ มันเป็นไอเดียที่เราคุยกันตั้งนานแล้วกับโปรดิวเซอร์ที่สิงคโปร์ว่าอยากจะทำหนังเกี่ยวกับเรื่องของการแต่งงาน คิดว่ามันแปลกดี เพราะการแต่งงานจริงๆ มันเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ในเอเชียมันกลายเป็นเรื่องส่วนรวมเวลาเราจะแต่งงาน

และเค้าบอกว่าถ้าเกิดสามารถเอาคริสกับฟานน์มาเล่นได้ คิดยังไง เพราะว่าสองคนนี้มีประวัติเรื่องของการจีบกันอย่างพยายามแอบสื่อมาตั้งนาน มันก็เลยมีโอกาสที่จะเอาชีวิตเค้ามาล้อเลียนตัวเค้าเองด้วย ผมคิดว่าการแต่งงาน พอมันเป็นเรื่องของเซเลบริตี มันยิ่งทำให้เรื่องที่เป็นเรื่องส่วนตัว กลายเป็นเรื่องส่วนรวมที่รุนแรงมากขึ้น ตลกได้มากขึ้น คือในหนัง พวกเค้าจะเล่นเป็นคนที่ในชีวิตจริงเกลียดกัน แต่ต้องออกมาโกหกว่ารักกันและจะแต่งงานกัน เพื่อเรียกเรตติ้ง เพื่อเรียกงานอีเวนต์ เพื่อเรียกสปอนเซอร์เข้า ต่อหน้าสื่อก็ทำเป็นจูบกัน ประมาณนี้ครับ"

ยากไหมที่เปลี่ยนแนวมากำกับภาพยนตร์โรแมนติกคอเมดี

เอกชัย "ผมเคยทำละครเวทีตลกมาพอสมควร แต่ว่าหนังเป็นเรื่องแรก แต่ที่ทำได้ ผมคิดว่าสนุกและง่ายเพราะสองคนนี้ ชีวิตจริงเค้าสนิทกันมาก"

ทำไมทั้งคู่ถึงตัดสินใจรับเล่นเรื่องนี้

คริส "เมื่อ 7 ปีก่อน ผมตัดสินใจว่าจะไม่เล่นหนังรักร่วมกัน เพราะมันดูแปลกๆ แต่ว่าเรื่องนี้มีคุณเอกชัยเป็นผู้กำกับ เลยตัดสินใจรับเล่นครับ"

ฟานน์ "ถูกหลอกให้มาเล่นค่ะ (หัวเราะ) จะเล่นหนังรักร่วมกันก็ดูแปลกๆ แต่ว่าเมื่อดูเนื้อเรื่องก็โอเค และมีคุณเอกชัยเป็นผู้กำกับก็เชื่อมั่น และคิดว่าเล่นเรื่องนี้น่าจะสนุก เป็นเรื่องราวตลกขบขัน ซึ่งสิงคโปร์กำลังขาดหนังแนวนี้อยู่พอดีค่ะ"

นักแสดงนำมีบทบาทแปลกใหม่ยังไงในภาพยนตร์เรื่องนี้

ฟานน์ "ภาพยนตร์เรื่องนี้มีปมหลายอย่างซับซ้อน และส่วนหนึ่งเป็นการเสียดสีวงการบันเทิง เนื้อเรื่องก็จะมีทั้งประเด็นที่เกี่ยวกับความรักซึ่งอ่อนโยนและขบขัน บางครั้งก็ปวดร้าว ฉันคิดว่าผู้ชมได้ชมแล้วจะรู้สึกอบอุ่นมากค่ะ"

คิดว่าเรื่องนี้จะทำให้ผู้ชมสนุกสนานไปได้ยังไง

คริสโตเฟอร์ "ในชีวิตจริง เราทั้งคู่เป็นคนรักกัน แต่ว่าในหนังความพิเศษคือจะมีฉากบางฉากที่อาจจะไม่ได้เห็นในชีวิตจริงของเราทั้งสองคน ผมคิดว่าความพิเศษเหล่านี้ ทำให้ผู้ชมสามารถรู้สึกขบขันได้ ไม่ว่าจะเป็นการแหย่กัน การทะเลาะกัน หรือว่ามุกต่างๆ ครับ ในเรื่องนี้จะต้องทะเลาะกันบ่อยมากครับ"

เอกชัย "สองคนนี้จะไปคิดการบ้านมาเยอะมาก อย่างเช่นมีฉากนึงซึ่งพระเอกกับนางเอกจะต้องทำเป็นอยู่คอนโดเดียวกัน เพื่อหลอกให้ปาปารัซซีเชื่อว่าเป็นคู่รักจริงๆ ในหนังคริสจะต้องทำอะไรแรงๆ กับฟานน์ ประมาณตบตีกัน เค้าก็บอกว่าเป็นมวยปล้ำได้ไหม เราก็บอกว่าได้ พวกเค้าก็คิดท่ามาให้ครบเลย และทำเทกเดียวได้ เก่งมากเลย"

ผู้กำกับเข้าถึงเรื่องราวต่างๆ มุกต่างๆ ของสิงคโปร์ได้ยังไง

เอกชัย "ผมก็อยู่สิงคโปร์มาพักนึง และคิดว่าในเอเชียเรื่องมุกของพ่อแง่แม่งอน ไม่ว่าจะเป็นเกาหลี เมืองไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย เราก็จะมีอะไรประมาณนี้ คือมันเป็นฟอร์มของโรแมนติกคอเมดี ที่เราอยากจะให้คนสองคนที่ตอนแรกรักกันไม่ได้และทำให้เค้ารักกันได้ ผมคิดว่าไม่ว่าจะชาติไหนก็น่าจะดูและเข้าใจ"

ทำงานกำกับที่สิงคโปร์เป็นยังไงบ้าง

เอกชัย "จริงๆ งานนี้เป็นงานแปลกอยู่ส่วนหนึ่ง คือผมเอาทีมไทย ตากล้องไทย ผู้ช่วยตากล้อง หลักๆ เป็นคนไทย คือพวกเค้าทั้งคู่คิวทองมาก เป็นหนังที่ต้องทำค่อนข้างเร็ว เอาทีมไทยไปร่วมทำงานกับสิงคโปร์ ซึ่งเรามีวิธีการทำงานค่อนข้างต่างจากสิงคโปร์ คือคนไทยทำเร็วมาก เพราะเราเข้าขากันดี พอทำไป ก็เริ่มเข้าขากัน คือคนสิงคโปร์เป็นคนที่หามรุ่งหามค่ำ พอทำไปได้แป๊บนึงก็จูนกันได้ ก่อนเราทำงานผมจะขู่เค้าก่อนเลยว่าทีมผมทำงานแบบไม่นอนเลยนะ พอเราถ่ายเสร็จ ดาราไปพักผ่อน แต่ว่าเรานอนไม่ได้ เค้านึกว่าเราขู่ แต่ว่ามันเป็นเรื่องจริง เค้าก็เลยรู้ว่าเราค่อนข้างจะบ้าเลือด"

ได้ร่วมงานกับผู้กำกับชาวไทยรู้สึกยังไงบ้าง

ฟานน์ "ฉันได้ดูผลงานของคุณเอกชัย ไม่ว่าจะเป็น โลงต่อตาย หรือ บิวตี้ฟูล บ็อกเซอร์ แต่การมาร่วมงานกันในหนังแนวคอเมดีครั้งนี้ ฉันก็รู้ว่าคุณเอกชัยเป็นผู้กำกับแนวคอเมดีที่เก่งมาก มีมุกต่างๆ เวลาการถ่ายทำ เค้าจะเป็นเหมือนเด็กคนหนึ่ง ที่คอยเล่นกับนักแสดงอยู่ตลอดเวลา ทำให้การถ่ายทำเป็นไปด้วยความสนุกสนาน"

คริสโตเฟอร์ "ผมไม่เคยร่วมงานกับผู้กำกับชาวไทยมาก่อน แต่เมื่อได้ร่วมงานกัน รู้สึกว่าคนไทยนิสัยน่ารัก มีอารมณ์ขัน ทำให้บรรยากาศการถ่ายทำสนุกสนาน ไม่เครียด ถึงแม้จะหนังเรื่องนี้จะเป็นหนังคอเมดี แต่ผู้กำกับชาวไทยมีความทุ่มเทในการทำงานมากครับ"

คิดว่าเพราะอะไรภาพยนตร์เรื่องนี้ถึงโด่งดังในสิงคโปร์

คริสโตเฟอร์ "เพราะผู้กำกับและนักแสดงทั้งสองคนเก่งมาก (หัวเราะ) ผมไม่เคยแสดงหนังใหญ่มาก่อน ส่วนการแสดงละคร ก็ไม่ได้เล่นร่วมกันฟานน์มาประมาณ 6-7 ปีแล้ว เพราะฉะนั้นคนดูก็รอคอยการร่วมงานครั้งนี้ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อคนดูรู้ว่าเราเป็นคู่กันจริงๆ ก็รอคอยกันว่าในหนังกับเรื่องจริงมันจะเหมือนกันไหม"

เป็นคู่รักในชีวิตจริง แต่ต้องมาเล่นเป็นคู่กัดกัน รู้สึกยังไงบ้าง

คริสโตเฟอร์ "งั้นเรามาทะเลาะกันเลยดีกว่า (หัวเราะ) ในเรื่องนี้ก็ถือเป็นโอกาสที่ดีครับ เพราะในชีวิตจริงๆ ผมไม่มีโอกาสแกล้งคุณฟานน์ได้เลยครับ"

ฟานน์ "แสดงยากมากค่ะ ในชีวิตจริง ฉันก็ไม่สามารถตบกลับคุณคริสได้ และในหนังเรื่องนี้ก็เป็นโอกาสที่ดีค่ะ"

การกำกับคู่รักในชีวิตจริงให้เกลียดกันยากไหม

เอกชัย "ตอนที่เจอกันครั้งแรก ผมบอกทั้งสองคนว่าเป็นบทที่ยากมากที่สุดในชีวิต ที่เมืองไทยอาจจะไม่รู้ว่าสองคนนี้รักกันมากแค่ไหน แต่คนสิงคโปร์จะรู้ว่าสองคนนี้สวีตกันมากๆ ก็ต้องทำให้คนเชื่อว่าเค้าเกลียดกันได้ สองคนนี้เวลาถ่ายหนังกันก็จะสวีตจนมดขึ้น แต่ทั้งคู่เป็นนักแสดงที่ดีมากอยู่แล้ว พอถึงเวลาแสดงเค้าก็เป็นตัวละครนั้นได้ ในหนังมันจะมีช่วงที่เค้าค่อยๆ เปลี่ยนจากเกลียดกันเป็นรักกัน ผมคิดว่าเค้าทำได้แบบน่าเชื่อถือครับ"

รู้สึกยังไงที่เรื่องนี้ได้ฉายเปิดเทศกาลภาพยนตร์ตลกโลก

เอกชัย "ก็รู้สึกขอบคุณทาง ททท. (การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย) และทางสมาพันธ์ฯ (สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ) และทางคณะกรรมการที่เลือกหนังมา เพระว่าผมก็นึกไม่ถึงว่าหนังจะมีโอกาสมาฉายให้คนไทยด้วยกันได้ดู ดีใจมาก และเป็นหนังเรื่องแรกที่ทำแล้ว สามารถเรียกทั้งบ้านมาดูได้ ธรรมดาหนังของผมเด็กจะดูไม่ค่อยได้ ก็ดีใจและภูมิใจมากๆ"

กำกับภาพยนตร์ตลกยากยังไงบ้าง

เอกชัย "จริงๆ ตลกเป็นอะไรที่เซนซิทีฟมาก ผมคิดว่าตลก จะตลกต่อเมื่อมันสด อย่างเช่นเวลาเราดูตลกในทีวี พอมันมีมุกสดๆ เราจะรู้สึกว่ามันตลก เพราะฉะนั้นเวลาถ่ายหนัง มันเป็นการทำอะไรซ้ำๆ ตลอดเวลา ผมก็พยายามสร้างบรรยากาศของการถ่ายหนังเพื่อให้ได้เทกแรก ซึ่งมันทำได้ไม่ยากถ้านักแสดงเก่ง ทางทีมงานก็เตรียมกล้อง บางทีก็สองกล้องพร้อมกัน พยายามเตรียมทุกอย่างให้ต่อเนื่อง เพื่อทุกอย่างมันจะได้สดและเล่นได้ครั้งเดียว ในหนังเรื่องนี้ที่คุณเห็นส่วนใหญ่จะเป็นเทกแรก จุดมุ่งหมายของเราคือตลกได้มันจะต้องสด สดได้ก็ต้องขอให้เค้าทำได้ครั้งแรก พอครั้งที่สองจะพยายามทำให้ตลกขึ้น มันก็ไม่ตลกแล้ว"

ฉากที่ประทับใจเป็นพิเศษ

ฟานน์ "ก็มีหลายฉากที่ประทับใจ โดยเฉพาะฉากที่นางเอกต้องย้ายเข้าไปอยู่บ้านพระเอก ซึ่งคนรักกันย้ายเข้าไปอยู่ด้วยกันก็น่าจะรู้สึกดี แต่นี่คือย้ายเข้าไปตบตีกัน รู้สึกว่าเป็นฉากที่ตลกมากค่ะ"

คริสโตเฟอร์ "ฉากที่ผมประทับใจคือนางเอกไปเข้าห้องน้ำบ้านผม และผมก็ไม่ได้เจตนา เปิดประตูเข้าไปนางเอกกำลังทำธุระอยู่พอดี ผมว่ามันตลกดีครับ"

เอกชัย "ส่วนของผมคงเป็นฉากที่พวกเค้าต้องแถลงข่าวเพื่อกลบเกลื่อนอะไรบางอย่าง แล้วมันจะมีช่วงที่ตัวละครนางเอกกับพระเอกรู้สึกตัวว่ากำลังโกหก และมันอาจเป็นการโกหกที่เค้าจะทำตลอดไปไม่ได้แล้ว มันเป็นฉากที่ค่อนข้างเล่นยาก เพราะมีคนเยอะ แต่พวกเค้าสามารถตรึงอารมณ์คนดูได้"

อยากร่วมงานกับผู้กำกับชาวไทยอีกไหม

คริสโตเฟอร์ "แน่นอนครับ ผมอยากร่วมงานกำกับผู้กำกับชาวไทยอีก โดยเฉพาะหนังแอ็กชัน"

ฟานน์ "ฉันอยากเล่นแนวสยองขวัญค่ะ"

เคยมาเมืองไทยมาก่อนไหม แล้วอยากไปเที่ยวที่ไหน

คริสโตเฟอร์ "เคยมาแล้ว 2-3 ครั้ง และก็อยากจะไปทะเลครับ ที่เกาะสมุย มาเมืองไทยแต่ละครั้งก็เหมือนมีฮันนีมูนเล็กๆ ผมชอบการนวด สปา และคนไทยมีมารยาทดี พูดเบาๆ ทำให้ผมประทับใจมาก"

ฝากภาพยนตร์เรื่องนี้

เอกชัย "ก็อยากให้มาดู The Wedding Game กันนะครับ คือมันเป็นเรื่องของการแต่งงาน จริงๆ แล้วการแต่งงานสำหรับผมเป็นเรื่องของการสร้างครอบครัว คือคนเราเกิดมาพร้อมกับครอบครัว แต่การแต่งงานเป็นการสร้างครอบครัวใหม่ ซึ่งเราตัดสินใจสร้างได้เองว่าเป็นใคร ก็เป็นเรื่องของการสร้างครอบครัวกับคนที่เรารักครับ"

ฟานน์ "อยากให้มาดูหนังเรื่องนี้ก็เพราะว่าเป็นผลงานของคุณเอกชัย ซึ่งเป็นผู้กำกับที่มีฝีมือมาก และฉันเชื่อว่าคนดูมาดูแล้วออกจากโรงภาพยนตร์ไปจะรู้สึกแฮปปีและอบอุ่นใจอย่างมากค่ะ"

คริสโตเฟอร์ "หนังเรื่องนี้จะทำให้ท่านผู้ชมได้รู้ชีวิตจริงของวงการบันเทิงอีกด้านหนึ่ง ซึ่งแวดวงดาราก็เป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้รู้ครับ"

สำหรับชาวไทย เตรียมสนุกไปกับเรื่องราวความรักและความลับป่วนๆ ของคนดังในวงการบันเทิงได้ในภาพยนตร์เรื่อง The Wedding Game วันที่ 30 กรกฎาคม นี้ ที่โรงภาพยนตร์

สงวนลิขสิทธิ์ © ห้ามคัดลอก ตัดต่อ
ดัดแปลงหรือเผยแพร่ในสื่อใดๆ ก่อนได้รับอนุญาต
กดเพื่อดูรูปใหญ่ ปัดซ้าย-ขวาเพื่อดูรูปถัดไป
  • รูปภาพ 1
  • รูปภาพ 2
  • รูปภาพ 3
  • รูปภาพ 4
  • รูปภาพ 5
  • รูปภาพ 6
  • รูปภาพ 7
  • รูปภาพ 8
  • รูปภาพ 9
  • รูปภาพ 10
  • รูปภาพ 11
  • รูปภาพ 12
  • รูปภาพ 13
  • รูปภาพ 14
  • รูปภาพ 15

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น

ภาพยนตร์ที่เกี่ยวข้อง

วันนี้ในอดีต

  • เฉิ่ม
    เข้าฉายปี 2005
    แสดง เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา, วรนุช วงษ์สวรรค์, ศิวะ แตรสังข์
  • A Lot Like Love
    เข้าฉายปี 2005
    แสดง Ashton Kutcher, Amanda Peet, Kathryn Hahn
  • Priest
    เข้าฉายปี 2011
    แสดง Paul Bettany, Maggie Q, Cam Gigandet

เกร็ดภาพยนตร์

  • The Beaver - โจดี ฟอสเตอร์ ห่างหายจากการนั่งเก้าอี้ผู้กำกับราว 15 ปี นับจากเรื่อง Home for the Holidays (1995) ก่อนจะมากำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ อ่านต่อ»
  • สะบายดี วันวิวาห์ - พิธีกินดอง คือ พิธีการแต่งงานของชาวลาว ส่วนพิธีโอมคือการสู่ขอ อ่านต่อ»
เกร็ดจากภาพยนตร์สามารถดูได้ในหน้าข้อมูลภาพยนตร์แต่ละเรื่อง

เปิดกรุภาพยนตร์

12 ปีหลังจากพบเห็น เจสัน บอร์น (แมตต์ เดมอน) ครั้งล่าสุด คราวนี้อดีตหน่วยสืบราชการลับกลางแห่งสหรัฐอเมริกาที่อันตรายที่ส...อ่านต่อ»