1. สยามโซน
  2. ภาพยนตร์
  3. ข่าววงการภาพยนตร์

ผลออสการ์ ครั้งที่ 88 รางวัลทางภาพยนตร์สุดยิ่งใหญ่

ผลออสการ์ ครั้งที่ 88 รางวัลทางภาพยนตร์สุดยิ่งใหญ่

ตั้งแต่ประกาศรายชื่อผู้เข้าชิงรางวัลเมื่อกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา ผู้คนก็พูดถึงเวทีมอบรางวัลทางภาพยนตร์สุดยิ่งใหญ่อย่าง "อคาเดมี อวอร์ดส์" (Academy Awards) หรือ "ออสการ์" (Oscar) อย่างเผ็ดร้อน เนื่องจากผู้เข้าชิงรางวัลสาขานักแสดงทั้งหมดเป็นคนผิวขาว จนทำให้เกิดกระแสคว่ำบาตรงานประกาศรางวัลครั้งนี้อย่างถ้วนหน้า แต่ถึงกระนั้นงานประกาศรางวัลครั้งที่ 88 ก็ดำเนินไปจนเสร็จสิ้นเรียบร้อยเมื่อเช้าวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ตามเวลาในประเทศไทย โดยมี "คริส ร็อก" (Chris Rock) มารับหน้าที่ดำเนินรายการ แม้ว่านักแสดงตลกผิวสีคนนี้เคยถูกกดดันให้ถอนตัวจากการทำหน้าพิธีกร แต่ในที่สุด คริส กลับมองว่าการที่เขามาทำหน้าที่นี้จะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้มากกว่าถอนตัวไปเฉยๆ ทำให้การดำเนินรายการในปีนี้ มีการแทรกเรื่องราวของสีผิวอยู่เป็นระยะๆ

ปีนี้ภาพยนตร์ชีวิตเกี่ยวกับนักข่าวบอสตันโกลบที่ตามสืบเรื่องฉาวของโบสถ์ท้องถิ่นอย่าง "Spotlight" คือภาพยนตร์ที่ครองมงกุฎภาพยนตร์ยอดเยี่ยมไป เท่านั้นไม่พอสองผู้เขียนบท "ทอม แม็กคาร์ธี" (Tom McCarthy) และ "จอช ซิงเกอร์" (Josh Singer) ยังถูกขานชื่อขึ้นรับรางวัลบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยมไปอีกหนึ่งรางวัล ทอม ผู้ควบตำแหน่งผู้กำกับเปิดใจว่า "เราสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้เพื่อนักข่าวทุกท่าน ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ทรงพลังครับ" ด้าน "The Revenant" ภาพยนตร์ที่ท้าทายขีดจำกัดของคนทำงานได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลสูงที่สุดถึง 12 สาขา พารางวัลกลับบ้านไปได้ทั้งหมด 3 รางวัล ได้แก่ ผู้กำกับยอดเยี่ยมจากฝีมือของ "อเลฮันโดร กอนซาเลซ อินาร์ริตู" (Alejandro Gonzalez Inarritu) รางวัลกำกับภาพยอดเยี่ยมโดย "เอ็มมานูเอล ลูเบซกี" (Emmanuel Lubezki) และนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมที่ตกเป็นของ "ลีโอนาร์โด ดิคาพริโอ" (Leonardo DiCaprio) ซึ่งชนะรางวัลออสการ์สักที หลังจากได้รับการเสนอชื่อมาแล้ว 5 ครั้ง

ผู้กำกับ อเลฮันโดร ยึดรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมติดต่อกันเป็นปีที่ 2 หลังจากชนะรางวัลนี้ไปเมื่อปี 2015 จาก "Birdman" ทำให้ผู้กำกับสัญชาติเม็กซิกันคนนี้กลายเป็นผู้กำกับคนที่ 3 ที่ชนะรางวัลดังกล่าวติดต่อกันถัดจาก "จอห์น ฟอร์ด" (John Ford) และ "โจเซฟ แอล. แมนคีวิกซ์" (Joseph L. Mankiewicz) อเลฮันโดร กล่าวบนเวทีว่า "ผมโชคดีมากครับที่ได้มายืนอยู่ตรงนี้คืนนี้ และน่าเสียดายที่อีกหลายคนไม่ได้โชคดีอย่างผมครับ" ผู้กำกับยังฝากแง่คิดดีๆ ว่า "ลบอคติทั้งหมดออกไปจากตัวเรา แล้วทำให้แน่ใจครั้งหนึ่งและตลอดไปว่าสีผิวไม่ได้เป็นเรื่องสำคัญอะไรเหมือนกับความยาวของเส้นผมครับ" ขณะที่ เอ็มมานูเอล มือกำกับภาพชาวเม็กซิกันจาก The Revenant เป็นอีกคนที่ชนะรางวัลออสการ์ติดต่อกัน แต่ไม่ได้ชนะรางวัลติดต่อกันเป็นปีที่สอง แต่เป็นปีที่สามแล้วที่ เอ็มมานูเอล ชนะรางวัลกำกับภาพยอดเยี่ยม โดยในปี 2014 และ 2015 เอ็มมานูเอล เคยคว้ารางวัลนี้จากการทำงานใน "Gravity" และ "Birdman" ตามลำดับ

ส่วนหนุ่ม "ลีโอนาร์โด ดิคาพริโอ" (Leonardo DiCaprio) ในที่สุดก็ชนะรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจริงๆ สักที จากการทนหนาวสุดขั้วเพื่อแสดงบทนักสำรวจที่ถูกทิ้งให้ตายหลังถูกหมีโจมตี หนุ่ม ลีโอนาร์โด ถือโอกาสเอ่ยขณะรับรางวัลว่า "การสร้าง The Revenant เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของมนุษย์กับธรรมชาติของโลกครับ โลกที่เรารู้สึกได้ว่าในปี 2015 มีอากาศร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ กองถ่ายของเราต้องย้ายไปถ่ายทำทางตอนใต้เพื่อจะได้เจอหิมะ การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศเป็นเรื่องจริงครับ มันกำลังเกิดขึ้นอยู่ตอนนี้ มันเป็นภัยที่เข้าประชิดตัวเผ่าพันธุ์ของเรามากที่สุด และเราต้องร่วมมือกันและหยุดผัดวันประกันพรุ่งได้แล้วครับ" ฝั่งตำแหน่งนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมตกเป็นของ "บรี ลาร์สัน" (Brie Larson) เจ้าของบทคุณแม่ได้กล่าวขอบคุณนักแสดงตัวน้อย "เจคอบ เทรมเบลย์" (Jacob Tremblay) ซึ่งรับบทลูกชายใน "Room" และขอบคุณผู้ชมว่า "ขอบคุณทุกคนที่ไปดูภาพยนตร์เรื่องนี้นะคะ ขอบคุณแฟนๆ ขอบคุณคอภาพยนตร์ ขอบคุณที่เดินทางไปโรงภาพยนตร์และเลือกดูภาพยนตร์ของเรานะคะ ฉันซาบซึ้งมากค่ะ"

ปีนี้ภาพยนตร์ชีวิตเกี่ยวกับนักข่าวบอสตันโกลบที่ตามสืบเรื่องฉาวของโบสถ์ท้องถิ่นอย่าง "Spotlight" คือภาพยนตร์ที่ครองมงกุฎภาพยนตร์ยอดเยี่ยมไป เท่านั้นไม่พอสองผู้เขียนบท "ทอม แม็กคาร์ธี" (Tom McCarthy) และ "จอช ซิงเกอร์" (Josh Singer) ยังถูกขานชื่อขึ้นรับรางวัลบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยมไปอีกหนึ่งรางวัล ทอม ผู้ควบตำแหน่งผู้กำกับเปิดใจว่า "เราสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้เพื่อนักข่าวทุกท่าน ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ทรงพลังครับ"

ทางเจ้าของบทสายลับโซเวียตใน "Bridge of Spies" อย่าง "มาร์ก ไรแลนซ์" (Mark Rylance) ก็โอบรางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมไว้สำเร็จ พร้อมเผยว่า "ผมชื่นชอบเรื่องราวต่างๆ มาแต่ไหนแต่ไรแล้วครับ เพราะฉะนั้นเมื่อผมมีโอกาสทำงานร่วมกับคนที่ผมคิดว่าเป็นหนึ่งในนักเล่าเรื่องที่สุดยอดที่สุดในยุคของเราอย่าง สตีเวน สปีลเบิร์ก (Steven Spielberg) จึงถือเป็นเกียรติมากครับ เขาไม่เหมือนผู้นำบางคนในยุคนี้ เขานำพวกเราด้วยความรักครับ" ด้านนักแสดงสาวที่มาแรงสุดๆ อย่าง "อลิเซีย ไวแคนเดอร์" (Alicia Vikander) แซงหน้าคู่แข่งไปครองรางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมจากการรับบทจิตรกรสาวที่สามีกลายเป็นหญิงข้ามเพศใน "The Danish Girl" นักแสดงจากประเทศสวีเดนกล่าวของคุณผู้กำกับ "ทอม ฮูเปอร์" (Tom Hooper) เพื่อร่วมแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์เมื่อปี 2015 "เอ็ดดี เรดเมย์น" (Eddie Redmayne) และคุณพ่อคุณแม่ที่ทำให้เธอเชื่อว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ แม้ว่านักแสดงสาวไม่เคยคิดว่าจะชนะรางวัลนี้ก็ตาม

มาที่ภาพยนตร์สุดตื่นเต้นแห่งปี "Mad Max: Fury Road" ซึ่งเข้าชิงรางวัล 10 สาขา ก็กลับบ้านกระเป๋าตุงพร้อมรางวัลเบื้องหลังถึง 6 รางวัล ได้แก่ รางวัลออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยม รางวัลออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม รางวัลตัดต่อยอดเยี่ยม รางวัลแต่งหน้าและทำผมยอดเยี่ยม รางวัลตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม และรางวัลผสมเสียงยอดเยี่ยม ขณะที่ตัวเก็งสาขาภาพยนตร์แอนิเมชันยอดเยี่ยมอย่าง "Inside Out" ก็ไม่ทำให้ใครทายพลาด ชนะรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชันยอดเยี่ยมไป และกลายเป็นภาพยนตร์จากค่ายพิกซาร์เรื่องที่ 8 ที่ชนะรางวัลสาขานี้ ผู้กำกับ "พีต ด็อกเตอร์" (Pete Docter) ได้ย้อนความถึงเบื้องหลังภาพยนตร์ว่าเกิดจากการเฝ้ามองเด็กๆ เติบโต ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยว่า "ใครก็ตามที่เรียนอยู่มัธยมต้น มัธยมปลาย ผู้กำลังเจ็บปวดอยู่ มันมีวันที่คุณจะรู้สึกเศร้า วันที่รู้สึกโกรธ วันที่รู้สึกกลัว นั่นคือสิ่งที่เลือกรู้สึกไม่ได้ครับ แต่คุณสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ได้ อย่างทำภาพยนตร์หรือวาดรูป ขีดๆ เขียนๆ นั่นจะทำให้โลกเปลี่ยนไปครับ"

สารคดีที่พาผู้ชมมองไปที่ชีวิตของศิลปินสาว "เอมี ไวน์เฮาส์" (Amy Winehouse) อย่าง "Amy" ยึดรางวัลภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยมไว้ได้ ผู้กำกับ "อาซิฟ คาพาเดีย" (Asif Kapadia) พูดขณะรับรางวัลว่า "ภาพยนตร์เรื่องนี้เกี่ยวกับเอมีครับ เกี่ยวกับการแสดงให้โลกเห็นว่าจริงๆ แล้วเธอเป็นคนแบบไหน ไม่ใช่คนแบบที่สื่อต่างๆ ยัดเยียดให้เธอครับ" ส่วนภาพยนตร์จากประเทศฮังการี "Son of Saul" ได้โอกาสพกรางวัลภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมติดตัวไป โดยตัว "ลาสซโล เนเมส์" (Laszlo Nemes) ผู้กำกับภาพยนตร์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ได้ฝากข้อความไว้ว่า "แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่มืดมิดที่สุด ก็ยังอาจมีเสียงในตัวเราคอยบอกให้เราเป็นมนุษย์ต่อไปอยู่ครับ นั่นคือความหวังของภาพยนตร์เรื่องนี้ครับ"

และปีนี้เป็นอีกปีที่เพลงประกอบภาพยนตร์สายลับรหัส 007 คว้ารางวัลเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม หลังจากเพลง "Skyfall" ประกอบภาพยนตร์เรื่อง "Skyfall" ของ "อเดล" (Adele) ชนะสาขานี้ไปเมื่อปี 2012 โดยปีนี้เพลง "Writings on the Wall" ซึ่งเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ "Spectre" ร้องโดย "แซม สมิธ" (Sam Smith) ก็ตามมารับรางวัลเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม นักร้องหนุ่มชาวอังกฤษเผยว่า "ผมยืนอยู่ตรงนี้ในฐานะเกย์ที่ภูมิใจในตัวเองครับ และหวังว่าสักวันเราทุกคนจะยืนอยู่ด้วยกันได้อย่างเท่าเทียม"

สรุปผลรางวัล ออสการ์ ครั้งที่ 88

  • ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม: Spotlight
  • ผู้กำกับยอดเยี่ยม: Alejandro Gonzalez Inarritu - The Revenant
  • นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม: Leonardo DiCaprio - The Revenant
  • นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม: Brie Larson - Room
  • นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม: Mark Rylance - Bridge of Spies
  • นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม: Alicia Vikander - The Danish Girl
  • บทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม: Josh Singer และ Tom McCarthy - Spotlight
  • บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม: Charles Randolph และ Adam McKay - The Big Short
  • ภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม: Son of Saul จากประเทศฮังการี
  • ภาพยนตร์แอนิเมชันยอดเยี่ยม: Inside Out
  • ภาพยนตร์แอนิเมชันขนาดสั้นยอดเยี่ยม: Bear Story
  • ภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม: Amy
  • ภาพยนตร์สารคดีขนาดสั้นยอดเยี่ยม: A Girl in the River: The Price of Forgiveness
  • ภาพยนตร์ขนาดสั้นยอดเยี่ยม: Stutterer
  • ออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยม: Mad Max: Fury Road
  • กำกับภาพยอดเยี่ยม: The Revenant
  • ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม: Mad Max: Fury Road
  • ตัดต่อยอดเยี่ยม: Mad Max: Fury Road
  • แต่งหน้าและทำผมยอดเยี่ยม: Mad Max: Fury Road
  • ดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม: The Hateful Eight
  • เพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม: Writings on the Wall จาก Spectre ร้องโดย Sam Smith
  • ตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม: Mad Max: Fury Road
  • ผสมเสียงยอดเยี่ยม: Mad Max: Fury Road
  • การสร้างภาพพิเศษยอดเยี่ยม: Ex Machina
  • รางวัลเชิดชูเกียรติ: Spike Lee และ Gena Rowlands
  • รางวัลผู้บำเพ็ญประโยชน์ จีน เฮอร์โชลต์ (Jean Hersholt Humanitarian Award): Debbie Reynolds

สงวนลิขสิทธิ์ © ห้ามคัดลอก ตัดต่อ
ดัดแปลงหรือเผยแพร่ในสื่อใดๆ ก่อนได้รับอนุญาต
กดเพื่อดูรูปใหญ่ ปัดซ้าย-ขวาเพื่อดูรูปถัดไป
  • รูปภาพ 1
  • รูปภาพ 2
  • รูปภาพ 3
  • รูปภาพ 4
  • รูปภาพ 5
  • รูปภาพ 6
  • รูปภาพ 7
  • รูปภาพ 8
  • รูปภาพ 9
  • รูปภาพ 10
  • รูปภาพ 11
  • รูปภาพ 12
  • รูปภาพ 13
  • รูปภาพ 14
  • รูปภาพ 15
  • รูปภาพ 16
  • รูปภาพ 17
  • รูปภาพ 18
  • รูปภาพ 19
  • รูปภาพ 20
  • รูปภาพ 21
  • รูปภาพ 22
  • รูปภาพ 23
  • รูปภาพ 24
  • รูปภาพ 25
  • รูปภาพ 26
  • รูปภาพ 27
  • รูปภาพ 28
  • รูปภาพ 29
  • รูปภาพ 30
  • รูปภาพ 31
  • รูปภาพ 32
  • รูปภาพ 33
  • รูปภาพ 34
  • รูปภาพ 35
  • รูปภาพ 36
  • รูปภาพ 37
  • รูปภาพ 38
  • รูปภาพ 39
  • รูปภาพ 40
  • รูปภาพ 41
  • รูปภาพ 42
  • รูปภาพ 43
  • รูปภาพ 44
  • รูปภาพ 45
  • รูปภาพ 46
  • รูปภาพ 47
  • รูปภาพ 48
  • รูปภาพ 49
  • รูปภาพ 50
  • รูปภาพ 51
  • รูปภาพ 52
  • รูปภาพ 53
  • รูปภาพ 54
  • รูปภาพ 55
  • รูปภาพ 56
  • รูปภาพ 57
  • รูปภาพ 58
  • รูปภาพ 59
  • รูปภาพ 60
  • รูปภาพ 61
  • รูปภาพ 62
  • รูปภาพ 63
  • รูปภาพ 64
  • รูปภาพ 65
  • รูปภาพ 66
  • รูปภาพ 67
  • รูปภาพ 68
  • รูปภาพ 69
  • รูปภาพ 70
  • รูปภาพ 71
  • รูปภาพ 72
  • รูปภาพ 73
  • รูปภาพ 74
  • รูปภาพ 75

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น

ภาพยนตร์ที่เกี่ยวข้อง

วันนี้ในอดีต

  • I Am Number Four
    เข้าฉายปี 2011
    แสดง Alex Pettyfer, Timothy Olyphant, Dianna Agron
  • Ghost Rider: Spirit of Vengeance
    เข้าฉายปี 2012
    แสดง Nicolas Cage, Idris Elba, Christopher Lambert
  • Sanctum
    เข้าฉายปี 2011
    แสดง Richard Roxburgh, Ioan Gruffudd, Rhys Wakefield

เกร็ดภาพยนตร์

  • The Hurt Locker - ออกฉายครั้งแรกในเทศกาลภาพยนตร์เวนิซ ประเทศอิตาลี ปี 2008 และคว้ารางวัลภาพยนตร์เพื่อสิทธิมนุษยชนมาได้ หลังจากนั้นอีกหลายเดือนจึงได้ออกฉายแบบจำกัดโรงในสหรัฐอเมริการาวกลางปี 2009 จากนั้นภาพยนตร์เรื่องนี้ก็โด่งดังขึ้นจากการสนับสนุนของนักวิจารณ์ การชื่นชมแบบปากต่อปาก และการคว้ารางวัลใหญ่มาได้มากมาย รวมถึงรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ในปี 2010 อ่านต่อ»
  • Up in the Air - แรงบันดาลใจในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ของผู้กำกับ เจสัน ไรต์แมน คือนิยายชื่อเรื่องเดียวกันของ วอลเตอร์ เคิร์น บวกกับแรงบันดาลใจที่เขาได้มาระหว่างเขียนบทภาพยนตร์ นั่นคือการได้พบภรรยาและมีลูก นอกจากนี้สภาพเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาที่ถดถอยลงอย่างรุนแรงขณะที่เขาเขียนบทภาพยนตร์ใกล้เสร็จ ก็มีส่วนช่วยให้ เจสัน เสริมเรื่องการตกงานลงไปในบทภาพยนตร์ได้ละเอียดมากขึ้น อ่านต่อ»
เกร็ดจากภาพยนตร์สามารถดูได้ในหน้าข้อมูลภาพยนตร์แต่ละเรื่อง

เปิดกรุภาพยนตร์

ทองหล่อ - เจ้าทองหล่อ ลูกสุนัขขนปุกปุย ขี้เล่น ช่างสงสัยตามประสาหมาเด็ก ซุกซน แต่แอบมีความฝันอยากจะเก่งแบบคุณทองแดงเพื่...อ่านต่อ»